ผัวหึงโหดยิงเมียสาหัส ก่อนปลิดชีพตัวเองดับคาร้านอาหาร!

29 ต.ค.2565 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 23.00 น. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ รับแจ้งมีเหตุยิงกัน ภายร้านอาหารแห่งหนึ่ง บริเวณปากซอยเพชรหึง 31 ตำบลบางยอ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน พร้อมเจ้าหน้าที่แพทย์เวร และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุภายในร้านอาหารดังกล่าว พบผู้ได้รับบาดเจ็บ เป็น หญิง 1 ราย อายุประมาณ 50 ปี มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่หน้าอก อาการสาหัส เจ้าหน้าที่รีบปฐมพยาบาลก่อนเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง ใกล้กันพบผู้เสียชีวิต เป็น ชาย 1 ราย(ตำรวจขอสงวนชื่อ) อายุประมาณ 50 ปี มีบาดแผลถูกยิงที่ศีรษะ นอนเสียชีวิตจมกองเลือด และใกล้กันยังพบ อาวุธปืน แบบออโตเมติก ตกอยู่ 1 กระบอก ปลอกกระสุนกระจายเกลื่อนพื้น เจ้าหน้าที่จึงปิดกั้นพื้นที่ไม่ให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปบริเวณที่เกิดเหตุ พร้อมประสานงานผู้บังคับบัญชาตามระดับชั้น

จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่าทั้งคู่นั่งอยู่ภายในร้าน ก่อนผู้ตายจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ หยิบโทรศัพท์มาปาทิ้งลงพื้น แล้วควักปืนที่เอวออกมาจ่อยิงภรรยาที่นั่งอยู่ ก่อนที่จะใช้ปืนกระบอกเดียวกันยิงตัวเองตายตาม

จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตนั้นเป็นสามีภรรยากัน ซึ่งเป็นเจ้าของร้านอาหารดังกล่าว ส่วนตนเองเป็นลูกจ้างที่ร้านของทั้งคู่ โดยก่อนหน้านั้นทั้งคู่ก็ยังคุยกันดี ๆ อยู่ ก่อนที่จะทะเลาะกัน เรื่องหึงหวง โดยที่สามีเป็นคนที่หึงหวงอยู่แล้ว แต่ก็ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ตอนที่เกิดเหตุนั้นไม่มีลูกค้าอยู่ในร้าน จากที่ได้ยินทั้งคู่คุยกันมาจากเรื่องหึงหวงเรื่องผู้ชาย โดยที่สามียิงภรรยา ประมาณ 2-3 นัด ตนได้ยินเสียงปืน ก็วิ่งออกจากร้าน สักพักตนเองก็วิ่งกลับมาก็พบว่าสามีก็ยิงตัวเองแล้ว

พ.ต.อ.ภูริส จินตรานันท์ ผกก.สส.ภ.จว.สมุทรปราการ เผยว่า เหตุที่ยิงกันในพื้นที่ สภ.พระประแดง บริเวณซอยเพชรหึง 31 โดยเบื้องต้นเป็นเรื่องความรุนแรงในครอบครัว เป็นเรื่องการหึงหวง โดยทางเจ้าหน้าที่จะให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย โดยเหตุการณ์นั้นมีภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกไว้ เหตุดังกล่าวเป็นเรื่อง หึงหวง เรื่องส่วนตัว และขอฝากประชาชนที่มีอาวุธปืน หรือ ครอบครองอาวุธปืน ต้องยับยั้งชั่งใจ โดยเฉพาะท่าน ผบ.ตร. และ รอง ผบ.ตร. ได้เน้นย้ำสำหรับการครอบครองอาวุธปืน สำหรับประชาชนและข้าราชการ โดยเหตุการณ์นี้ก็เป็นตัวอย่างอีกเหตุการณ์หนึ่งที่ครอบครองอาวุธปืนในบ้าน มีปัญหาตัดสินใจคิดสั้น ทำร้ายคนในครอบครัว โดยที่เจ้าหน้าที่ตำรวจหลังได้รับแจ้งเหตุได้เข้าพื้นที่อย่างรวดเร็วมาพร้อมกับเจ้าหน้าที่กู้ภัย และนำตัวผู้บาดเจ็บนำส่งโรงพยาบาลไปแล้วส่วนร่างผู้เสียชีวิตเจ้าหน้าที่ได้มอบให้มูลนิธินำส่งสถาบันนิติเวช เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ขนส่งฯลุยติด‘QR Code’โชว์ตัวตนคนขับแท็กซี่ติดตามเดินทางแบบเรียลไทม์

'ขนส่งฯ'งัดมาตรการคุมเข้มแท็กซี่นอกรีต ลุยติด ‘QR Code’ ในแท็กซี่เชื่อม Thai ID ระบุตัวตนผู้ขับขี่และติดตามการเดินทางแบบเรียลไทม์ เร่งเครื่องยกระดับความปลอดภัยให้ผู้โดยสาร เริ่มติด 2 ก.พ. ตั้งเป้าครอบคลุมแท็กซี่กว่า 7 หมื่นคันภายในมิ.ย.นี้ เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นระบบขนส่งสาธารณะ

ตร. เตือนร้านทองในพื้นที่เสี่ยงกว่า 100 แห่งทั่วกรุง ร่วมมือจัดทำแผนเผชิญเหตุปล้นทรัพย์

พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังร่วมประชุมกำหนดมาตรการป้องกันเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง ถึงความคืบหน้าคดีคนร้ายบุกเดี่ยวชิงทองคำหนัก 198 บาท พร้อมเงินสด 170,000 บาท จากร้านทองออโรร่า ภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง

แม่บินกลับประเทศ ตามช่วยลูกสาว 14 ปี ถูกแม่เล้าวัย 18 ลวงค้ากาม ตร.บุกรวบ 4 ลูกค้าซื้อบริการ

พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ผบก.ปคม.), พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.สุพจน์ ทองมาเอง, พ.ต.ท.กฤษดา จิระวาณิชกุล สว.กก.2 บก.ปคม.ร่วมกันจับกุม น.ส.ปาริฉัตร อายุ 18 ปี ผู้ต้องหาที่ 1 , น.ส.เจนจิราฯ อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาที่ 2 ,นายฐนัสพงษ์ฯ อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาที่ 3 ,นายดิเรกฯ อายุ 57 ปี ผู้ต้องหาที่ 4 และนายชาญชัยฯ อายุ 50 ปี ผู้ต้องหาที่ 5

รวบ 4 สมุน ‘แชมป์กุดข้าวปุ้น’ ยึดไอซ์ 480 กก. สวมรอยขนส่งเอกชน

ตำรวจชายแดนสนธิกำลังบุกจับ 4 ผู้ต้องหาเครือข่าย “แชมป์กุดข้าวปุ้น” คาบ้านพัก อ.เมืองนครพนม ขณะช่วยกันแพ็คยาไอซ์ใส่ลังกระดาษ เตรียมใช้รถตู้ทึบลำเลียงเข้าพื้นที่ชั้นใน

จับวัยรุ่นไทย ค้ายาบ้า 6 หมื่นเม็ด ไอซ์ 2 กก. โยงหนุ่มลูกครึ่งออสซี่

ตำรวจสภ.วิชิต ล่อซื้อจับกุมวัยรุ่นชายอายุ 16 ปี ขณะรับพัสดุหน้าห้างดัง ยึดยาบ้าและไอซ์จำนวนมาก เจ้าตัวรับสารภาพทำตามคำสั่งหนุ่มลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย หลบหนีทัน ตรวจค้นบ้านพักพบยาเสพติดเพิ่มอีกหลายรายการ

คดีพลิก! ผบ.ตร. เผยวัตถุปริศนาว่อนสุวรรณภูมิ เป็นแสงเครื่องบิน-หมู่ดาว ไม่พบบินโดรนพื้นที่ต้องห้าม

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) เปิดเผยถึงการตรวจพบโดรนรอบสนามบินสุวรรณภูมิ ว่า ได้รับรายงานเหตุเมื่อช่วงค่ำวันที่ 20 ธ.ค.ที่ผ่านมา ว่าพบวัตถุลักษณะคล้ายโดรนบินอยู่บริเวณปลายเส้นทางบินรันเวย์ที่ 1 ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หลังรับแจ้งได้สั่งการให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค