ฆ่าโหด! ราดน้ำมันเผาทั้งเป็นสาวโรงงาน ก่อนแทงซ้ำดับคาร่องน้ำ คาดปมหึงหวง

6 มี.ค.2566 - พ.ต.ท.สมัย เจริญราช สารวัตรสอบสวน สภ.บางปู จ.สมุทรปราการ รับแจ้งเหตุหญิงถูกทำร้ายเสียชีวิต บริเวณหน้าบ่อบำบัดน้ำเสีย บริษัท โกลบอล เอ็มไวรอนเมนทอล เทคโนโลยี จำกัด ซอยนิคมอุตสาหกรรมบางปู 9A ต.แพรกษา อ.เมือง สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบพร้อมด้วย พ.ต.อ.นิรันดร์ ปิตะกาศ รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ.พิสุทธิ์ จันทรสุวรรณ ผกก.สภ.บางปู ตำรวจชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบ นายประภาส กาภูคำ อายุ 58 ปี ได้รับบาดเจ็บถูกไฟไหม้ที่หลังและแขน เจ้าหน้าที่ให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำส่งโรงพยาบาลสมุทรปราการ ใกล้กันภายในร่องระบายน้ำ พบศพ นางณัฐนันท์ จูมฟอง อายุ 45 ปี สภาพเปลือยกาย นอนคว่ำหน้าอยู่ในร่องน้ำ พลิกศพพบบาดแผลถูกแทงด้วยของมีคมที่ใต้ราวนมขวา 1 แผล หลัง 1 แผล และตามร่างกาย อีก 4 แผล รวม 6 แผล และบริเวณแผนหลังมีรอยถูกไฟไหม้ ตรวจสอบกลางถนนใกล้ที่เกิดเหตุ พบเศษเสื้อผ้ามีรอยถูกเผาไหม้และมีคราบน้ำมันตกอยู่ที่พื้น เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้ก่อเหตุได้ขับรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ มิตซูบิชิไทตั้น สีขาว ทะเบียน 2 ฒฎ 5783 กรุงเทพมหานคร หลบหนีไปก่อนหน้าแล้ว

คลิปวิดีโอที่มีชาวบ้านถ่ายด้วยมือถือ ถ่ายเหตุการณ์ขณะที่ รถกระบะมิตซูบิชิสีขาวขับมาจอดใกล้เคียงจุดที่พลเมืองดีจอดรถสองแถวพักผ่อนอยู่ แล้วอยู่ๆมีหญิงที่นั่งมาในรถกระบะคันดังกล่าวเธอวิ่งออกมาจากรถตะโกนขอความช่วยเหลือคนขับรถสองแถวในขณะนั้นพบว่า เธอมีเพียงผ้าขนหนูสีน้ำตาลผืนเดียวปิดคลุมร่างเท่านั้น ในขณะที่คนร้ายคือชายที่ขับรถมาด้วยนั้นเดินลงมาจากรถในสภาพไม่สวมเสื้อสวมเพียงกางเกงขาสั้นตัวเดียวซึ่งตรงกับข้อมูลที่พลเมืองดีให้กับทางเจ้าหน้าที่

จากการสอบถามนายประภาส กาภูคำ อายุ 58 ปี ผู้ได้รับบาดเจ็บ เล่าว่า พบรถกระบะ ยี่ห้อ มิตซูบิชิไทตั้น สีขาว ทะเบียน 2 ฒฎ 5783 กรุงเทพมหานคร ขับเข้ามาในซอย 9A ก่อนที่จะเข้ามาจอด บริเวณดังกล่าวและมาขอซื้อไอติมจากลุงที่ขายอยู่ข้างทาง ขณะนั้นตนเองจึงถามไปว่าจะไม่ลงมาเอาไอติมเหรอ จู่ๆ หญิงสาวอาศัยจังหวะที่ฝ่ายชายเผลอ วิ่งหนีลงมาจากรถพร้อมกับคว้าผ้าถุงมาปิดหน้าอก เข้ามาขอความช่วยเหลือจากตนเองและชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ ขณะนั้นฝายชาย ซึ่งไม่สวมเสื้อนุ่งเพียงกางเกงขาสั้น เดินตามลงมา พยายามจะเข้ามากระชากแขนหญิงคนดังกล่าวกลับไปที่รถ และบอกว่าไม่ให้มายุ่งเรื่องของผัวเมีย

ก่อนผู้ก่อเหตุจะเดินกลับไปที่รถ หยิบขวดน้ำมันเข้ามาสาดใส่หญิงคนดังกล่าวและจุดไฟเผา จนทำให้ตนเองถูกไฟลวกบริเวณแขนไปด้วย ส่วนหญิงสาวหลังถูกไฟลวก พยายามวิ่งหนีตายลงไปในร่องระบายน้ำ แต่ฝ่ายชายไม่ยอมละมือถือมีดวิ่งตามลงไปในน้ำเข้าไปแทงซ้ำหลายทีจนหญิงสาวแน่นิ่งไป

