'อัจฉริยะ' ร้องตรวจสอบอดีตผู้การทางหลวงอมเบี้ยเลี้ยงลูกน้อง พร้อมเรียกร้อง 'วิโรจน์-ประธานสมาพันธ์รถบรรทุก' มาแจ้งความร้องทุกข์ส่วยสติกเกอร์ 46 รูปแบบ
07 มิ.ย.2566 - นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ยื่นหนังสือถึง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) เพื่อให้ตรวจสอบอดีตผู้บังคับการทางหลวง กรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชามีการร้องเรียนเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเบี้ยเลี้ยง ที่อาจส่อเจตนาไม่สุจริตทุกหน่วย
นายอัจฉริยะอ้างว่า ได้รับข้อมูลมาว่ามีการเบิกจ่ายเบี้ยเลี้ยงที่ไม่ปกติหลายโครงการทำให้ตำรวจทางหลวงทั่วประเทศหลายคนไม่ได้รับเงินจำนวนมาก โดยอ้างว่าเบิกจ่ายเงินได้ล่าช้า นอกจากนั้นยังเรียกร้องให้รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจทางหลวงตรวจสอบเรื่องส่วยสติกเกอร์ให้รอบด้าน และดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด แต่อยากให้มีการผ่อนปรนกับผู้ประกอบการรถบรรทุกเกินได้ 1-2 ตัน เพื่อป้องกันการเสนอผลประโยชน์
นายอัจฉริยะยังบอกว่า สมาพันธ์ และสมาคมรถบรรทุกเคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการขายสติกเกอร์ แล้วเก็บเงินส่งให้ตำรวจ แต่เมื่อเห็นว่ามีผลประโยชน์เยอะจึงตัดออกมาทำเองทำให้เกิดความขัดแย้งจนนำไปสู่การร้องเรียนให้ดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง และขอเรียกร้องให้นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่ส.ส.พรรคก้าวไกล และประธานสมาพันธ์รถบรรทุก มาแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกระทำผิด หรือผู้ที่ขายสติกเกอร์ 46 รูปแบบที่กล่าวถึง เพื่อที่จะได้รู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ และเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจที่กล้าแจ้งความดำเนินคดีกับคนที่กระทำผิด
นายอัจฉริยะ ยังระบุว่าที่ผ่านมาตราชั่งวัดน้ำหนักรถบรรทุกหลายๆ ด่านตรวจ โดยเฉพาะตั้งแต่จังหวัดสมุทรสาคร ถึงอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ถ้ามีสติกเกอร์ติดหน้ารถจะไม่ต้องตรวจวัดน้ำหนัก แต่หากไม่ติดก็จะถูกตรวจวัดและน้ำหนักมักจะเกินกว่าที่ได้บรรทุกมา บางคันเกินเพราะผู้โดยสารที่นั่งมาด้วยจะถูกดำเนินคดี ส่งฟ้องอัยการให้มีคำสั่งยึดรถ หากไม่อยากให้ถูกยึดรถก็จะต้องวิ่งเต้นคดี ทำให้เห็นว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐหลายหน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้องกับการรับส่วย โดยเฉพาะกรมทางหลวงที่เป็นเจ้าของด่านชั่งน้ำหนัก ต้องไปตรวจสอบว่าเครื่องชั่งได้มาตรฐานหรือไม่
สำหรับตำรวจทางหลวงที่เกี่ยวข้องกระทำความผิด นายอัจฉริยะเชื่อว่ามีมากกว่า 10 นาย แต่ยังอยากให้ตรวจสอบไปถึงชุดเฉพาะกิจของกรมทางหลวง 12 ชุด ที่นายอัจฉริยะเห็นว่าเป็นชุดเฉพาะเก็บว่าเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ นอกจากนั้นยังเห็นว่าควรตรวจสอบทั้ง 4 หน่วยงานคือ กรมทางหลวง กรมการขนส่งทางบก จราจรกลาง และตำรวจทางหลวง เพราะหน่วยงานเหล่านี้รับผิดชอบตั้งแต่การตรวจสภาพเสริมแหนบรถก่อนจะบรรทุกน้ำหนักเกินได้ ขนไปถึงการตรวจควันดำ หากจะตรวจสอบเฉพาะตำรวจทางหลวงเห็นว่าไม่มีความเป็นธรรม ส่วนการออกมาเปิดเผยว่าจะย้ายตำรวจทางหลวงให้มาช่วยราชการก่อน ก็คาดว่าจะทำได้เฉพาะตำรวจชั้นผู้น้อย ยังไม่สามารถดำเนินคดีกับตำรวจในระดับสั่งการได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ผบช.ก.' ลั่นจับ 'อัจฉริยะ' หลักฐานมัดแน่นทำเป็นขบวนการ!
'ผบช.ก.' ยันจับ 'อัจฉริยะ' หลักฐานมัดแน่น พฤติการณ์แบ่งหน้าที่กันเป็นขบวนการ
คุมตัว 'อัจฉริยะ' ฝากขังศาลพร้อมคัดค้านประกัน!
คุมตัว 'อัจฉริยะ' พร้อมพวกคดีกรรโชกทรัพย์ หลบสื่อนำฝากขังศาลอาญา พร้อมคัดค้านประกัน หวั่นยุ่งพยานหลักฐาน
โคตรแย่ 'นิพิฏฐ์' ฉะตร.เปิดคลิป 'บิ๊กโจ๊ก' ชี้นำผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม โดยไม่สนกติกา
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงเรื่องดังกล่าวว่า กระบวนการยุติธรรมที่ถูกชี้นำ
'โจ๊ก' ส่งทนายความฟ้อง 'บิ๊กเต่า' หมิ่นประมาทฯ ใส่ความตบลูกน้อง ขู่ดำเนินคดีทุกคน
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผบ.ตร. มอบอำนาจให้นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความส่วนตัว ยื่นฟ้อง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91, 326, 328, 332
ลาม!ตำรวจกว่า10นาย พร้อมแฉพฤติกรรมโจ๊ก
งานช้าง! อดีตตำรวจรับใช้บ้าน “บิ๊กโจ๊ก” กว่า 10 นายติดต่อเป็นพยาน แฉถูกซ้อม-ข่มขู่ห้ามกลับ
อดีตตำรวจบ้าน 'บิ๊กโจ๊ก' 10 นาย ตบเท้าให้ปากคำคดีซ้อม-ข่มขู่
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รองผบช.ก.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีที่ พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ และ พ.ต.อ.อาริศ คูประสิทธิ์รัตน์ ลูกน้องคนสนิท พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล

