
จากพระราชเสาวนีย์…สู่ “คุณค่า”
“... ย่านลิเภานี้เป็นศิลปะเก่าแก่ของบรรพบุรุษเรา แล้วก็วัตถุดิบก็เกิดขึ้นเองภายในประเทศคือ ทางภาคใต้ที่ฝนตกมากตัวย่านลิเภานั่นก็คือเป็นวัชพืชชนิดหนึ่งที่ขึ้นเอง รกโดยธรรมชาติ ใต้ต้นยาง ใต้สวนยาง ปิดดินให้ชุ่มชื้น และที่ภาคใต้ใช้ได้ดีเพราะว่าฝนตกมาก ทำให้เกิดความเหนียว ทำให้เส้นเหนียว และอยู่ได้เป็นร้อยปี อันนี้ที่คนญี่ปุ่นบอกว่าเป็นลักษณะพิเศษของย่านลิเภา ถ้าแม้นว่าทิ้งให้แก่กับต้นแล้ว ใยของเขาจะเหนียวอยู่ได้เป็นร้อยปี โดยที่ไม่มีตัวแมลงมากัดกินเลย เพราะฉะนั้นพูดได้ว่าเป็นพืชเศรษฐกิจ ที่ยอดเยี่ยมที่สุดของเมืองไทย...”
พระราชเสาวนีย์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2524
พระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง คือจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้ “ย่านลิเภา” จากพืชพื้นถิ่นธรรมดา กลายเป็นงานหัตถศิลป์ที่ได้รับการยอมรับในระดับประเทศ พระองค์ทรงมองเห็นคุณค่าของวัสดุธรรมชาติที่คนทั่วไปอาจมองข้าม ทั้งความเหนียว ทนทาน และอายุการใช้งานที่ยาวนานนับร้อยปี จึงทรงส่งเสริมให้มีการฟื้นฟูและถ่ายทอดภูมิปัญญาการจักสานย่านลิเภา เพื่อให้ชุมชนสามารถนำไปสร้างอาชีพ และรักษามรดกทางวัฒนธรรมให้คงอยู่ต่อไป

“ย่านลิเภา” พืชธรรมดาที่ไม่ธรรมดา
ย่านลิเภา เป็นพืชพื้นถิ่นทางภาคใต้ จัดอยู่ในกลุ่มเฟิร์นชนิดหนึ่ง มีลักษณะเป็นเถาเล็ก ๆ เลื้อยพันเกาะตามต้นไม้หรือพุ่มไม้ในป่าธรรมชาติ คำว่า “ลิเภา” สันนิษฐานว่ามาจากภาษามลายูคำว่า “ลิบู” (Libu) ซึ่งแปลว่า “จิ้งจก” สื่อถึงลักษณะใบที่มีหยักคล้ายตีนจิ้งจกอย่างเป็นเอกลักษณ์ เถาของลิเภาเมื่อยังสดจะมีสีเขียว แต่เมื่อแห้งจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล มีความเหนียว ทนทาน และมีอายุการใช้งานยาวนาน ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นนี้ ชาวบ้านในภาคใต้จึงนิยมนำเถาของลิเภามาแปรรูปเป็นงานจักสานพื้นบ้าน ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าถือ หีบหมาก หรือเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่ต้องการความแข็งแรงและความประณีต อย่างไรก็ตามงานจักสานลิเภาเคยเสี่ยงต่อการสูญหายไปตามกาลเวลา ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงเห็นคุณค่าในภูมิปัญญาพื้นบ้านนี้ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการถ่ายทอดองค์ความรู้ โดยจัดหาครูช่างจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ไปสอนการจักสานย่านลิเภาแก่ราษฎรในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นแหล่งที่มีย่านลิเภาอุดมสมบูรณ์
จากจุดเริ่มต้นนั้น งานจักสานย่านลิเภาจึงได้รับการฟื้นฟูและขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งในระดับชุมชนและระดับประเทศ รวมถึงมีการฝึกสอนในศูนย์ศิลปาชีพต่าง ๆ เช่น สวนจิตรลดา และศูนย์ศิลปาชีพบางไทร เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความงดงามยิ่งขึ้น โดยผสานงานช่างแขนงอื่น เช่น งานถมทองเข้ามาเพิ่มมูลค่า ทำให้ ย่านลิเภา กลายเป็นงานหัตถศิลป์ที่สะท้อนทั้งภูมิปัญญา ความประณีต และคุณค่าทางวัฒนธรรมของไทย เป็น “ทรัพยากรทางวัฒนธรรม” ที่สร้างมูลค่าได้

ภูมิปัญญาการจักสาน
กระบวนการจักสานย่านลิเภา เริ่มจากการคัดเลือกเถาที่แห้งสนิท นำมาปอกเปลือก และชักเลียดให้ได้เส้นที่เรียบสม่ำเสมอ ก่อนจะนำไปสานเป็นรูปทรงต่าง ๆ งานสานแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก คือ แบบทึบ ที่ใช้เทคนิคการสอดและพันเส้น เพื่อสร้างลวดลาย และแบบโปร่ง ที่ใช้การขัดและยกลาย คล้ายการทอผ้า ทุกขั้นตอนล้วนทำด้วยมือ ต้องอาศัยความชำนาญ ความอดทน และสายตาที่ละเอียดอ่อน ผลลัพธ์ที่ได้จึงมีความสวยงามประณีต

จากชุมชนเล็ก ๆ…สู่เวทีระดับนานาชาติ
หนึ่งในความภาคภูมิใจของงานย่านลิเภา คือ การได้รับคัดเลือกให้เป็นของขวัญแก่คู่สมรสผู้นำในการประชุม สุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 เมื่อพุทธศักราช 2562 กระเป๋าถือย่านลิเภาถมเงิน ที่รังสรรค์โดยช่างฝีมือจากจังหวัดนครศรีธรรมราช โดดเด่นด้วยลวดลาย “เมล็ดแตง” และการประดับถมเงินอย่างประณีต สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า งานหัตถศิลป์พื้นบ้านไทย สามารถก้าวไกลสู่เวทีโลก และสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศ

สู่ดีไซเนอร์งานคราฟต์
นางสาวนภารัตน์ ทองเสภี เป็นทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลจักสานย่านลิเภาแห่งบ้านนาเคียน เป็นบุตรสาวของ ครูสุเจนจิต ทองเสภี ครูช่างศิลปหัตถกรรม ปี 2560 (ประเภทเครื่องจักสาน-จักสานย่านลิเภา) สมาชิกกลุ่มสตรี จักสานย่านลิเภาบ้านนาเคียน จังหวัดนครศรีธรรมราช คือ ภาพสะท้อนของการสืบทอดภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น เธอเริ่มเรียนรู้การจักสานตั้งแต่ยังเด็ก ซึมซับจากคุณยายและคุณแม่ จนสามารถสร้างสรรค์ลวดลายของตนเองได้ตั้งแต่อายุยังน้อย จากการทำงานตามแบบดั้งเดิม เธอพัฒนาต่อยอดสู่การออกแบบร่วมสมัยและนำงานย่านลิเภาไปสู่ตลาดใหม่ ๆ ทั้งในและต่างประเทศ แนวคิดสำคัญของเธอคือ “ไม่ทำซ้ำ” แต่เน้นการสร้างสรรค์ผลงานระดับมาสเตอร์พีช (Masterpiece) ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งช่วยยกระดับงานจักสานพื้นบ้านให้กลายเป็นงานดีไซน์ที่มีคุณค่า

จากวัชพืช…สู่เศรษฐกิจชุมชน
ในอดีต ย่านลิเภาอาจเป็นเพียงพืชที่ขึ้นรกตามสวนยาง แต่วันนี้ได้กลายเป็นอาชีพที่สร้างรายได้สำคัญให้แก่ชาวบ้านนาเคียน หลายครอบครัวสามารถสร้างรายได้เสริมจากการจักสานเดือนละหลายพันบาท นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐและการพัฒนาด้านการตลาด ทำให้ผลิตภัณฑ์ย่านลิเภาบ้านนาเคียนเป็นสินค้า OTOP ระดับ 5 ดาว ที่มีทั้งคุณค่าและมูลค่า แม้ปัจจุบันวัตถุดิบจะเริ่มหายากจากการขยายตัวของเมือง แต่ความพยายามในการอนุรักษ์และพัฒนาก็ยังคงดำเนินต่อไป เพื่อให้ “ย่านลิเภา” ยังคงอยู่คู่ชุมชน
มรดกที่ต้องรักษา…เพื่อส่งต่ออนาคต
ย่านลิเภา คือ “เรื่องราวของผู้คน” คือภูมิปัญญา การสืบสานงานหัตถศิลป์นี้ คือการรักษาวิถีชีวิตและรักษาความภาคภูมิใจของคนไทย เพราะในเส้นใยเล็ก ๆ ของย่านลิเภา ซ่อนคุณค่าที่ยิ่งใหญ่ไว้อย่างงดงามข้อมูล
ข้อมูล
1.หนังสือเคียงราษฎร์
2.นางสาวนภารัตน์ ทองเสภีประธานกลุ่มสตรี จักสานย่านลิเภาบ้านนาเคียน จังหวัดนครศรีธรรมราช
3. https://archive.sacit.or.th/creator/176
4.https://mgronline.com/onlinesection/detail/9660000076047
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จากหมอนขิดสู่ครูหลวง เส้นไหมแห่งพระเมตตา
บ้านหนองอ้อ จังหวัดอุดรธานี มีบ้านหลังหนึ่งที่เสียงฟืมกระทบกันไม่เคยเงียบหาย สำหรับที่นี่การทอผ้า คือ ส่วนหนึ่งของ “ชีวิต” ของผู้หญิงคนหนึ่ง ผู้เริ่มต้นจับกี่ทอผ้าตั้งแต่อายุเพียง 4 ขวบ และเติบโตมากับเส้นไหมและความอยู่รอดของครอบครัว เธอคือ แม่ครูหลวงสุนา ศรีบุตรโคตร หนึ่งใน “ทหารเสือราชินีแห่งวงการผ้าไหมไทย”
ศิลปาชีพบ้านดอนหลี่ : ผ้าไหมมัดหมี่ แห่งมหาสารคามที่ถักทอจากพระเมตตา
ทั่วแผ่นดินไทยมีภูมิปัญญาหัตถศิลป์ที่ถูกถักทอขึ้นจากวิถีชีวิตของผู้คน และสืบสานต่อมาหลายชั่วอายุคนหนึ่งในนั้นคือ ผ้าไหมมัดหมี่จากบ้านดอนหลี่ จังหวัดมหาสารคาม ที่ขึ้นชื่อเรื่องความประณีตงดงาม โดยเฉพาะ ลายสร้อยดอกหมาก ลวดลายโบราณอันเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด
บ้านหนองบ่อ : ถักทอเส้นไหม สู่ลวดลาย 'ปราสาทผึ้ง' และ 'จกดาว' อัตลักษณ์แห่งเมืองอุบล
ณ ลุ่มน้ำมูลของจังหวัดอุบลราชธานี มีหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ยังคงรักษาศิลปะการทอผ้าไหมจากรุ่นสู่รุ่น นั่นคือ “บ้านหนองบ่อ” แหล่งทอผ้าไหมพื้นบ้านที่โดดเด่นด้วยลวดลาย “ปราสาทผึ้ง” และ “หัวซิ่นจกดาว” อันเป็น อัตลักษณ์สำคัญของเมืองอุบล
ชุดไทยพระราชนิยม : มรดกแผ่นดิน ภูษาแห่งพระราชปณิธาน
ในห้วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงของประวัติศาสตร์ไทย ภาพจำที่งดงามที่สุดภาพหนึ่งของพสกนิกร คือ พระสิริโฉมอันสง่างามของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในฉลองพระองค์ชุดไทยที่วิจิตรบรรจง ความงดงามนี้มิใช่เพียงเรื่องของแฟชั่นหรืออาภรณ์ภายนอก หากแต่เป็นผลึกทางปัญญาที่กลั่นกรองจากพระราชหฤทัยอันรักชาติ เพื่อสร้าง "ตัวตน" และ "ศักดิ์ศรี" ของความเป็นไทยให้ปรากฏชัดแก่สายตาอารยประเทศ
คนเมืองคอนมี 'มรดกโลกยูเนสโก' เตรียมฉลองยิ่งใหญ่
แห่สักการะพระบรมธาตุเจดีย์ หลังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกยูเนสโก เตรียมจัดงานเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่
ไทยลุ้นเฮ 'วัดพระมหาธาตุฯ' จ่อขึ้นทะเบียนมรดกโลก
คณะผู้แทนจังหวัดนครศรีธรรมราช นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัด เดินทางเข้าร่ว