หลังลงมือฝ่ายชายยังข่มขู่คนที่เห็นเหตุการณ์ จนไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วย ก่อนที่จะกลับมาขึ้นรถขับรถหนีไปอย่างรวดเร็ว

ต่อมา เมื่อเวลา 16.30 น. นางสาวโชติกา บุญทองขาว หลานสาวของผู้เสียชีวิต เดินทางมาที่เกิดเหตุ เมื่อเห็นศพน้าสาว ถึงกับร้องไห้ด้วยความเสียใจ ให้ข้อมูลว่า ผู้ตายคบหากับนายพิสุทธ์ศิริ จันทร์โสดา อายุ 42 ปี ผู้ก่อเหตุมาสักระยะแล้ว โดยน้าสาว ทำงานอยู่บริษัทเดลต้า ในนิคมอุตสาหกรรมบางปู ส่วนน้าเขยทำงานขับรถส่งของ ทั้งคู่คบหากันมาสักระยะแล้ว ตนก็พอจะทราบว่าทั้งคู่เคยทะเลาะกันเรื่องหึงหวงแต่ก็ไม่ได้รุนแรง ก่อนเกิดเหตุตนเองไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเนื่องจากพักอยู่คนละที่ กระทั่งทราบข่าวว่าน้าถูกทำร้ายจนจึงรีบเดินทางมาที่เกิดเหตุ

ด้าน พ.ต.อ.พิสุทธิ์ จันทรสุวรรณ ผกก.สภ.บางปู กล่าวว่า เบื้องต้นสาเหตุน่าจะมาจากเรื่องหึงหวง ก่อนเกิดเหตุ นายพิสุทธ์ศิริ ผู้ก่อเหตุ น่าจะบังคับฝ่ายหญิงขึ้นรถมา ระหว่างทางเกิดมีปากเสียงกัน ฝ่ายหญิงจึงจะอาศัยจังหวะที่ฝ่ายชายเผลอ เปิดประตูวิ่งมาขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน กระทั่งฝ่ายชายตามมาลงมือก่อเหตุจนเสียชีวิต

ต่อมาเจ้าหน้าที่นำกำลังไปตรวจสอบห้องพักของผู้ก่อเหตุ ซึ่งอยู่ย่านตำหรุ บางปู แต่ไม่พบตัว เชื่อว่าน่าจะหนีออกนอกพื้นที่แล้ว ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนอยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดี

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จับคาจานข้าว! ล่อลวงเด็กสาววัย 15 แอบอัดคลิปข่มขู่

ว่าที่ พ.ต.ท.ไพรวรรณ ตั้นหลก สารวัตร กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม (สว.กก.2 บก.ป.) ร.ต.ท.วิเชียร ใจทา รอง สว.(ป.) กก.2 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ป.ร่วมกันจับกุม นายธเนศ อายุ 34 ปี

สลด! รถตู้พุ่งชนสาวเมียนมาข้ามทางม้าลาย ดับ 1 เจ็บ 1

ร.ต.ท.ธนวัฒน์ เจริญสุข รองสว.(สอบสวน) สภ.บางพลี รับแจ้งเหตุ รถตู้ชนคนข้ามถนน มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ หน้าบริษัทแสตนดาร์ดแคน จำกัด ถนนเทพารักษ์ กม.14

ฮ.ตก เจ้าของโรงงานพร้อมกัปตันรอดหวุดหวิด

เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวขนาดเล็ก ราคาไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท เครื่องยนต์ขัดข้องร่วงตกกลางป่าหญ้า ไฟลุกท่วมเครื่อง เจ้าของโรงงานพร้อมกัปตันหนีตายหวุดหวิด บาดเจ็บเพียงเล็กน้อย

สาวจีนตกท่อระบายน้ำ! ขณะถ่ายรูปจุดเช็กอิน 'ช้างเอราวัณ'

