แตกต่างได้...ไม่ควรแตกแยก

ประเทศไทยเราปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทำให้เรามีเสรีภาพทางความคิด ดังนั้นหากคนไทยเราจะมีความคิดที่แตกต่างกันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าเรามีความเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง แต่ที่น่าเสียดายก็คือ ความแตกต่างทางความคิดที่พวกเรามีอยู่นั้นมันทำให้เรามีความแตกแยกกัน บางคนมีลักษณะเป็นคนที่มีเผด็จการทางความคิด คือไม่พอใจคนที่เห็นต่าง พากันไปรุมด่าคนที่เห็นต่าง ทำตัวเป็น FC หรือเป็นสาวกของนักการเมืองที่ตัวเองชื่นชอบที่เราเรียกว่า “ด้อม” ที่มาจากคำว่า “Fandom” คือหลงรักนักการเมือง

บางคนแบบไม่ลืมหูลืมตา เชื่อทุกอย่างที่นักการเมืองที่ตัวเองชื่นชอบ เหมือนถูกครอบงำ และด่านักการเมืองฝ่ายตรงข้ามกับนักการเมืองที่ตัวเองชื่นชอบ ไม่พอใจอะไรที่เขาพูดก็พากันไปรุมด่าเขา อย่างที่เราเรียกว่าเอาทัวร์ไปลง และไม่ได้ถกเถียงด้วยเหตุผลอย่างสุภาพ แต่จะด่าฝ่ายตรงกันข้ามด้วยถ้อยคำที่หยาบคายถ่อยสถุล ต่ำตม ด่าฝ่ายตรงกันข้ามเป็นสารพัดสัตว์ ใช้คำที่เรียกอวัยวะเพศมาด่า ไม่ว่าไอ้หัวกล้วย ไอ้หน้ากี ด่าเป็นลูกทรยศพ่อบ้าง

เวลานี้มีความแตกแยกกันอยู่หลายคู่แตกแยกระหว่าง Gen B, Gen X กับ Gen T, Gen Z ระหว่างคนอวยอนุทินและคนด่าอนุทิน ระหว่างคนรักทักษิณและคนชังทักษิณ ระหว่างคนรักพรรคประชาชนและคนชังพรรคประชาชน ระหว่างคนรักพรรคประชาธิปัตย์และคนไม่เอาพรรคประชาธิปัตย์ ระหว่างคนเห็นใจเขมรและคนพร้อมที่จะตัดขาดจากเขมร ระหว่างคนเห็นใจ BRN และคนต้องการจัดการกับ BRN ขั้นเด็ดขาด ระหว่างคนที่ต้องการล้มรัฐบาลนี้กับคนที่ต้องการให้รัฐบาลนี้อยู่บริหารประเทศต่อไป

ทำไมไทยเราจึงได้แตกแยกกันรุนแรงขนาดนี้ หากเราเป็นเช่นนี้กันต่อไป เราจะผ่านวิกฤตของโลกได้อย่างไร เราจะแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของภูมิรัฐศาสตร์ได้อย่างไร หากมีศัตรูมารุกราน เราจะร่วมกันสู้อย่างมีเอกภาพได้อย่างไร หากมีภัยพิบัติทางธรรมชาติ หรือโรคระบาดระดับ pandemic คือ ระบาดทั้งโลกอย่าง COVID-19 เราจะกอบกู้ประเทศได้อย่างไร ทางเศรษฐกิจ เราจะแข่งขันในระดับโลกาภิวัตน์ได้อย่างไร เราจะป้องกันมหาอำนาจที่กำลังต่อสู้กันแผ่อำนาจในอินโด-แปซิฟิกได้อย่างไร เราจะป้องกันประเทศต่างๆ ที่กำลังใช้ยุทธศาสตร์การล่าอาณานิคมสมัยใหม่ ที่กำลังเป็นปรากฏการณ์ในประเทศของเราในขณะนี้ได้อย่างไร เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ที่เราจะไม่หาทางแก้ไข เราจะปล่อยผ่านให้เรื่องพวกนี้พัฒนารุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ไม่ได้ เราต้องเข้าใจต้นเหตุแห่งปัญหา เพื่อให้เราสามารถแก้ปัญหาให้ได้ก่อนที่มันจะสายเกินไป เรื่องรักและชังคุณทักษิณดูเหมือนจะรุนแรงที่สุด และความแตกแยกน่าจะเริ่มต้นมาจากความแตกแยกทางความคิดในเรื่องนี้ จากความรุนแรงเรื่องรักและชังทักษิณ บัดนี้มีความรุนแรงที่ไม่น้อยไปกว่าเรื่องรักและชังคุณทักษิณ คือ เรื่องพรรคประชาชน ที่มีทั้งคนรักมากและชังมาก พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่เคยได้รับความชื่นชมมาก ถือเป็นพรรคการเมืองของประชาชนที่แท้จริง แต่ทำไมตอนนี้คะแนนตกลงเรื่อยๆ คนที่เคยเป็น FC อย่างมั่นคงตีตัวออกห่าง เราจะแก้ปัญหาความแตกแยกที่กำลังเป็นอยู่ขณะนี้กันอย่างไรดี

