
ระทึกทั้งคอนโด! รวบหนุ่มลอดช่องคลั่งหนีคดียาเสพติดซุกไทย ผงะเจอสารประกอบระเบิด พบใบสั่งซื้อยาพิษ วางแผนใส่ในแท็งก์น้ำหวังสังหารหมู่ แต่เจ้าตัวอ้างใข้ทำร้ายตัวเองเหตุตรอมใจ
4 ก.ย. 2569 – พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.), พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.รับผิดชอบยาเสพติด พร้อมกำลังศูนย์ยาเสพติด บช น และ บก สืบสวน สตม จับกุมตัว Mr. JOEL (นายโจเอล ขอสงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี สัญชาติสิงคโปร์ ที่คอนโดชื่อดังย่านบางแค กรุงเทพฯ พื้นที่รับผิดชอบ สน.หลักสอง โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต,เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย และเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยที่การอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุด”
พร้อมด้วของกลาง 1.ยาไอซ์ จำนวน 3 กรัม พร้อมอุปกรณ์เสพยาเสพติดจำนวนมาก 2.เงินสด 200,000 บาท และ โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง (พบหลักฐานการสั่งสารพิษสังหารหมู่มูลค่า 18,000 บาท) 3.สารเคมีประกอบวัตถุระเบิด/สารอันตราย:ดินประสิว1/2 กิโลกรัม, โซเดียมเมตาไบซัลไฟต์, สารละลายแอมโมเนีย, กรดไนตริก, บอแรกซ์ (BORAX) 4.อุปกรณ์จุดชนวน 2 ชิ้น 5.กระป๋องแก๊ส 5 กระป๋อง
ในการจับกุมครั้งนี้ เมื่อปลายเดือนมกราคม 2569 สายด่วน ป.ป.ส. 1386 ได้รับแจ้งเบาะแสว่าชาวสิงคโปร์รายหนึ่งนามว่า Mr.JOEL (โจเอล) หลบหนีคดีมากบดานอยู่ในประเทศไทย ซึ่งมีพฤติกรรมเสพยาไอซ์แล้วคลุ้มคลั่ง ลงมือกระทำด้วยความรุนแรง ทำร้ายร่างกายและหน่วงเหนี่ยวกักขังลักษณะคล้ายพวกวิปริตทางเพศ หลังรับแจ้ง พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศอ.ปส.บช.น. แกะรอยนานกว่า 3 เดือน พร้อมประสานงานกับ สำนักงานปราบปรามยาเสพติดกลางสิงคโปร์ (CNB) จนทราบว่าMr. JOEL คือ อาชญากรระดับเฝ้าระวังพิเศษ หลังได้ก่อคดีอาญาและคดียาเสพติดยาวเป็นหางว่าว ในประเทศสิงคโปร์ หลบหนีเข้าไทยโดยในคราบนักศึกษา
ชุดสืบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาชอบตระเวนเที่ยวกลางคืนจึงต้องแฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยว กระทั่งได้พบกับสาวเอ็นเตอร์เทนรายหนึ่ง ระหว่างที่ชุดสืบสวนที่ปลอมตัวเป็นเสี่ยพูดคุยปรากฏจึงทราบว่ารู้จัก Mr.JOEL โดยหญิงคนคนดังกล่าวระบุว่า Mr.JOEL มักจะใช้ความรุนแรงเส้นเลือดในตาแตก มักมีอาการคลุ้มคลั่งตัดพ้อชักชวนให้กระโดดตึกพร้อมๆกัน หรือข่มขู่ว่าจะใช้มีดมาทำร้าย และที่น่ากลัวที่สุดคือการวางแผนที่จะนำยาพิษใช้สังหารหมู่ไปใส่ในแท็งก์น้ำ ซึ่งยาพิษใช้สังหารหมู่แรงกว่ามอร์ฟีน 10,000 เท่า จำนวน 20 กรัม และ ยาที่ใช้ในการการุณยฆาตสัตว์หรือการประหารชีวิต อีกจำนวน 10 กรัม โดยสั่งซื้อจากดาร์กเว็บพร้อมกับการชำระเงินอย่างเรียบร้อย
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้วางแผนเข้าจับกุม Mr. JOEL ไว้ได้สำเร็จ โดยขณะเข้าจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติต้องสวมชุดป้องกันสารพิษด้วย จากการตรวจค้นเจ้าหน้าที่พบยาเสพติด (ยาไอซ์) 3 กรัม และอุปกรณ์การเสพจำนวนมาก และจากการตรวจสอบข้อมูลในโทรศัพท์ พบข้อมูลการติดต่อสั่งซื้อยาพิษใช้สังหารหมู่ (สงวนชื่อยา) และยังพบสารเคมีประกอบวัตถุระเบิด/สารอันตรายอีกหลายรายการ พร้อมกับอุปกรณ์จุดชนวนอีก 2 ชิ้น
ในชั้นจับกุม Mr.JOEL ให้การรับสารภาพโดยให้การว่า เดิมตนเองอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยได้ถูกจับกุมดำเนินคดียาเสพติดมาแล้ว 3 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 ติดคุก 1 ปี ครั้งที่ 2 ติดคุก 3 ปี และครั้งที่ 3 ติดคุก 5 ปี แล้วยังถูกเฆี่ยนอีก 3 ที กระทั่งในปี 2567 ได้กระทำความผิดอีกครั้งแต่ได้หลบหนีออกนอกประเทศมายังประเทศไทย โดยสัญญากับตัวเองว่าจะไม่กลับไปประเทศตนเองอีก ถ้ากลับไปขอตายดีกว่า หลังหนีมาที่ประเทศไทยได้ขายทรัพย์สินที่ประเทศสิงคโปร์จนได้เงินมาจำนวนประมาณ 5 ล้านบาท แต่ได้ถูกเพื่อนจากประเทศเดียวกันหลอกลวงเงินไป 2.5 ล้านบาท ทำให้เกิดอาการเครียดเรื่อยมา
Mr.JOEL ยอมรับว่า ยิ่งมีอาการคุ้มคลั่งเพราะแฟนสาวคนปัจจุบัน ที่ชอบไปข้างนอกและไม่กลับบ้าน ทำให้ช่วงหลังๆมานี้ตนเองรู้สึกอยากตาย โดยอ้างว่าที่ตนเองได้สั่งยาพิษ และสารเคมีนั้นไปจริงๆ และจ่ายเงินไปจริง เพื่อหวังจะนำมาฆ่าตัวตายเท่านั้น ส่วนที่สั่งไปเยอะขนาดนั้นเพราะกลัวตัวเองจะไม่ตาย ตนขอร้องเจ้าหน้าที่ว่าขอตายในประเทศไทยไม่ขอกลับไปประเทศสิงคโปร์ หากต้องกลับไปขอยอมตายดีกว่า
พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า จากพยานหลักฐานและแผนประทุษกรรมที่เราพบในโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหา มีการเตรียมการเกี่ยวกับสารพิษร้ายแรง ซึ่งหากเราก้าวพลาดหรือช้าไปอาจเป็นเหตุร้ายแรง แนวทางการสืบสวนเป็นเรื่องสติแตก จากอาการยาเสพติด ยังไม่ปรากฏหลักฐานเรื่องการก่อการร้าย ได้ประสานข้อมูลกับ CNB ประเทศสิงคโปร์ ที่ทำให้เราทราบว่าผู้ต้องหารายนี้คืออาชญากรยาเสพติดระดับเฝ้าระวังพิเศษ สำหรับสารประกอบวัตถุระเบิด ผู้เชี่ยวชาญแจ้งว่าสารเคมีที่ตรวจพบยังไม่มีเพียงพอทำเป็นระเบิดสังหาร โดยได้ส่งสารเคมีหลายชนิดนำส่งสำนักงานพิสูจน์หลักฐานเพื่อตรวจสอบต่อไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อดีตรองผู้ว่าฯกทม. จี้ กทม.เปิดผลศึกษาแก้มลิงคู้บอน-บางชัน ถามไม่คุ้มตรงไหน?
“สามารถ ราชพลสิทธิ์” ท้า กทม.เปิดหลักฐานยกเลิกโครงการแก้มลิงคู้บอน-บางชัน วงเงิน 1.1 หมื่นล้านบาท จี้แจงต้นทุน ผลประโยชน์ และค่า EIRR เชื่อหากประเ
ตำรวจปส.เปิดยุทธการ 'สยบไพรีพินาศEP.2' ทลาย 4 เครือข่ายยาเสพติด ยึดยาบ้า 13.4 ล้านเม็ด
บช.ปส. เปิดยุทธการ ‘สยบไพรีพินาศ EP.2’ ทลาย 4 เครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ ยึดยาบ้ากว่า 13.4 ล้านเม็ด ไอซ์ 280 กิโลกรัม รวบผู้ต้องหา 5 ราย เร่งขยายผลถึงตัวการ
กทม. เหลือท่วม 1 จุด รับมือฝนรอบใหม่ 13-16 ต.ค. ตกหนักเย็นถึงค่ำ
รัฐบาลแจงอยุธยาน้ำเริ่มลด ส่วน กทม. ปรับเหลือ 8 เขตอุทกภัย ท่วมถนน 1 จุด ใต้สะพานคลองสามวา คาดเคลียร์พื้นที่จบสัปดาห์นี้ อุตุฯ เตือน 13-16 ต.ค. ฝนเพิ่มขึ้น กรุงเทพฯ ตกหนักเย็นถึงค่ำ
อุตุฯ เตือนฝนฟ้าคะนอง 32 จังหวัด ใต้ตกหนัก รับมือท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนในบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม
'กรณ์' จี้รัฐบาล-กทม. เร่งเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม อย่าอ้างจัดประชุมใหญ่ มองข้ามความทุกข์ปชช.
‘กรณ์’ จี้รัฐบาล-กทม. เร่งเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม ชี้อย่าอ้างจัดประชุมใหญ่จนมองข้ามความทุกข์ประชาชน เสนอวงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 2 แสนบาท ดึง กทม. ลุยบริการเชิงรุกถึงหน้าบ้าน ย้ำ ‘คนเดือดร้อนรอไม่ได้’
คุ้มค่ากว่าจริงมั้ย! เลิกสร้างแก้มลิง 'คู้บอน-บางชัน' ใช้หนองบอนแทน
'ดร.สามารถ' ฟาด กทม. เลิก 'แก้มลิง' อ้างที่ดินแพง เทียบชัดๆ ไม่สร้าง 'คู้บอน-บางชัน' ใช้หนองบอนแทน คุ้มค่ากว่าจริงไม๊ พร้อมชี้ทางสว่าง 1.1 หมื่น ทำใหม่กับปรับปรุงแหล่งเดิมพร้อมกันได้

