สกัดจับแก๊งค้ายานรกล็อตใหญ่ ขนจากชายแดนจนมุมที่อุตรดิตถ์

5 พ.ย.2564 - ที่บริเวณหน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 6 แถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหายาเสพติดชนิดยาบ้า จำนวน 6 ราย ประกอบด้วย 1.นายสิทธิชัย แซ่หัน อายุ 28 ปี จ.เชียงใหม่ 2.นายมานิตย์ แซ่ย่าง อายุ 28 ปี จ.เชียงราย 3.นายมโนชา แซ่เท่า อายุ 24 ปี จ.เชียงราย 4.นายศักดิ์สิทธิ์ ปิงขุนทด อายุ 21 ปี กรุงเทพ 5.นายวรรักษ์ นิลจันทร์ อายุ 27 ปี กรุงเทพ 6.นายปณิธาน เอกพันธุ์ อายุ 21 ปี กรุงเทพ พร้อมของกลางยาบ้า อักษร WY เม็ดสีส้ม จำนวน 26 กระสอบ รวม 2,600 มัด รวมยาบ้าทั้งสิ้น 5,200,000 เม็ด คิดเป็นเงินมูลค่าประมาณ 39 ล้านบาท พร้อมยึดรถยนต์กระบะ สีขาว ยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน บย-4367 ลำพูน และรถบรรทุกกระบะสีขาว ชนิดตู้สินค้าขนสิ่งของ หมายเลขทะเบียน 2 ฒน- 6834 กรุงเทพ

โดย พล.ต.ต.สิทธิพงศ์ เป๊กทอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ พ.อ.สมยศ ทองก้อน รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดอุตรดิตถ์ พ.ต.อ.สุเทพ ประภากรณ์ พ.ต.อ.สมศักดิ์ หฤรักษ์ พ.ต.อ.สมศักดิ์ อู่ตุ้ม รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ พ.ต.อ.โยธิน ยากองโค ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรตรอน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ เจ้าหน้าที่ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค6 ร่วมวางแผน สืบสวน กระทั่งมีผลการจับกุมผู้ต้องหาในครั้งนี้

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้รับข้อมูลข่าวสารว่าจะมีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดชายแดนไทย – ลาว ด้านจังหวัดพะเยา ลักลอบลำเลียงขนยาเสพติดจำนวนมาก ในห้วงระหว่างวันที่ 1-2 พฤศจิกายน 2564 โดยจะใช้รถยนต์มีลักษณะติดตั้งตู้ทึบบรรทุกสินค้ารับ - ส่งสินค้าของเอกชน เป็นยานพาหนะ โดยใช้เส้นทางวิ่งจากพื้นที่ในจังหวัดทางภาคเหนือตอนบนตั้งแต่พะเยา -ลำปาง - แพร่ มาถึงภาคเหนือตอนล่างจังหวัดอุตร ดิตถ์ - พิษณโลกผ่านยังจังหวัดนครสวรรค์ เพื่อส่งมอบต่อให้กับผู้รับในเขตพื้นที่ภาคกลาง

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด ประสานและร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิเจ้าหน้าที่ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 35 เจ้าหน้าที่ปกครองจังหวัดอุตรดิตถ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร ภาค6 เฝ้าระวังติดตามพฤติการณ์ของกลุ่มบุคคลเป้าหมายมาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งวันที่ 2 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เวลาโดยประมาณ 02.00 น เจ้าหน้าที่ด่านตรวจถาวรบ้านน้ำอ่าง หมู่ที่ 9 อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ ได้รับการประสานจากหัวหน้าด่านตรวจห้วยไร่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ ว่ามีรถต้องสงสัย จำนวน 2 คัน คันแรกเป็นรถยนต์กระบะ ทะเบียน บย-4367 ลำพูน เป็นรถนำ คันที่2 เป็นรถบรรทุก หมายเลขทะเบียน 2 ฒน -6834 กรุงเทพ ซึ่งเป็นรถขนยาเสพติด ได้ขับผ่านด่านตรวจห้วยไร่ มุ่งหน้ามายังพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์

