
'วิโรจน์' ถามกรมราชทัณฑ์ทราบหรือไม่ว่า การย้ายนักโทษทางการเมือง ไปยังเรือนจำบางขวาง สำหรับผู้ต้องโทษประหารชีวิต ระบบนิติรัฐสากลไม่อาจยอมรับได้ อาจกระทบการขอเข้าร่วมเป็นสมาชิก OECD ของประเทศไทย กสม.ก็เตือนแล้วว่าจะเข้าข่ายละเมิดสิทธิมนุษยชน
5ส.ค.2569- นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง [ กรมราชทัณฑ์ทราบหรือไม่ว่า การย้ายนักโทษทางการเมือง ไปยังเรือนจำบางขวาง อาจกระทบกระเทือนถึงการขอเข้าร่วมเป็นสมาชิก OECD ของประเทศไทย ] มีเนื้อหาดังนี้
.......................
ตามหลักการสากลระบุว่า การย้ายผู้ต้องขังทางการเมืองไปยังเรือนจำกลางบางขวางซึ่งเป็นเรือนจำสำหรับผู้ต้องโทษประหารชีวิต เป็นสิ่งที่ระบบนิติรัฐสากลไม่อาจยอมรับได้
.
ในประเด็นนี้ กสม. ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย และได้พิจารณาหลักกฎหมาย และหลักสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องแล้วเห็นว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) และข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำแห่งองค์การสหประชาชาติในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง หรือข้อกำหนดแมนเดลลา ได้วางหลักการสอดคล้องกันว่า ผู้ต้องขังที่คดียังไม่ถึงที่สุดย่อมได้รับความคุ้มครองตามหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ และต้องได้รับการปฏิบัติแตกต่างจากผู้ต้องขังเด็ดขาด ดังนั้น การดำเนินการใด ๆ ของเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานของรัฐต่อผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีจะต้องสอดคล้องกับหลักการดังกล่าวด้วย
.
กรมราชทัณฑ์กำหนดหลักเกณฑ์ให้ผู้ต้องขังระหว่างการสืบสวนสอบสวนของพนักงานสอบสวน และผู้ต้องขังที่อยู่ระหว่างการไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณาคดีของศาลชั้นต้น ส่วนผู้ต้องขังที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว และผู้ต้องขังที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้ว แม้อยู่ระหว่างอุทธรณ์หรือฎีกา ให้ถือว่าอยู่ในหลักเกณฑ์ที่ต้องย้ายออกไปยังเรือนจำหรือทัณฑสถานอื่น ๆ
.
กสม. ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า การตีความของกรมราชทัณฑ์ตามแนวนโยบายใหม่ที่ให้ถือว่าผู้ต้องขังระหว่างการอุทธรณ์หรือฎีกาไม่ถือเป็น “ผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดี” ทำให้ผู้ต้องขังกลุ่มดังกล่าวจำนวนหนึ่งถูกนำไปควบคุมในเรือนจำเดียวกับนักโทษเด็ดขาดในคดีอุกฉกรรจ์ที่มีโทษสูง ถือเป็นการปฏิบัติเสมือนเป็นผู้ต้องขังที่คดีชั้นฎีกาถึงที่สุดแล้ว อันไม่ได้สัดส่วนกับอัตราโทษ และไม่สอดคล้องกับหลักการสันนิษฐานบุคคลว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ที่รัฐธรรมนูญ และกติการะหว่างประเทศให้ความคุ้มครองไว้
.
หากมีการย้ายผู้ต้องขังจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ไปเรือนจำกลางบางขวางของกรมราชทัณฑ์ จะเข้าข่ายเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน
.
การประชุม กสม. เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.69 จึงมีมติให้มีข้อเสนอแนะไปยังกรมราชทัณฑ์ ให้เร่งย้ายผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดีที่มีกำหนดโทษไม่เกิน 15 ปีจากเรือนจำกลางบางขวาง กลับไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครโดยเร็ว (อ่านเพิ่มเติม: https://www.facebook.com/share/p/1EW2JV8Fts)
.
ผมอยากกำชับเรื่องนี้ให้กรมราชทัณฑ์เข้าใจว่า ปัจจุบันประเทศไทย อยู่ระหว่างกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD โดยปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในขั้นตอนการทบทวนทางเทคนิค (Technical Review) ซึ่งในภูมิภาคอาเซียน ปัจจุบันมีอยู่ 2 ประเทศ ที่กำลังดำเนินการขอเข้าร่วมเป็นสมาชิก นั่นก็คือ ประเทศไทย และประเทศอินโดนีเซีย
.
โดยเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568 ไทยได้ยื่นบันทึกความเข้าใจเบื้องต้น (Initial Memorandum) ต่อ OECD หลังจากได้รับแผนปฏิบัติการ (Accession Roadmap) ในเดือนตุลาคม 2567 เพื่อปฏิรูปกฎหมายและมาตรฐานให้เทียบเท่าระดับสากล
.
กรมราชทัณฑ์ น่าจะทราบอยู่แล้วว่า OECD ได้ให้ความสำคัญกับระบบนิติรัฐ (Rule of Law) เป็นอย่างมาก ดังนั้นการกระทำใดๆ ต่อผู้ต้องขังทางการเมืองที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน และหลักนิติรัฐ หาก OECD รับรู้ ก็อาจกระทบกระเทือนต่อกระบวนการเข้าร่วมเป็นสมาชิก OECD ของประเทศไทย ซึ่งส่งผลเสียอย่างมากต่อเกียรติภูมิ และภาพลักษณ์ของประเทศในเวทีโลก
.
ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากรมราชทัณฑ์จะตระหนัก และระมัดระวังไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก หากกระบวนการการเข้าร่วมเป็นสมาชิก OECD ของประเทศไทยทั้งประเทศ ต้องสะดุดหยุดลง เพราะการกระทำของกรมราชทัณฑ์ ผมเชื่อว่ากรมราชทัณฑ์รับผิดชอบไม่ไหวหรอกครับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'โรม' รับเรื่องช่วยผู้ต้องขังคดี 112 อดอาหารประท้วง 2 เดือน ไม่กินน้ำมา 2 วัน หวั่นอาการทรุดถึงช็อกดับ
“โรม” รับหนังสือเร่งประสานราชทัณฑ์-เรือนจำธัญบุรี ช่วย “ฟ้า พรหมศร” ผู้ต้องขัง ม.112 อาการทรุด หลังอดข้าว-อดน้ำ หวั่นซ้ำรอย "บุ้ง เนติพร" เสียชีวิตคาเรือนจำ
ตุลาการเดือด! '12 ก.บ.ศ.' ชงปธ.ศาลฎีกา ตั้งคณะทำงาน 'บังคับโทษ' คดีร้ายแรง ป้องกันกระทำผิดซ้ำ
ตุลาการเดือด! 12 ก.บ.ศ.ลงชื่อเสนอ ปธ.ศาลฎีกา ตั้ง คกก.ศึกษาและพัฒนาการบังคับโทษทางอาญา หลังปรากฎข่าว คดีโทษประหาร แต่ติดคุกจริงไม่กี่ปี ชี้ส่งผลสังคมไม่เชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรมอาญาทั้งระบบ
'ราชทัณฑ์' ขยับร่างกฎกระทรวงใหม่ 'โทษประหาร' ต้องติดคุกจริงขั้นต่ำ 25 ปี ถึงมีสิทธิเลื่อนชั้น
"อธิบดีราชทัณฑ์" รับเล็งเคาะโทษประหารต้องขังจริงขั้นต่ำ 25 ปีถึงได้เลื่อนชั้น ชี้ยังไม่ได้ข้อสรุปสุดท้าย ด้านรองอธิบดีฯ ยันต้องรอบอร์ดสันติสุขเคาะกรอบชัดเจนก่อนเปิดรับคำร้องนิรโทษฯ คาดผู้ต้องขังคดีการเมืองเข้าเกณฑ์ไม่ถึงหมื่นคน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคดีต่อเนื่อง
'รังสิมันต์' ชี้สังคมกังวลใจ 3 ข้อ ปมราชทัณฑ์ปล่อยตัว 'เล่าต๋า'
นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กรมราชทัณฑ์ดำเนินการปล่อยตัว 'เล่าต๋า' ผู้ต้องขังคดีสำคัญ
สวรรค์ของโจร 'แทนคุณ' ครวญ ไทยมีระบบการลดโทษที่ดีที่สุดในโลก จนอาชญากรร่าเริง
'แทนคุณ' ครวญ ไทยมีระบบการลดโทษที่ดีที่สุดในโลก ลดแล้วลดอีกลดแบบโปรโมชั่นไม่เกรงใจเหยื่อ จนอาชญากรร่าเริง ออกมาก่อเหตุอีก ระบบยุติธรรมขั้นต้นและกลางแยกไม่ออกว่าอะไรสุจริตอะไรทุจริต เหลือแต่ศาลที่จะดึงศรัทธาต่อความสุจริตกลับมาให้ประเทศไทยได้หรือไม่
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสชำแหละช่องโหว่บริหารโทษจากปม 'เล่าต๋า แสนลี่'
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา

