ตำรวจ PCT ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์รายใหม่ในไทย

5 ธ.ค.2565-พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์  กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. ในฐานะหัวหน้าชุด ศปอส.ตร. (PCT) ชุดที่ 5 ดำเนินการสืบสวนจนทราบว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์กลุ่มใหม่ภายใต้บริษัทปลอมที่ใช้ชื่อว่า E-SHIPING.SHOP  จึงนำกำลังเข้าตรวจค้นห้องพักเลขที่ 188/130 คอนโดน็อตติ้งฮิลล์ ถ.แพรกษา ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ซึ่งโดยปกติออฟฟิศของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่หลอกลวงคนไทยจะอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ไม่มีการตั้งอยู่ในประเทศไทยมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว

ผลการตรวจค้นพบนายสุพรพงษ์ ปัญญาไว หรือแบงค์ ผู้ต้องหา นางสาวทิพวรรณ ปัญญาไว หรือแหม่ม    น.ส.สิริธร หมื่นโฮ้ง หรือแสตมป์  และน.ส.คณิณัช จิรโชควนิช หรือแฟง ทั้ง 4 คน อาศัยอยู่ภายในห้องพัก และตรวจค้นพบ คอมพิวเตอร์ 3 เครื่อง , โทรศัพท์มือถือจำนวน 9 เครื่อง , สมุดบัญชีจำนวน 5 เล่ม , ซิมการ์ดโทรศัพท์ 38 ซิม ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลทั้งในโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ทำให้ทราบว่าทั้ง 4 ได้ร่วมกันหลอกลวงโดยมีแผนประทุษกรรมคือ จะสร้างเฟสบุ๊กปลอม (อวตาร) โดยใช้ภาพโปรไฟล์เป็นสาวสวยแล้วชักชวนเพื่อนในเฟสบุ๊ก กล่าวคือเป็นการพูดคุยเชิงชู้สาวเพื่อชักชวนมาลงทุน โดยเมื่อเหยื่อสนใจ จะเชิญเข้า “กลุ่มไลน์” โดยอ้างว่าเป็นบริษัทที่ชื่อว่า E-SHIPING.SHOP ซึ่งแท้จริงเป็นบริษัทที่ไม่มีอยู่จริง

จากนั้นจะให้คุยกับ อ.กอล์ฟ ซึ่งเป็นตัวตนปลอมที่อุปโลกน์ตนเองว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน หลอกเสนอขายแผนโปรแกรม หลายๆแบบ เช่นการท่องเที่ยว การแต่งงาน แล้วหลอกให้โอนเงินร่วมลงทุนตามแผนงานต่างๆเหล่านั้น เหมือนเป็นการหลอกให้ทำภารกิจโดยอ้างว่าเมื่อเหยื่อโอนเงินมาแล้วทำภารกิจเสร็จจะได้เงินคืนในจำนวนมากกว่าเดิม โดยภายในกลุ่มไลน์ดังกล่าวจะมีเหยื่ออยู่ในกลุ่มเพียงคนเดียว ที่เหลือจะเป็นหน้าม้าทั้งหมด โดยจะมีการให้หน้าม้าแสร้งสงภาพสลิปการโอนเงินทำทีว่าได้รับเงินจริง แต่แท้จริงเป็นสลิปการโอนเงินปลอม

เมื่อเหยื่อเห็นว่าคนในกลุ่มได้รับเงินโอนจริงจะเกิดความโลภและยอมโอนเงินลงทุนในที่สุด เมื่อเหยื่อโอนเงินแล้วจะทำทีแสดงข้อมูลในโปรแกรมโชว์ยอดรายได้ให้เหยื่อเห็น แต่เหยื่อต้องการถอนเงินก็จะไม่สามารถถอนได้ โดยจะอ้างว่าเหยื่อทำผิดวิธี และจะชักชวนให้ลงทุนเพิ่มไปเรื่อยๆ โดยรูปแบบการวางระบบของแก๊งคอลเซ็นเตอร์กลุ่มนี้เป็นรูปแบบเดียวกับหลายๆแก๊งที่ตั้งออฟฟิศอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน แต่กลุ่มนี้สามารถรวบรัดระบบต่างๆไว้ในห้องๆเดียวด้วยคอมพิวเตอร์เพียง 3 เครื่อง และใช้คนจัดการเพียง 4 คน ซึ่งมีทั้งการทำระบบหลังบ้าน , ระบบการแบ่งห้องไลน์สนทนา , ระบบแถว 1 ที่การชักชวนเหยื่อ , การปลอมสลิปด้วยเทมเพลตในโปรแกรม Photoshop และอีกหลายขั้นตอน ซึ่งบ่งบอกถึงประสบการณ์และความเข้าใจในการทำแก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นอย่างดี

พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า แก๊งคอลเซ็นเตอร์กลุ่มนี้มีความน่ากลัว เพราะทั้ง 4 คน ถือเป็นต้นเชื้อ เป็นระดับหัวกะทิ ที่นำความรู้ความสามารถจากการเป็นพนักงานคอลเซ็นเตอร์ที่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน กลับมาตั้งต้นทำในประเทศไทยซึ่งเราจะมีการขยายผลต่อไปจนถึงที่สุด

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไม่เบี้ยว! 'ป้าดา' ควง 'ป้าไข' ให้การตำรวจ คดีบุกรุกวัดป่าอดุลฯ

ที่ สภ.เมืองขอนแก่น น.ส.ชมมณี น้อยจันทร์ หรือ “ป้าดา” ทายาทนายเฮียง พิมพ์ศรี และนางบัวไข สรสมุทร หรือ “ป้าไข” ผู้จัดการมรดกนายเฮียง พิมพ์ศรี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก

ระทึก! ฝนตกหนัก 'รถโม่ปูน' เสียหลักชนบ้าน คนขับดับคาที่

พ.ต.อ.เทวราช เอื้อวงษ์ประเสริฐ ผกก.สภ.ลืออำนาจ อ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ รับแจ้งจากศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 ว่า เกิดอุบัติเหตุ บริเวณสี่แยกไฟแดงใจกลางอำเภอลืออำนาจ

คู่อริโหด! ขี่ จยย. ไล่ตามประกบ ก่อนจ่อยิงหนุ่มภูเก็ตดับกลางถนน

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ถลาง จ.ภูเก็ต รับแจ้งเหตุใช้อาวุธปืนยิงกัน มีผู้เสียชีวิต บริเวณถนนริมอุโมงค์ทางลอดแยกสนามบินตัดใหม่ ขาออก

ระทึก! กกต. ประชุมลงมติสำนวนฮั้ว สว. 229 คนก่อนแถลงบ่าย 3 โมง ระดมตร. 200 นายคุมเข้ม

กกต. เริ่มประชุมลงมติสำนวนฮั้ว สว. 229 คน แล้ว ลุ้นชี้ขาด 7 ข้อกล่าวหา ตำรวจ 200 นายคุมเข้มรอบสำนักงาน ก่อนแถลงผล 15.00 น.

'บิ๊กราญ' ควง 'นพศิลป์' รวบชายชาวจีน สวมสิทธิเป็นคนไทย หนีคดีกบดานนานกว่า 3 ทศวรรษ

‘บิ๊กราญ’ สั่งการ พล.ต.ท.นพศิลป์ นำทีมตำรวจ ปกครอง ชุด DOPA N.I.C.E. รวบชายชาวจีนหมายแดง INTERPOL หนีคดีเข้าไทยนานกว่า 3 ทศวรรษ สวมสิทธิเป็นคนไทย ก่อนตั้งตัวทำธุรกิจ-ถือครองทรัพย์สินในชลบุรีกว่า 100 ล้านบาท

รวบยกแก๊ง! ปลอมโฉนดที่ดิน ตุ๋นเหยื่อสูญ 25 ล้านบาท

พ.ต.อ.สิทธิพร กะสิ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร เปิดเผยว่า มีผู้เสียหายเป็นผู้สูงอายุ โดยมีอายุ 69 ปี เจ้าของโรงานแห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร