'บิ๊กโจ๊ก' ย่องเงียบพบอัยการ คดีรีดทรัพย์ 140 ล้าน เข้าข่ายพรบ.อุ้มหายหรือไม่

26 มิ.ย.2566 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้าในคดี พล.ต.ต.กัมพล ลีลาประภาภรณ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี กับพวกร่วมกันรีดทรัพย์ 140 ล้านบาท ว่าจะเดินทางไปหารือกับอธิบดีอัยการสอบสวน เพื่อหารือว่าคดีนี้เข้าข่าย พ.ร.บ.อุ้มหายหรือไม่ ในวันนี้ นั้นจากการตรวจสอบ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้เดินทางไปพบนายกุลธนิต มงคลสวัสดิ์ อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน ตั้งเเต่ช่วงบ่ายวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมาเเล้วโดยประเด็นการพูดคุยเกี่ยวกับคดีนี้ว่าจะเข้าข่าย พ.ร.บ.อุ้มหายฯหรือไม่ ซึ่งหลังจากปรึกษาเสร็จก็เดินทางกลับทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรบ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 หมวด4 มาตรา 31 มีประเด็นสำคัญเกี่ยวกับคดีนี้ บัญญัติไว้ว่าด้วยการดำเนินคดี บัญญัติในกรุงเทพมหานครและจังหวัดอื่น นอกจากพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาแล้ว ให้พนักงานฝ่ายปกครองชั้นผู้ใหญ่ พนักงานฝ่ายปกครองตำแหน่งตั้งแต่ปลัดอำเภอหรือเทียบเท่าขึ้นไปในสังกัดกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ และพนักงานอัยการ เป็นพนักงานสอบสวน มีอำนาจสอบสวนและรับผิดชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และดำเนินคดีความผิดตาม พรบ.นี้และความผิดอื่นที่เกี่ยวพันกัน

ในกรณีที่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษทำการสอบสวนคดีความผิดตามพระราชบัญญัตินี้คดีใด ให้คดีนั้นเป็นคดีพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยการสอบสวนคดีพิเศษ

กรณีการสอบสวนโดยหน่วยงานอื่นที่ไม่ใช่พนักงานอัยการ ให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบแจ้งเหตุแห่งคดีให้พนักงานอัยการทราบ เพื่อเข้าตรวจสอบหรือกำกับการสอบสวนทันที

ในกรณีไม่แน่ว่าพนักงานสอบสวนท้องที่ใดหรือหน่วยงานใดเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ ให้อัยการสูงสุดหรือผู้ทำการแทนเป็นผู้ชี้ขาด ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดตาม พรบ.นี้เป็นเจ้าพนักงานของรัฐตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และอยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบดำเนินคดีต่อไปตามพรบ.นี้ และแจ้งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติทราบ

ซึ่งจะเห็นได้ว่ามาตรา 31 วรรคสามที่บัญญัติไว้ชัดเจนว่ากรณีการสอบสวนโดยหน่วยงานอื่นที่มิใช่พนักงานอัยการให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบแจ้งเหตุแห่งคดีให้พนักงานอัยการทราบเพื่อเข้าตรวจสอบหรือกำกับการสอบสวนทันที ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 22-23มิ.ย.ที่ผ่านมา 5 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยื่นคำร้องขอไปยังอธิบดีอัยการสำนักงานอัยการสอบสวนพิจารณาอัยการเข้าควบคุมการสอบสวนคดีเเทนเพื่อปฏิบัติตามพรบ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายฯนี้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ดิเรกฤทธิ์' ถาม พรรค ปชน.จะรับผิดชอบอย่างไร ผู้สมัคร สส. โดนจับเว็บพนันออนไลน์

ดร.ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ประธานสถาบันประชาธิปไตยสุจริตและที่ปรึกษายุทธศาสตร์ พรรคไทยสร้างไทย โพสต์เฟซบุ๊ก

'รัชต์พงศ์' อ้างเป็นแค่คนเล่น ตร.ยันหลักฐานชัด รวยผิดปกติ เป็นเจ้าของเว็บพนันตั้งแต่ปี 65

พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท. เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีที่ตำรวจไซเบอร์จับกุมนายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ อายุ 32 ปี ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน อ.แม่สอด จ.ตาก ข้อหา “ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการหรือทำอุบายล่อช่วยประกาศโฆษณา

ปิดฉากบิ๊กโจ๊ก! ศาลปกครองสูงสุด ชี้คำสั่งให้ออกจากราชการ ชอบด้วยกฎหมาย

ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษายกฟ้องในคดีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร.ยื่นฟ้อง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.), นายกรัฐมนตรี

ผบ.ตร. ยันทำคดีสินบนทองตามขั้นตอนกฎหมาย ไม่มีแย่งสำนวนกับ ปปช.

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าคดีสินบนทองคำเชื่อมโยง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. กับ กรรมการ ป.ป.ช.