คนร้ายขนอาวุธสงครามยิงถล่มบ้าน อส.ตร. อึ้ง 2 เดือนแล้วตำรวจยังจับตัวไม่ได้

23 มิ.ย.2565 - ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดตรังรายงานว่า เมื่อเวลา 08.30 น.ที่ผ่านมา นายอิ่ม นิ่มเพ็ง อายุ 65 ปี อาสาสมัครตำรวจบ้าน สังกัด สภ.บ้านหนองเอื้อง อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ได้ติดต่อประสานขอความช่วยเหลือจากผู้สื่อข่าวประจำ จ.ตรัง หลังจากถูกกลุ่มคนร้าย รายหนึ่งอายุ 35 ปี ชาว 1 ต.โพรงจระเข้ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง พร้อมด้วยพวก ใช้อาวุธปืนพกสั้น และอาวุธปืนสงคราม จำนวนหลายกระบอกถล่มยิงบ้านพัก หมายจะเอาชีวิต และประกาศจะตามล่าฆ่านายอิ่ม ให้ได้และยังประกาศหากใครยุ่งเกี่ยวชี้เบาะแสให้ตำรวจจับได้จะฆ่าให้หมดทุกคนด้วย ทำให้นายอิ่ม ต้องหลบหนีและอยู่อย่างหลบซ่อนตลอดเวลา

ทั้งนี้เหตุการณ์ยิงถล่มบ้านนายอิ๋ม เกิดขึ้น 2 ครั้ง คือเมื่อวันที่ 18 มี.ค.65 และวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา แต่ทางตำรวจ สภ.ย่านตาขาว ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้ โดยผู้ต้องหารายนี้ได้ถูกศาล จ.ตรัง ออกหมายจับในคดีนี้แล้ว ในหมายจับเลขที่ 58/2565 ลงวันที่ 29 มี.ค.65 ในข้อหา 1.พยายามฆ่า ได้ไตรตรองไว้ก่อน 2.พกอาวุธไปที่สาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต ที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ 3.ทำลายทรัพย์ ทำให้เสียทรัพย์

และยังคงเป็นผู้ต้องหาในคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นและจ้างวานฆ่านายโสภณ ณ นคร หรือ “ต๊อก โคกสะบ้า” อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้ง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 5 ต.นาข้าวเสีย เหตุเกิดพื้นที่ สภ.นาโยง วันที่ 8 ก.ค.64 ที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ระหว่างการประกันตัวออกมา และผู้ต้องหารายนี้ยังมีหมายจับติดตัวในคดีพัวพันยาเสพติด คดีฟอกเงิน และพยายามฆ่าผู้อื่น ซึ่งเป็นคดีอุกฉกรรจ์อีกหลายคดี

ก่อนที่นายอิ่ม ผู้เสียหายจะนำผู้สื่อข่าวไปยังบ้านเลขที่ 21 หมู่ 4 บ้านสายรุ้ง ต.นาชุมเห็ด อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ซึ่งเป็นบ้านปูนที่เกิดเหตุ โดยมีบรรดาเพื่อนซึ่งเป็นอาสาตำรวจบ้าน พร้อมอาวุธปืนประจำกายมาคอยยืนสอดส่องช่วยรักษาความปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา เกรงว่าคนร้ายจะตามมาลงมือก่อเหตุซ้ำ

ทั้งนี้นายอิ่ม ได้ชี้ให้เห็นสภาพของบ้านพักได้ปิดล็อกกุญแจอย่างแน่นหนา เนื่องจากไม่ได้อยู่บ้านมาเป็นระยะเวลา 2-3 เดือนแล้วหลังจากเกิดเหตุ ก่อนจะชี้ให้เห็นสภาพร่องรอยกระสุนปืนพกสั้นและอาวุธปืนสงคราม เจาะเข้าที่ฝาพนังปูนจนทะลุบริเวณด้านหน้าบ้านและข้างบ้านฝั่งซ้าย ประตูบ้าน หน้าต่าง กระจก กระเบื้องหลังคา ยังคงเห็นร่องรอยของคมกระสุนอยู่เช่นเดียวกัน โดยทุกจุดเป็นการยิงระยะต่ำหวังเอาชีวิต

นายอิ่ม ผู้เสียหาย เล่าว่า บ้านหลังนี้อาศัยอยู่คนเดียว เวลาประมาณ 23.15 น.วันที่ 18 มี.ค.65 นอนดูโทรทัศน์อยู่ในบ้าน คนร้ายคือนายบี มายืนเรียกตนและข่มขู่อยู่หน้าบ้าน ตนไม่กล้าเปิดประตูบ้าน ได้เพียงเปิดม่านหน้าต่างดู หลังจากนั้นประมาณ 20 นาที ก่อนที่คนร้ายจะลงมือก่อเหตุใช้อาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม.ยิงใส่ประตูบ้าน จำนวน 14 นัด ก่อนจะพูดทิ้งท้ายว่าเดี๋ยวกูกลับมาพบกับมึงอีกแน่ โดยครั้งนั้นตนไม่ได้แจ้งความเพราะรู้จักกับคนร้าย บ้านอยู่ไม่ห่างกัน จึงนำปลอกกระสุนปืนไปมอบให้ผู้ใหญ่บ้าน

ส่วนเหตุการณ์ครั้งที่ 2 ช่วงเวลาประมาณ 15.15 น. วันที่ 24 มี.ค.65 ตนนอนดูทีวีอยู่ แต่เกิดสังหรณ์ใจว่าไปนอนในห้องนอนดีกว่า ก่อนได้ยินเสียงรถกระบะ มาจอดบนถนนหน้าบ้าน และได้ยินเสียงว่าคนร้ายลงมายืนข้างบ้านและใช้อาวุธปืน 3 กระบอกยิงถล่มทันที ตนก็นอนหมอบอยู่ ไม่ลุกขึ้นประมาณ 10 กว่านาที ก่อนคนร้ายจะขับรถหลบหนีไป ก่อนที่ตนจะออกมาพบปลอกกระสุนปืน 3 ชนิด เป็นขนาด 9 มม. ปลอกกระสุนปืนอาก้า และปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 รวมกว่า 50 ปลอก ก่อนที่จะแจ้งตำรวจและลงมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ

นายอิ่ม เล่าอีกว่า สาเหตุที่หวังจะฆ่าตนตอนนี้ยังบอกไม่ถูกเหมือนกัน เพราะตนก็รู้จักสนิทกับคนร้ายดี และไม่ได้เป็นคู่ศัตรูกัน แต่คิดสันนิษฐานว่าคนร้ายน่าจะคิดว่าตนคอยช่วยเหลือญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิต หรือคนที่ถูกคนร้ายรายนี้ไปก่อเหตุ จนมีการถูกจับกุมและดำเนินคดี แต่ความจริงๆตนไม่เคยทำ รวมทั้งเคยมีตำรวจเข้าค้นพบอาวุธปืนบ้านของเครือญาติคนร้ายด้วย จึงคิดว่าน่าจะเป็นมูลเหตุไม่พอใจทั้งที่ตนไม่ได้ทำ

นายอิ่ม กล่าวว่าตนเป็น อส.ตร.มากว่า 15-16 ปี ตอนนี้หวาดผวาอย่างมากไม่อยู่บ้านมา 2 เดือนแล้วต้องหลบหนีตลอด เพราะคนร้ายเคยประกาศไว้ว่าจะเปิดศึกกับตนและจะฆ่าให้ตาย และหากใครเป็นเบาะแสให้ตำรวจจะยิงปากให้หมด อยากเรียกร้องขอความเป็นธรรม ทำไมเจ้าหน้าที่เมินเฉยหลังออกหมายจับแล้ว และเป็นคดีอุกฉกรรจ์ใช้อาวุธปืนสงครามก่อเหตุกลางวันกลางคืน ทำไมถึงไม่เร่งติดตามคนร้ายให้ได้ ซ่อนตัวอยู่ที่ไหน

สำหรับคดีนี้ผู้สื่อข่าวสอบถาม พ.ต.อ.พูนศักดิ์ เซ็งแซ่ ผกก.สภ.ย่านตาขาว ระบุว่า เราออกหมายจับในคดีนี้อย่างรวดเร็ว ซึ่งอยู่ในระหว่างทีมสืบสวน สภ.ย่านตาขาว ร่วมกับทีมสืบสวนภูธร จ.ตรัง เร่งติดตามตัวอยู่ และทาง พล.ต.ต.สันทัด วินสน ผบก.ภ.จว.ตรัง ได้เร่งรัดให้จับกุมคนร้ายให้ได้อย่างเร็วที่สุดหลังจากนี้ โดยจะประสานกับทางผู้เสียหายเพื่อให้ความปลอดภัยอย่างเต็มที่.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'มท.3 ศักดา' เจ้าของคลิปหลุด สอบตก! 'บ้านใหญ่ตรัง' ลูกสาวโกหนอร่วง

'มท.3 ศักดา' เจ้าของคลิปหลุด สอบตกเมืองกาญจน์ แต่ลูกสาวชนะขาดลอย 'บ้านใหญ่เมืองตรัง' สีน้ำเงิน เจอกระแสมาร์ค ทำสะดุด ลูกทีมโกหนอ ล็อกถล่มแพ้พรรคฟ้า

ขนส่งฯลุยติด‘QR Code’โชว์ตัวตนคนขับแท็กซี่ติดตามเดินทางแบบเรียลไทม์

'ขนส่งฯ'งัดมาตรการคุมเข้มแท็กซี่นอกรีต ลุยติด ‘QR Code’ ในแท็กซี่เชื่อม Thai ID ระบุตัวตนผู้ขับขี่และติดตามการเดินทางแบบเรียลไทม์ เร่งเครื่องยกระดับความปลอดภัยให้ผู้โดยสาร เริ่มติด 2 ก.พ. ตั้งเป้าครอบคลุมแท็กซี่กว่า 7 หมื่นคันภายในมิ.ย.นี้ เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นระบบขนส่งสาธารณะ

ตร. เตือนร้านทองในพื้นที่เสี่ยงกว่า 100 แห่งทั่วกรุง ร่วมมือจัดทำแผนเผชิญเหตุปล้นทรัพย์

พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังร่วมประชุมกำหนดมาตรการป้องกันเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง ถึงความคืบหน้าคดีคนร้ายบุกเดี่ยวชิงทองคำหนัก 198 บาท พร้อมเงินสด 170,000 บาท จากร้านทองออโรร่า ภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง

แม่บินกลับประเทศ ตามช่วยลูกสาว 14 ปี ถูกแม่เล้าวัย 18 ลวงค้ากาม ตร.บุกรวบ 4 ลูกค้าซื้อบริการ

พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ผบก.ปคม.), พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.สุพจน์ ทองมาเอง, พ.ต.ท.กฤษดา จิระวาณิชกุล สว.กก.2 บก.ปคม.ร่วมกันจับกุม น.ส.ปาริฉัตร อายุ 18 ปี ผู้ต้องหาที่ 1 , น.ส.เจนจิราฯ อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาที่ 2 ,นายฐนัสพงษ์ฯ อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาที่ 3 ,นายดิเรกฯ อายุ 57 ปี ผู้ต้องหาที่ 4 และนายชาญชัยฯ อายุ 50 ปี ผู้ต้องหาที่ 5

รวบ 4 สมุน ‘แชมป์กุดข้าวปุ้น’ ยึดไอซ์ 480 กก. สวมรอยขนส่งเอกชน

ตำรวจชายแดนสนธิกำลังบุกจับ 4 ผู้ต้องหาเครือข่าย “แชมป์กุดข้าวปุ้น” คาบ้านพัก อ.เมืองนครพนม ขณะช่วยกันแพ็คยาไอซ์ใส่ลังกระดาษ เตรียมใช้รถตู้ทึบลำเลียงเข้าพื้นที่ชั้นใน

จับวัยรุ่นไทย ค้ายาบ้า 6 หมื่นเม็ด ไอซ์ 2 กก. โยงหนุ่มลูกครึ่งออสซี่

ตำรวจสภ.วิชิต ล่อซื้อจับกุมวัยรุ่นชายอายุ 16 ปี ขณะรับพัสดุหน้าห้างดัง ยึดยาบ้าและไอซ์จำนวนมาก เจ้าตัวรับสารภาพทำตามคำสั่งหนุ่มลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย หลบหนีทัน ตรวจค้นบ้านพักพบยาเสพติดเพิ่มอีกหลายรายการ