รัฐบาลแนะประชาชนที่ถูกคุกคามทางเพศ แชทพูดคุยเรื่องลามก แจ้งความได้ เข้าข่ายอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เผยเดือนส.ค.แจ้งความคดีออนไลน์ 1.7 หมื่นคดี ความเสียหาย 3 พันกว่าล้าน
8 ก.ย.2565 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ปัจจุบันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือภัยไซเบอร์ มีรูปแบบที่หลากหลาย มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงวิธีการหลอกลวงเหยื่ออยู่สม่ำเสมอ ขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวัง รู้เท่าทันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กรณีการคุมคามทางเพศ ผ่านการพูดคุยทางแชทข้อความ ชวนคุยเรื่องลามกในลักษณะอนาจาร ส่งภาพในลักษณะคุกคามสร้างความเดือดร้อนรำคาญ รบกวนจิตใจ ก็มีพบมากขึ้นเช่นกัน
นางสาวรัชดา กล่าวว่า การกระทำดังข้างต้น เข้าข่ายอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในรูปแบบของนำเข้าหรือส่งต่อข้อมูลที่มีเนื้อหาผิดกฎหมายเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ถือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397 ในเรื่องการคุกคามทำให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท แต่หากพบว่า มีการส่งรูปลามก โป๊เปลือย โชว์ของลับของตนเองมา ก็อาจจะมีความผิด ตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ในเรื่องของการนำข้อมูลที่มีลักษณะลามกอนาจารเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ หากประชาชนประสบเหตุการณ์ในลักษณะนี้นอกจากจะแจ้งความแล้ว ควรจะบล็อกช่องทางการสนทนาไป รวมถึงแจ้งเรื่องร้องเรียนไปยัง Facebook (หากเกิดขึ้นใน Facebook) ว่าผู้ใช้บัญชีนี้มีลักษณะที่คุกคามมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมให้ Facebook ช่วยลบบัญชีรายนี้ออกไป
นางสาวรัชดา กล่าวว่า สำหรับภาพรวมของคดีออนไลน์ ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DES) รายงานว่า มีประชาชนแจ้งความคดีออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.thaipoliceonline.com ทั้งสิ้น 17,254 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 3,317 ล้านบาท โดยเจ้าหน้าที่ดำเนินการอายัดบัญชีที่ใช้ในการกระทำความผิดแล้ว 4,066 บัญชี ซึ่งประเภทคดีออนไลน์ ที่มีการแจ้งความมากที่สุด 5 อันดับแรก คือ 1.ซื้อสินค้าแต่ไม่ได้รับสินค้า (34.09%) 2.หลอกให้ลงทุนในรูปแบบต่างๆ (19.21%) 3.หลอกให้ทำงานออนไลน์ (13.20%) 4.หลอกให้กู้เงินแต่ไม่ได้เงิน (12.48%) และ 5.ข่มขู่ให้เกิดความหวาดกลัว หรือ Call Center (6.08%) ซึ่งแตกต่างจากสถิติคดีออนไลน์ 4 เดือนก่อนหน้า ส่วนใหญ่จะเป็นคดีหลอกหลวงด้านการเงินมากที่สุด
“รัฐบาลห่วงใยประชาชนตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี ขอให้ประชาชนรับฟังข่าวสารการแจ้งเตือนเพื่อจะได้รู้ทัน และมีภูมิคุ้มกันไซเบอร์ให้กับตนเองและคนในครอบครัว จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมออนไลน์ ทั้งนี้ สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้ผ่านทางช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ของหน่วยงานในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดังต่อไปนี้
1.เพจ PCT Police URL : https://www.facebook.com/PCTPOLICE 2.เพจ ตำรวจสอบสวนกลาง URL : https://www.facebook.com/CIBTHAILAND 3.เพจ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี บช.สอท. - CCIB URL : https://www.facebook.com/CybercopTH
หากพี่น้องประชาชนตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมออนไลน์ สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่สถานทีตำรวจในท้องที่เกิดเหตุ หรือแจ้งความออนไลน์ได้ด้วยตนเองที่เว็บไซต์ https://www.thaipoliceonline.com ได้ตลอด 24 ชั่วโมง” นางสาวรัชดา กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ขนส่งฯลุยติด‘QR Code’โชว์ตัวตนคนขับแท็กซี่ติดตามเดินทางแบบเรียลไทม์
'ขนส่งฯ'งัดมาตรการคุมเข้มแท็กซี่นอกรีต ลุยติด ‘QR Code’ ในแท็กซี่เชื่อม Thai ID ระบุตัวตนผู้ขับขี่และติดตามการเดินทางแบบเรียลไทม์ เร่งเครื่องยกระดับความปลอดภัยให้ผู้โดยสาร เริ่มติด 2 ก.พ. ตั้งเป้าครอบคลุมแท็กซี่กว่า 7 หมื่นคันภายในมิ.ย.นี้ เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นระบบขนส่งสาธารณะ
ตร. เตือนร้านทองในพื้นที่เสี่ยงกว่า 100 แห่งทั่วกรุง ร่วมมือจัดทำแผนเผชิญเหตุปล้นทรัพย์
พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังร่วมประชุมกำหนดมาตรการป้องกันเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง ถึงความคืบหน้าคดีคนร้ายบุกเดี่ยวชิงทองคำหนัก 198 บาท พร้อมเงินสด 170,000 บาท จากร้านทองออโรร่า ภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง
แม่บินกลับประเทศ ตามช่วยลูกสาว 14 ปี ถูกแม่เล้าวัย 18 ลวงค้ากาม ตร.บุกรวบ 4 ลูกค้าซื้อบริการ
พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ผบก.ปคม.), พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.สุพจน์ ทองมาเอง, พ.ต.ท.กฤษดา จิระวาณิชกุล สว.กก.2 บก.ปคม.ร่วมกันจับกุม น.ส.ปาริฉัตร อายุ 18 ปี ผู้ต้องหาที่ 1 , น.ส.เจนจิราฯ อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาที่ 2 ,นายฐนัสพงษ์ฯ อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาที่ 3 ,นายดิเรกฯ อายุ 57 ปี ผู้ต้องหาที่ 4 และนายชาญชัยฯ อายุ 50 ปี ผู้ต้องหาที่ 5
รวบ 4 สมุน ‘แชมป์กุดข้าวปุ้น’ ยึดไอซ์ 480 กก. สวมรอยขนส่งเอกชน
ตำรวจชายแดนสนธิกำลังบุกจับ 4 ผู้ต้องหาเครือข่าย “แชมป์กุดข้าวปุ้น” คาบ้านพัก อ.เมืองนครพนม ขณะช่วยกันแพ็คยาไอซ์ใส่ลังกระดาษ เตรียมใช้รถตู้ทึบลำเลียงเข้าพื้นที่ชั้นใน
จับวัยรุ่นไทย ค้ายาบ้า 6 หมื่นเม็ด ไอซ์ 2 กก. โยงหนุ่มลูกครึ่งออสซี่
ตำรวจสภ.วิชิต ล่อซื้อจับกุมวัยรุ่นชายอายุ 16 ปี ขณะรับพัสดุหน้าห้างดัง ยึดยาบ้าและไอซ์จำนวนมาก เจ้าตัวรับสารภาพทำตามคำสั่งหนุ่มลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย หลบหนีทัน ตรวจค้นบ้านพักพบยาเสพติดเพิ่มอีกหลายรายการ

