โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งเปลี่ยนชื่อทะเลสาบออนแทรีโอเป็น "ทะเลสาบอเมริกา" พร้อมยกระดับสงครามการค้ากับแคนาดา ซึ่งจุดประกายให้เกิดการตอบโต้จากรัฐบาลออตตาวาในทันที

ธงชาติแคนาดาโบกสะบัดอยู่ริมฝั่งทะเลสาบออนแทรีโอ ในเมืองโตรอนโต รัฐออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม (Photo by Cole Burston / AFP)

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงคำสั่งบริหารที่ลงนามแล้ว ในห้องทำงานรูปไข่ของทำเนียบขาว เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม (Photo by Andrew Harnik / GETTY IMAGES NORTH AMERICA / Getty Images via AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2569 ระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกคำสั่งเปลี่ยนชื่อทะเลสาบออนแทรีโอเป็น "ทะเลสาบอเมริกา" ในการยกระดับสงครามการค้ากับแคนาดา
เขาเพิ่มความรุนแรงในการเยาะเย้ยแคนาดาด้วยการลงนามในคำสั่งบริหารเปลี่ยนชื่อแหล่งน้ำบนพรมแดนระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้านในอเมริกาเหนือ
แต่นายกรัฐมนตรีมาร์ก คาร์นีย์ ของแคนาดา ปฏิเสธการกระทำของทรัมป์ในทันที โดยย้ำว่าทะเลสาบออนแทรีโอจะยังคงชื่อเดิมทั้งในอดีต, ปัจจุบัน และอนาคต
การกระทำของผู้นำสหรัฐฯ ที่มีอารมณ์แปรปรวนนี้เกิดขึ้นหลังจากที่การเจรจาการค้าสหรัฐฯ-แคนาดาล้มเหลวในนาทีสุดท้ายเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทำให้สองพันธมิตรเก่าแก่ต่างตอบโต้ด้วยมาตรการภาษีนำเข้า
"เราจะเปลี่ยนชื่อทะเลสาบออนแทรีโอเป็นทะเลสาบอเมริกาโดยมีผลทันที" ผู้นำวัย 80 ปี จากพรรครีพับลิกัน กล่าวกับผู้สื่อข่าวขณะลงนามในคำสั่งที่ทำเนียบขาว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าทำไมเขาถึงเลือกลงโทษพันธมิตรแทนที่จะเป็นศัตรูของอเมริกา ทรัมป์ตอบว่า "เจ้าหน้าที่แคนาดาปฏิบัติต่อเราแย่มาก พวกเขาเป็นคนเลว"
ด้านหลังโต๊ะทำงานของทรัมป์ในห้องทำงานรูปไข่ มีแผนที่สองแผ่น แผ่นหนึ่งมีคำว่า "ทะเลสาบอเมริกา" สีแดงอยู่เหนือทะเลสาบ และอีกแผ่นหนึ่งมีหัวข้อว่า "ทำให้ทะเลสาบใหญ่ยิ่งใหญ่ขึ้น"
ทะเลสาบออนแทรีโอตั้งอยู่บริเวณชายแดนติดกับรัฐออนแทรีโอของแคนาดากับรัฐนิวยอร์กของสหรัฐอเมริกา และเป็นทะเลสาบที่มีพื้นที่ผิวน้อยที่สุดในบรรดาทะเลสาบใหญ่ทั้งห้า
การเปลี่ยนชื่อรอบนี้เป็นไปเฉกเช่นเดียวกับการที่ทรัมป์เปลี่ยนชื่ออ่าวเม็กซิโกเป็นอ่าวอเมริกาฝ่ายเดียวในเดือนมกราคม 2025 ซึ่งเม็กซิโกก็ปฏิเสธเช่นกัน
ผู้นำแคนาดาโต้กลับว่าชื่อของทะเลสาบนี้มีอายุ 400 ปีแล้ว ก่อนการก่อตั้งทั้งสหรัฐอเมริกาและแคนาดา และมาจากคำในภาษาพื้นเมืองที่มีความหมายว่า "ทะเลสาบสวยงาม ทะเลสาบใหญ่"
"เรารู้ว่าอเมริกากำลังจะเปลี่ยนแปลงมัน ชาวแคนาดาก็รู้เช่นกันว่าการตั้งชื่อให้ถูกต้องนั้นหมายถึงการเรียกมันว่าทะเลสาบออนแทรีโอ ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต" มาร์ก คาร์นีย์ ระบุ
อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางแคนาดาและสหราชอาณาจักรแสดงท่าทีท้าทายทรัมป์ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งได้รับเสียงชื่นชมจากคนในประเทศ โดยคาร์นีย์ประกาศว่ารัฐบาลออตตาวาอยู่ในภาวะสงครามและถูกโจมตี
คำสั่งบริหารของทรัมป์สั่งให้กระทรวงมหาดไทยสหรัฐฯ ปรับปรุงการอ้างอิงถึงทะเลสาบในบริการตั้งชื่อทางภูมิศาสตร์อย่างเป็นทางการภายใน 30 วัน และให้แน่ใจว่ารัฐบาลกลางจะเรียกทะเลสาบนี้ว่า "ทะเลสาบอเมริกา"
เหตุผลของการเปลี่ยนชื่อระบุว่าส่วนที่ลึกที่สุดของทะเลสาบอยู่ทางฝั่งอเมริกา ซึ่งหมายความว่าสหรัฐอเมริกาอ้างสิทธิ์ในปริมาณน้ำส่วนใหญ่ของทะเลสาบ
ทั้งนี้ ทรัมป์เผชิญกับคะแนนนิยมที่ต่ำท่ามกลางสงครามอิหร่านและปัญหาเศรษฐกิจในประเทศ โดยการเลือกตั้งกลางเทอมที่สำคัญของสหรัฐฯ กำลังจะมาถึงในเดือนพฤศจิกายน
เขากล่าวว่าการเปลี่ยนชื่อนั้น "เป็นสิ่งที่ผมคิดไว้นานแล้ว"
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังได้เปรยถึงการเปลี่ยนชื่อมหาสมุทรที่อยู่ติดกับชายแดนสหรัฐฯ ด้วยเช่นกัน
"เรามีอ่าวและเรามีทะเลสาบ ตอนนี้สิ่งที่เราต้องการคือมหาสมุทร ดังนั้นบางทีเราอาจต้องเปลี่ยนชื่อมหาสมุทรแอตแลนติกหรือมหาสมุทรแปซิฟิก บางทีเราอาจจะเปลี่ยนทั้งสองอย่างเลยก็ได้" เขากล่าว
ในระหว่างดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สอง ทรัมป์ได้สร้างความไม่พอใจให้กับพันธมิตรหลายประเทศด้วยการอ้างสิทธิ์ในดินแดนที่แปลกประหลาด รวมถึงการอ้างว่าแคนาดาควรเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ
ทรัมป์ยังอ้างสิทธิ์ในกรีนแลนด์ซึ่งเป็นดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์ก และพูดถึงการทำให้เวเนซุเอลาเป็นรัฐของอเมริกา หลังจากที่สหรัฐฯ จับกุมนิโกลัส มาดูโร ผู้นำของเวเนซุเอลาได้
เมื่อเร็วๆ นี้ เขายังกล่าวอีกว่าเขาจะทำให้ช่องแคบฮอร์มุซระหว่างอิหร่านและโอมานเป็นดินแดนของสหรัฐฯ แม้ว่าสงครามยังคงดำเนินอยู่ก็ตาม.