นอกจากเรื่องของความแตกแยกเกี่ยวกับเรื่องภายในของเราเอง ที่เห็นอย่างชัดเจนจากการทะเลาะกัน ด่ากันของด้อมแต่ละฝ่าย นักวิชาการแต่ละฝ่าย สื่อแต่ละฝ่าย และ Influ แต่ละฝ่าย แต่เรายังมีความขัดแย้งที่มีสาเหตุมาจากภายนอกด้วย ได้แก่ ความแตกแยกเกี่ยวกับเรื่องเขมร บางคนอยากให้เปิดด่าน บางคนอยากให้ปิดถาวร

ปี 2522 ประเทศไทยร่วมกับ UNHCR เปิดค่ายผู้ลี้ภัยเขาอีด่างเพื่อช่วยชีวิตเพื่อนบ้านที่มีความอดอยากและสงครามกลางเมือง ที่นี่เคยมีผู้ลี้ภัยแสนสามหมื่นคนจึงถูกเรียกว่าเป็นเมืองกัมพูชาที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก รองแค่พนมเปญเท่านั้น เพราะปี 2523 สงครามสงบแล้วก็ส่งพวกเขาเดินทางกลับอย่างปลอดภัย ให้ที่พักพิงจนรอดตาย แต่สุดท้ายกลับเนรคุณ สร้างหนังมาใส่ร้ายประวัติศาสตร์บันทึกความเมตตา ได้ครอบคลุมพื้นที่ด้วยอคติ ต่อให้กัมพูชาจะมีการสร้างภาพยนตร์หรือสื่อใดๆ ที่นำเสนอเรื่องราวด้วยข้อมูลที่บิดเบือนเพื่อปลูกฝังความเกลียดชังต่อประเทศไทย แต่ก็ได้รับการบันทึกไว้ด้วยภาพถ่ายเอกสาร และความทรงจำของผู้คนจำนวนมหาศาลไม่อาจถูกลบเลือนได้ด้วยการโฆษณาชวนเชื่อ

ในช่วงปี พ.ศ.2522 หลังจากกัมพูชาเผชิญสงครามและโศกนาฏกรรมจากความขัดแย้งภายใน ประชาชนชาวกัมพูชาหลายแสนคนต้องอพยพหนีความอดอยาก ความรุนแรง โรคภัยเข้ามายังชายแดนประเทศไทยเพื่อแสวงหาความอยู่รอด พื้นที่อย่างศูนย์อพยพผู้ลี้ภัยเขาอีด่างและบ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว กลายเป็นที่พักอาศัยจำนวนมหาศาล และเป็นหนึ่งในศูนย์ผู้ลี้ภัยที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกในยุคนั้น ที่นี่มีโรงพยาบาล มีโรงเรียน มีระบบสาธารณูปโภค รายการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่เกิดจากการร่วมมือของประเทศไทย สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ และองค์กรด้านมนุษยธรรมจากนานาประเทศ คนไทยจำนวนมากตั้งแต่สถาบันพระมหากษัตริย์ เชื้อพระวงศ์ หน่วยงานของรัฐ ภาคเอกชนและประชาชนทั่วไปต่างร่วมกันแบ่งปันอาหาร ยารักษาโรค และความช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้

เด็กชาวกัมพูชาหลายพันคนได้เติบโตบนผืนแผ่นดินไทย ได้รับการรักษาพยาบาล ได้รับการศึกษาและโอกาสในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเล่าที่ส่งต่อกันปากต่อปากแต่ได้รับการบันทึกไว้ในภาพถ่ายภาพยนตร์สารคดีรายงานขององค์การระหว่างประเทศ และคำบอกเล่าของผู้รอดชีวิตจำนวนมาก เพราะสุดท้ายแล้วเรื่องเล่าถูกสร้างขึ้นใหม่ได้ แต่ประวัติศาสตร์ที่มีหลักฐานรองรับและความทรงจำของผู้คนที่จริง ย่อมยังคงเป็นส่วนหนึ่งของความจริงที่ไม่ควรถูกลืม

มีเคสหนึ่งกำลังวิ่งทั่วโซเชียลไทยตอนนี้ เป็นภาพพระชายาของเจ้านโรดมสีหนุที่จังหวัดสุรินทร์ ขอบคุณกษัตริย์ไทย รัฐบาลไทยและกองทัพบกไทยเป็นภาษาอังกฤษชัดถ้อยชัดคำ

มันทำกับเราแบบนี้แหละ มันจึงต้องตกระกำลำบาก คนเขมรที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยเขาจึงต้องลำบาก พวกมันต้องออกไปจากประเทศไทย เราจะเจริญก้าวหน้ามากกว่านี้ที่จะไม่ต้องมีพวกมัน ผืนแผ่นดินไทยจะไม่ยอมให้มันแม้แต่ตารางนิ้วเดียว ล่าสุด รองนายกฯ เขมรออกมาอ้อนวอนขอให้ไทยต้องทำตามเดิมและขอเปิดด่านตามหลักมนุษยธรรม ขอทุนเรียนฟรีกว่า 800 ล้านบาท ให้เด็กเขมรมาเรียนในไทยตามปกติ เปิดชายแดน เรื่องนี้คนไทยแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งบอกว่าขอให้ไทยมีมนุษยธรรม เพราะเขมรก็คน อีกฝ่ายบอกว่าต้องเลิกคบกับเขมรถาวร ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกันเลย เรื่องนี้เราจะเอายังไงกันดี ต้องคิดให้ดีนะ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไม่ว่า'กำแพง'หรือ'กะลา'ก็ไม่น่าคิดเอาชนะด้วยกันทั้งนั้น!!!

เห็นคำพูด หรือคำโพสต์ ของคุณหลาน ไหม-ศิริกัญญา ตันสกุล แห่งพรรคคนรุ่นใหม่ ที่พูดถึงการต่อสู้เอาชนะอุปสรรคของบรรดาผู้คนในพรรคประชาชน ว่าออกจะเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า

โค้งสุดท้าย 'โผนายพล'

โผแต่งตั้ง "นายพลสีกากี" วาระประจำปี 2569 หากเป็นม้าแข่งก็ต้องเรียกว่า "เข้าโค้งวัดเบญ" สำนวนในอดีตสมัยยังมีการแข่งขันม้าที่สนามแข่งม้านางเลิ้ง ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับบริเวณวัดเบญจมบพิตรฯ

ตั้งใจด่าเขา...แต่เราเสียหาย

มีคนไทยกลุ่มหนึ่งบอกว่า “ประเทศไทยขับเคลื่อนด้วยการด่า” พวกเขาจึงมีพฤติกรรม “สร้างวาทกรรมด่าคนไปทั่ว” โดยเฉพาะวาทกรรมด่ารัฐบาล เรื่องที่เขาด่านั้น จริงบ้าง เท็จบ้าง

'คาถาศักดิ์สิทธิ์'สำหรับโลกในช่วงระยะผ่าน!!!

เห็นข่าวเล็กๆ แต่น่าสนใจ น่าให้ความสำคัญมิใช่น้อย เมื่อช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา...คือข่าวที่นักธุรกิจระดับหมื่นล้าน อย่างคุณ สวัสดิ์ หอรุ่งเรือง เจ้าของคำขวัญ สโลแกน

เสริม'การข่าว'จชต.

เป็นอีกหนึ่งเหตุเศร้า สะเทือนขวัญในสถานศึกษาที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะภายในโรงเรียน ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นักเรียนชายระดับชั้น ม.3 ใช้อาวุธปืนยิงครู-นักเรียน เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

ว่าด้วย'สงคราม'และ'สันติภาพ'

ตอนคุณพ่ออเมริกากับคุณปู่อิหร่านกลับมา รบ กันใหม่...เห็นว่า ราคาน้ำมัน พุ่งปรู๊ด พรวดเดียวขึ้นไปถึง 100 ดอลลาร์กว่าๆ ต่อบาร์เรล ทั้ง Brent ทะเลเหนือ และ WTI เท็กซัสของอเมริกา