'สันธนะ' พร้อมสู้คดีแม่แตงโมแจ้งหมิ่นประมาท

“สันธนะ” พร้อมสู้คดีแม่แตงโมแจ้งหมิ่นประมาท แจ้งกลับ “ทนายเดชา” ยันไม่ใช่การแก้เกี๊ยว

12 เม.ย.65 – ที่ สภ.เมืองนนทบุรี นายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตตำรวจสันติบาล เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความนางภนิดา ศิระยุทธโยธิน แม่ แตงโม นิดา พัชรวีระพงษ์ พร้อมเปิดเผยว่า ขอบอกก่อนว่าที่มาวันนี้ไม่ได้มาหาเรื่อง ทราบจากสื่อว่าวันนี้ทาง นางภนิดา แม่ของแตงโม จะมาแจ้งความดำเนินคดีกับตน ข้อหาฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตนก็มีวาระที่เดินทางมาที่ สภ.เมืองนน เช่นกันเนื่องจาก ครั้งหลังสุดที่มาให้การกับพนักงานสอบสวน ได้ให้พนักงานสอบสวนทำหนังสือมอบให้ตนไปรับวัตถุพยานจากสถานีตำรวจนครบาล 2 แห่ง การไปรับวัตถุพยานดังกล่าวได้ประสานไปแล้วเพื่อให้ถูกต้องและสามารถนำเข้าสู่สำนวนการสอบสวนได้ พนักงานสอบสวนควรออกหนังสือให้ตนไปรับวัตถุพยานในคดี ส่วนที่แม่ของแตงโมแจ้งความดำเนินคดีตนนั้น คำว่าหิวแสง ขอบอกทุกคนว่าในพื้นที่โซเชียลส่วนตัวของตนไม่มี การเข้าถึงตนใช้วิธีพูดคุยกันตรงๆ ตนไม่มีทีมงานผลิตทางโซเชียล ล้วนแล้วแต่เป็นคนติดตามทางโซเชียลแล้วไปทำเอง

ส่วน ทนายเดชา ได้พูดพาดพิงกันบ่อยครั้ง เหตุที่แม่แตงโม แจ้งความตนไม่ทราบเป็นความเห็นใครจะเป็นการตัดสินใจของแม่แตงโมเองหรือไม่ก็ไม่มั่นใจ เมื่อมีการแจ้งความตนแล้ว ในส่วนทนายเดชา ก็ต้องดำเนินคดีกับเขา จริงๆได้การรวบรวมไว้ตั้งแต่ต้นแล้วแต่ตัดสินใจอยู่ว่าจะดำเนินคดีไหม วันนี้ไม่ได้เป็นการแก้เกี้ยว แต่แม่ของแตงโม เป็นสิทธิ์ที่เขาจะเข้าใจอย่างไรก็พร้อมต่อสู้คดี อยากเล่าความจริงบางประการให้แม่แตงโมทราบโดยไม่มีคนอื่นเกี่ยวข้อง ถ้าหากเป็นไปได้ถ้าแม่แตงโมให้พบก็ไปพบส่วนตัว เป็นเรื่องที่ตนต้องการถามแม่ตรงๆว่าทราบบ้างไหม ทราบมาก่อนไหม ตัดสินใจอย่างไร หากไม่มีโอกาศพบแม่แตงโม ก็จะนำหลักฐานเหล่านี้เข้าไปในสำนวนสอบสวน ส่วนพนักงานสอบสวนจะพิจารณาหลักฐานที่ตนมีอย่างไรเป็นเรื่องสุดแล้วแต่ ทราบดีว่าตนกำลังต่อสู้กับอำนาจลี้ลับที่มองไม่เห็น ไม่เป็นไรรับได้จะอีกกี่คดี หนักกว่านี้ก็เจอมาแล้ว ทุกอย่างที่ทำไม่มีเป้าประสงค์ทำร้ายผู้หนึ่งผู้ใดเพียงต้องการความยุติธรรมความชอบธรรมให้กับแตงโม

นายสันธนะ กล่าวต่ออีกว่า ประเด็นเรื่องของตนกับองค์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตนพ้นมากว่า 20 ปี ก็มีปัญหากันมาตลอดทุกคดีชนะทุกคดีและทุกคดีถึงที่สุดแล้ว องค์กรตำรวจช่วยแสดงความรับผิดชอบด้วยที่กล่าวหาตน ส่วนคดีที่แม่แตงโม แจ้งความนั้นเป็นคดีหมิ่นประมาท เป็นคดีส่วนตัวแม่แตงโมกับตน ไม่สามารถนำเข้าไปรวมคดีหลักได้ เช่นเดียวกับผู้จัดการส่วนตัวที่จะดำเนินคดีตนก็พร้อมต่อสู้คดี และจะปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา มีพยานหลักฐานใดก็นำมาแสดงมาต่อสู้กัน ตนไม่กังวล แต่กังวลเพียงว่าเอาคนมาแจ้งความดำเนินคดีตนจะสกัดปิดกั้นการมองเห็นไม่มีผล ส่วนที่ตำรวจแถลงข่าวบอกสำนวนใกล้เสร็จสิ้นเป็นส่วนของพนักงานสอบสวน แต่ในเรื่องพยานหลักฐานที่ตนดำเนินการอยู่นี้ยังไม่เสร็จสิ้น คณะกรรมการยังไม่ดำเนินการในส่วนที่ตนให้ไว้ หากไม่ดำเนินการก็ต้องรับผิดชอบ ใครลงชื่อก็ต้องรับผิดชอบ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดหมดเปลือก 'เอ็ม นันทวัฒน์' ยันโดน 'ม้า อรนภา' ตบจริงไม่ใช่แค่แตะ!

หลังจากที่มีประเด็นร้อนในโซเชียลนักแสดงรุ่นใหญ่ ตบหน้า นักแสดงหน้าใหม่ที่เกาหลี ซึ่งก็คือ ม้า อรนภา และ เอ็ม นันทวัฒน์ โดยวันก่อนม้าได้ออกมาแถลงในส่วนของตนเองไปแล้วนั้น ล่าสุดวันนี้หนุ่มเอ็มเปิดใจถึงประเด็นดังกล่าวที่แรก ยันตบจริงไม่ใช่แค่แตะ ให้อภัย แต่ยังคงมีการแจ้งความเพื่อเป็นบทเรียนให้อีกฝ่าย ทุกประเด็นในรายการคุยแซ่บ SHOW ออกอากาศทางช่องวัน 31

งานนี้ไม่จบ! 'พ่อมดดำ' ปัดตบหัว รองนายกฯอบจ.เมืองแปดริ้ว

พ่อมดดำ ปัด ตบหัว รองนายกฯอบจ.แปดริ้ว ย้ำ แค่ทักทายลูกน้องเก่า ไม่สนอีกฝ่ายเตรียมแจ้งความเชื่อจงใจปั่นเรื่องหวังผลการเมือง ฝาก ตร.กวดขันมือปืน-อาวุธสงคราม ช่วงใกล้เลือกตั้ง

'ทนายตั้ม' เตรียมงัดคลิปหลักฐานแฉ 'ดารารุ่นใหญ่' เย็นนี้!

หลังจากที่ดารารุ่นใหญ่ ม้า-อรนภา กฤษฎี ได้โฟนอินให้สัมภาษณ์ในรายการ ทุบโต๊ะข่าว ประเด็นที่ ทนายตั้ม-ษิทรา เบี้ยบังเกิด โพสต์กล่าวถึงนักแสดงรุ่นใหญ่ท่านหนึ่ง ได้ตบหน้านักแสดงน้องใหม่ กลางห้างที่ประเทศเกาหลี ซึ่ง ม้า อรนภา กล่าวว่าเรื่องไม่ได้ใหญ่โตอย่างที่ทนายดังโพสต์ และได้มีการปรับความเข้าใจไปจนจบแล้ว เตรียมจะกลับมาชี้แจงในวันที่ 29 พ.ย.

'ชูวิทย์' ควง 'อนันต์ชัย' ฟ้อง 'สันธนะ' 3 ข้อหาเรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาท

ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ อดีตเจ้าพ่ออาบอบนวด เดินทางมาพร้อมกับ นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ เพื่อยื่นฟ้อง นายสันธนะ

‘สันธนะ’ นำข้อมูลทุนจีนสีเทา 3 กระเป๋า มอบ ตร. ลั่นถ้าโดนหมายจับไม่หนี

‘สันธนะ’ บุกตร. ยืนยันความบริสุทธิ์ใจ อ้างนำข้อมูลทุนจีนสีเทา 3 กระเป๋า และพาสปอร์ตมามอบให้เจ้าหน้าที่ พร้อมขอเป็นพยานช่วยเหลือในคดี