หลังได้รับการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ด่านตรวจห้วยไร่ เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำด่านตรวจสี่แยกบ้านน้ำอ่าง จึงตั้งจุดตรวจจุดสกัด เพื่อทำการสกัดและจับกุม จนกระทั้งพบรถคันต้องสงสัยซึ่งเป็นรถยนต์บรรทุกชนิดตู้ทึบบรรทุกสินค้ารับ - ส่งสินค้าของเอกชน หมายเลขทะเบียน 2 ฒน -6834 กรุงเทพ ซึ่งเป็นรถขนยาเสพติดตามที่รับแจ้งมา กำลังขับผ่านมาเข้าด่านตรวจ เจ้าหน้าที่ประจำด่านจึงได้เรียกพร้อมส่งสัญญาณให้หยุดรถ แต่รถคันดังกล่าวไม่ยอมหยุดรถ พร้อมขับแหกด่านหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงได้ขับรถยนต์ติดตามไป จนสามารถสกัดและจับกุมรถคันดังกล่าวได้ที่บริเวณจุดกลับรถแยกบ้านไร่ หมู่ที่ 10 ต.น้ำอ่าง อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ ห่างจากพื้นที่ด่านจุดสกัดประมาณ 2 เมตร

เจ้าหน้าที่จึงเรียกให้นายสิทธิชัย แซ่หัน โชเฟอร์คนขับรถ และนายมานิตย์ แซ่ย่าง นั่งคู่คนขับให้ลงจากรถยนต์บรรทุกสินค้า พร้อมให้เปิดตู้ท้ายรถยนต์บรรทุกสินค้า เมื่อประตูถูกเปิดออกเจ้าหน้าที่ได้กลิ่นยาเสพติดชนิดยาบ้าตลบอบอวนโชยออกมาทันที พบถุงกระสอบพลาสติกสีขาวลายฟ้าเรียงรายอยู่ภายในรถบรร ทุกรวมทั้งสิ้น 26 กระสอบ โดยมียาเสพติดชนิดยาบ้าอยู่ภายในกระสอบๆละ 100 มัด รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,600 มัด ๆละ 2,000 เม็ด รวมยาบ้าที่พบในครั้งนี้ รวมทั้งสิ้น 5,200,000 เม็ด

สอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกับนายมาโนช ซึ่งขับรถยนต์กระบะสีขาว หมายเลขทะเบียน บย-4367 ลำพูน รถนำได้ขับล่วงหน้าไปก่อนแล้ว เจ้าหน้าที่จึงแจ้งชุดปฏิบัติการ เร่งสกัดและจับกุมรถคันดังกล่าวพร้อมนายมาโนช ได้ที่บริเวณปั้มน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.บางระกำ จ.พิษณุ โลก และนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดมาทำการสอบสวนปากคำ เพื่อทำการขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติม

จากการสอบสวนปากคำ ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ให้การรับสารภาพตรงกันว่า ได้รับว่าจ้างให้ขนยาบ้าจำนวนดังกล่าวมาจาก นายวิโรจน์ เพื่อนำไปส่งมอบให้กับผู้รับ ณ โกดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด ภาค 6 ทำการขยายผลและสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้เพิ่มอีก 3 คน ประกอบด้วย นายศักดิ์สิทธิ์ ปิงขุนทด นายวรรักษ์ นิลจันทร์ และ นายปณิธาน เอกพันธุ์ ซึ่งเป็นผู้มารับยาได้ที่บริเวณห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ในพื้นที่อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้ง 6 คน มียาเสพติดประเภท 1 ชนิดยาบ้า ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรตรอน อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ ดำเนินคดีต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบ ปรามยาเสพติดทราบว่า เป็นกลุ่มนักค้ายาเสพติดรายสำคัญที่มีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากภาคเหนือตอนบนเข้าสู่พื้นที่ภาคกลาง โดยมีผู้ร่วมกระทำกันเป็นขบวนการ มีการแบ่งหน้าที่ร่วมทำกันอย่างเป็นระบบ โดยมีรถนำเพื่อหลีกเลี่ยงการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำด่านตรวจ ด้วยการใช้รถบรรทุกสินค้าชนิดรถตู้ทึบตบตาเจ้าหน้าที่ระหว่างขนยาเสพติดจากภาคเหนือลงมากสู่ภาคกลาง

พล.ต.ท.อัคราเดช กล่าวว่า เตรียมยึดทรัพย์ผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย ตาม พรบ.ยาเสพติด ยาเสพติดที่ถูกยึดจับกุมมาได้ครั้งนี้ เป็นล๊อตที่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาพักอยู่พื้นที่ภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย ยังไม่สามารถระบุได้ว่ามาจากกลุ่มไหนเป็นข้อมูลในทางลับของทางราช การ อยู่ระหว่างการขยายผล ผู้ต้องหาทุกคนให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี และรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่กำลังขยายผลการจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 6 คน เพื่อหาตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ทั้ง หมด

ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 6 กล่าวว่า พฤติกรรมกลุ่มยาเสพติดรายนี้มีความเชื่อมโยงกับผู้ค้ายาเสพติดในกรุงเทพ โดยเป้าหมายที่ส่งต่อนั้นกำลังไปสู่ปริมณฑล พื้นที่ของตำรวจภูธรภาค 6 เป็นเส้นทางผ่าน ไม่ใช่แหล่งจำหน่าย อาจจะมาจากประเทศเพื่อนบ้านทั้ง 2 ฝั่ง ทั้งฝั่งตะวันตกและด้านเหนือตะวันออก

ผู้สื่อข่าวถามว่า เครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่ภาค 6 จะเกี่ยวเนื่องกับแก๊งค้ายาเสพติดที่ถูกจับครั้งนี้หรือไม่ ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 6 กล่าวว่า เป็นความลับทางราชการอยู่ หากบอกไปเหมือนคุยโม้ก่อนแล้วจับไม่ได้ เวลาจะจับแต่ละกลุ่มแก๊งในแต่ละเครือข่ายทุกครั้งจะไม่ปิดสื่อ จะแถลงข่าวให้สื่อมวลชนรับทราบทุกครั้ง

เมื่อถามว่า ในพื้นที่ภาค 6 มีข้าราชการตำรวจที่มีพฤติกรรมเหมือนกับผู้กำกับโจ้หรือไม่ พล.ต.ท.อัคราเดช กล่าวว่า ณ เวลานี้ ไม่มีแน่นอน แต่สัญญาว่า “ถ้ามีฟันไม่เลี้ยง”

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กสม.เพิ่งตื่นเตรียมจัดเวทีรับฟังปัญหาการใช้กัญชา!

กสม.ติดตามสถานการณ์การใช้กัญชา โดยเฉพาะเด็ก เยาวชน และหญิงตั้งครรภ์ จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนเพื่อวางแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาเชิงระบบ

ตร.ภาค 5 แถลงยึดยาไอซ์ล็อตใหญ่ 400 กก. ขนใส่กระบะส่อพิรุธถูกรวบคาด่านตรวจ

ตร.ภาค 5 แถลงจับยาไอซ์​เกือบ 400 กก. ขนผ่านด่านแต่ไม่รอด ตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ​ ตร.ภ.5 จับยาได้เกือบ 3 หมื่นคดี ยาบ้ามากสุดกว่า 150 ล้านเม็ด ไอซ์​แตะ 1,200 กก. เฮโรอีน, ฝิ่น อีกอื้อ ยึดทรัพย์​เกือบ 60 ล้าน

'จาตุรนต์' แนะ 'อนุทิน' เร่งเคลียร์ กม.ควบคุมกัญชา

'จาตุรนต์' แนะ 'อนุทิน' เร่งแก้ไขปัญหาสุญญากาศกัญชาโดยเฉพาะในการบังคับใช้กฎหมาย เพราะปัจจุบันดูเหมือนไปคนละทิศละทางระหว่าง สธ.และตำรวจ

สธ. เคลียร์ปมกัญชาเสรี ยันไม่เอื้อใช้ผิดวัตถุประสงค์ ยกกม. 2 ฉบับเอาผิดทั้งจำ-ปรับ

"สธ." ขนทัพ แถลงโต้ สุญญากาศทางกฎหมาย เอื้อ ใช้กัญชาผิดวัตถุประสงค์ ยก ก.ม. 2 ฉบับ เอาผิดทั้งจำทั้งปรับ ยืนยัน ปลดล็อคกัญชาในไทยไม่ผิดอนุสัญญาเดี่ยว 1961 ปลดพ้นยาเสพติดแล้ว ด้าน "ศุภชัย" ตอกกลับ "สุทิน" ไม่ทำข้อมูล อ้างอดีต กก.ยาเสพยาเสพติดระหว่างประเทศ ที่แท้ เดินหน้าทำธุรกิจกัญชาไทยไทย แจงแทน "อนุทิน" ปม มีผลประโยชน์ทับซ้อน