หวังข่มขืน “น้องลูกหมู” สาววัย 30 ปีต่อสู้ขัดขืนก่อนถูกทุบหัวคอหักโยนศพทิ้งทะเลอำพรางคดี ผกก.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช นำทีมลุยสอบสวนสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจ่อออกหมายจับหนุ่มลูกเขยคนบ้านปากดวดฆาตกรสุดทมิฬเร็วๆนี้
3 ก.ย.2565 - จากกรณีที่ น.ส.วาสนา แก้วพรรณราย หรือ “น้องลูกหมู” อายุ 30 ปี บ้านอยู่หมู่ 9 ต.เปลี่ยน อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช หายออกจากร้านขายเครื่องครัวในห้างดัง อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช เวลา 2 ทุ่ม หลังเลิกงานเมื่อคืนวันที่ 26 ส.ค. โดยญาติๆ ได้ไปแจ้งความที่ สภ.เปลี่ยน อ.สิชล
จากนั้นพบเบาะแส รถ.จยย.ของน.ส.วาสนา แก้วพรรณราย ไปจอดอยู่ชายทะเลพังปริง ต.กลาย อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช จนกระทั้งเมื่อเย็นวันที่ 27 ส.ค. เจ้าหน้าที่พบศพลอยอยู่กลางทะเล บริเวณปากน้ำปากดวด หมู่ 1 ต.กลาย อ. ท่าศาลา จ.นครศรีธรรรมราช ซึ่งเชื่อว่าถูกฆาตกรรมอำพราง จากนั้นส่งศพให้ รพ.ท่าศาลา และนิติเวช รพ.มหาราช ผ่าชันสูตรหาสาเหตุการตายที่แน่ชัดตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าผลการชันสูตรพลิกศพของแพทย์พบว่า น.ส.วาสนา หรือน้องลูกหมู ไม่ได้เสียชีวิตเพราะจมน้ำ แต่เสียชีวิตก่อนจมน้ำ โดยต้นคอมีรอยช้ำบวมเหมือนถูกตีด้วยของแข็งและซี่โครงหัก 3 ซี่ จึงเชื่อว่าผู้ตายว่าถูกทำร้ายบนบกจนเสียชีวิต ก่อนนำศพไปโยนทิ้งทะเลเพื่ออำพรางคดี ส่วนอวัยวะเพศมีร่องรอยถูกข่มขืนหรือไม่ แพทย์จะแจ้งผลการชันสูตรอย่างละเอียดให้ตำรวจทราบอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
ขณะที่ พ.ต.อ.โชคดี ศรีเมือง ผกก.สภ.ท่าศาลา พร้อม ร.ต.อ.กล้าหาญ ใจกระจ่าง พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี สภ.ท่าศาลา และชุดสืบสวน สภ.ท่าศาลา ลงพื้นสืบสวนหาเบาะแสพบรอยรถยนต์กระบะในที่เกิดเหตุคาดว่าเป็นรถยนต์ของกลุ่มคนร้ายที่มาพบ น.ส.วาสนา ขับรถ จยย.มาคนเดียวในเวลากลางคืน ในขณะที่มีชาวบ้านเห็นเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุคนร้ายน่าจะเป็นนาย “ดอน”(นามสมมุติ) ซึ่งเป็นลูกเขยของชาวบ้านในพื้นที่บ้านปากดวด อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ขับรถกระบะสีดำ ไม่ทราบยี่ห้อและทะเบียนเข้ามาในที่เกิดเหตุ สักพักชาวบ้านจึงได้ยินเสียงหวีดร้องเพื่อขอความช่วยเหลือของผู้หญิงคาดว่าเป็น น.ส.วาสนา หรือน้องลูกหมู ผู้ตาย แต่เนื่องจากเป็นกลางคืนไม่มีใครกล้าออกไปช่วยเหลือจนเสียงร้องเงียบไป นายดอน จึงขับรถออกจากพื้นที่ไปอย่างรวดเร็ว