20 เม.ย. 2569 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บขาตกท่อระบายน้ำ เหตุเกิดภายในซอยบางด้วน เข้าจากปากซอยประมาณ 50 เมตร ตำบลบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบและช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุ เป็นท่อระบายน้ำในพื้นที่ส่วนบุคคลริมถนนภายในซอย เจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ขาซ้ายตกลงไปในท่อระบายน้ำ โดยขายังคาติดอยู่ในตระแกรงฝาท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จึงใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ถ่างตระแกรงฝาท่อระบายน้ำออก ใช้เวลาไม่นานสามารถนำขานักท่องเที่ยงหญิงชาวจีนออกมาได้ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบรอยแดงที่ขาซ้าย แต่ไม่มีอาการผิดรูปที่ขาหรือบาดแผลใดๆ นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนไม่ประสงค์ที่จะไปโรงพยาบาล และได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว จากการสอบถาม นายธัญเทพ กอบธัญกิจ อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสำโรงใต้ 28 เล่าว่า ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุขาติดอยู่ในท่อระบายน้ำ เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพขาติดอยู่กับแผ่นเหล็กฝาท่อ โดยลักษณะของอุบัติเหตุเกิดจากผู้บาดเจ็บได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กที่ชำรุดจนแผ่นเหล็กเกิดการบิดตัวและดีดกลับมาอัดเข้าที่บริเวณช่วงหัวเข่าอย่างแรง ทำให้ไม่สามารถขยับหรือดึงขาออกมาได้ด้วยตนเอง ในการช่วยเหลือช่วงแรก เจ้าหน้าที่ได้รีบประสานงานทีมสนับสนุนเพื่อขออุปกรณ์ตัดถ่างเข้ามาดำเนินการ โดยใช้เวลาในการง้างแผ่นเหล็กออกประมาณ 10 นาที ก็สามารถนำขาของผู้บาดเจ็บออกมาได้เป็นผลสำเร็จ จากการตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้นพบว่าผู้บาดเจ็บมีเพียงรอยฟกช้ำและแผลถลอกจากการที่พลัดตกลงไปกระแทกเท่านั้น ไม่พบอาการผิดรูปของกระดูกหรือกระดูกหักแต่อย่างใด ก่อนจะดำเนินการปฐมพยาบาลและให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน ด้าน เพื่อนของผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนไทย ได้เล่าถึงวินาทีเกิดเหตุว่า ขณะกำลังเดินเท้าจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเพื่อไปถ่ายรูปบริเวณจุดเช็กอินยอดฮิตฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาถ่ายภาพในระหว่างที่กำลังเดินข้ามมานั้น นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดอยู่แล้ว ส่งผลให้แผ่นเหล็กหักและทรุดตัวลงทันทีจนขาข้างหนึ่งตกลงไปติดอยู่ด้านใน ในตอนนั้นตนพยายามช่วยพยุงและสั่งไม่ให้ผู้บาดเจ็บลุกขึ้นหรือขยับตัว เพราะเกรงว่าหัวเข่าจะหักหรือถูกเศษเหล็กที่หักคารูท่อแทงซ้ำ จึงรีบประสานขอความช่วยเหลือทันที และแม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น แต่นักท่องเที่ยวสาวรายนี้กล่าวว่าตนเองไม่ได้รู้สึกตกใจหรือขวัญเสีย และยังรู้สึกขอบคุณที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วมาก โดยหลังจากได้รับการช่วยเหลือเสร็จสิ้น เธอยังสามารถสื่อสารและยิ้มแย้มได้ พร้อมกับยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่กับการมาเที่ยวเมืองไทยแต่อย่างใด และยังคงมีความตั้งใจที่จะกลับมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอีกครั้งในอนาคตแน่นอน เพราะประทับใจในการดูแลและความปลอดภัยภาพรวมที่ได้รับในครั้งนี้ ส่วน นางสาวจินจุภา ทองสุข ชาวบ้านในพื้นที่ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยบริเวณจุดดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เดินทางมาถ่ายรูปและเซลฟี่ กันเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ โดยเฉลี่ยมีผู้มาเยือนสูงถึงวันละ 40-50 คน ซึ่งจุดดังกล่าวนั้นสภาพถนนเป็นแบบ 2 เลนสวนกัน และรถที่สัญจรไปมามักจะใช้ความเร็วสูง หากเป็นคนในพื้นที่จะทราบดีและช่วยชะลอความเร็วให้ แต่สำหรับรถจากที่อื่นที่ไม่ชำนาญทางมักจะขับผ่านด้วยความเร็ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยวที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ริมถนนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ชาวบ้านจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการติดตั้งสัญลักษณ์หรือป้ายเตือนให้รถที่สัญจรไปมาทราบว่าพื้นที่บริเวณนี้มีคนพลุกพล่านและควรชะลอความเร็ว แม้ว่าปัจจุบันจะมีแสงสว่างที่เพียงพอแล้ว แต่การขาดป้ายเตือนที่ชัดเจนยังคงเป็นช่องว่างที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ จึงอยากให้มีการจัดระเบียบพื้นที่และทำเครื่องหมายบอกทางให้ชัดเจน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและลดความเสี่ยงในการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.