พ.ต.อ.โชคดี ศรีเมือง ผกก.สภ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า คดีนี้แน่นอนว่าไม่ใช่การจมน้ำเสียชีวิตแต่ถูกฆ่าตายก่อนนำศพไปโยนทิ้งทะเลเพื่ออำพรางคดี ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจเพราะถือเป็นการก่อเหตุที่อุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญอย่างมาก โดยตนสั่งการให้ชุดสืบสวนสอบสวนและตรวจสอบกล้องวงจรปิดในเส้นทางเข้าออกจุดเกิดเหตุ และยังสอบสวนปากคำญาติๆ ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีเพิ่มเติม แม้การตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานค่อนข้างยากลำบากเพราะเกิดเหตุในเวลากลางคืน ตำรวจจึงขอเวลาในการรวบรวมพยานหลักฐานมัดตัวคนร้ายให้แน่นหนา รับรองฆาตกรสุดทมิฬดิ้นไม่หลุดแน่ ก่อนจะรวบรวมพยานหลักฐานเสนอขอหมายจับกุมคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้ และมั่นใจว่าจะสามารถจับกุมคนร้ายได้ในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน.ผกก.สภ.ท่าศาลา กล่าวยืนยัน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เซียนกล้วย' โผล่มอบตัว! ปฏิเสธฆ่าแฟนดับคาม่านรูด
นายวิทวัส หรือ “เซียนกล้วย” ผู้ต้องสงสัยตามหมายจับในคดีฆาตกรรมหญิงสาววัย 31 ปี ภายในโรงแรมม่านรูดในเขตอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ได้เข้ามอบตัว
ล่า ‘เซียนกล้วย’ ต้องสงสัยคดีหญิงดับปริศนาในม่านรูดเมืองคอน
ตำรวจนครศรีธรรมราช เร่งติดตามตัวนักสนุ๊กเกอร์ชื่อดังในพื้นที่ วัย 50 ปี หลังถูกระบุเป็นผู้ต้องสงสัยคดีหญิงสาววัย 31 ปี เสียชีวิตภายในโรงแรมม่านรูดกลางเมือง เบื้องต้นตั้งปมหึงหวง เร่งรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับ
งานศพสุดแหวก! จัดโคโยตี้เต้นหน้าโลง คืนสุดท้ายตามคำสั่งเสีย ชาวบ้านแห่ดูแน่นวัด
กลายเป็นกระแสฮือฮาและถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์และชุมชนท้องถิ่น หลังมีการจัดงานศพรูปแบบแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร
‘เจย์-ซี’ เคยโกรธจัดจนควบคุมตัวเองไม่ได้ หลังจากถูกกล่าวหาว่าข่มขืน
เมื่อปี 2024 ผู้หญิงคนหนึ่งกล่าวหาว่า เจย์-ซี ข่มขืนเธอ หลังจากคำให้การที่ขัดแย้งกัน เธอจึงถอนฟ้อง แร็ปเปอร์คนดังพูดถึงช่วงเวลานั้นว่า “เรื่องนั้นทำให้ผมเสียกำลังใจไปมาก”
เรือประมงพื้นบ้านกว่า 200 ลำ ต้องจอดเทียบท่า เจอปัญหาน้ำมันไม่เพียงพอ
เรือประมงพื้นบ้านกว่า 200 ลำ ในพื้นที่อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ต้องจอดเทียบท่า หลังประสบปัญหาน้ำมันเชื้อเพลิงไม่เพียงพอ จากการจำกัดปริมาณการจำหน่าย ส่งผลกระทบต่อการออกเรือทำประมงและรายได้ของชาวประมง
จับ 2 พรานป่าลอบล่าสัตว์ป่าเขาหลวง ยึดซาก 'เม่นหางพวง'
เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษอุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า (พญาเสือ) ภาคใต้ ร่วมกับเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ตย.2

