ไม่ว่า'กำแพง'หรือ'กะลา'ก็ไม่น่าคิดเอาชนะด้วยกันทั้งนั้น!!!

เห็นคำพูด หรือคำโพสต์ ของคุณหลาน ไหม-ศิริกัญญา ตันสกุล แห่งพรรคคนรุ่นใหม่ ที่พูดถึงการต่อสู้เอาชนะอุปสรรคของบรรดาผู้คนในพรรคประชาชน ว่าออกจะเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า เจ็บปวด รวดร้าว ไม่ต่างอะไรไปจาก การเอาหัวชนกำแพง อะไรประมาณนั้น ก็คงต้องบอกว่า...เป็นอะไรที่น่า เห็นใจ ไม่ได้ก่อให้เกิดความรู้สึก สะใจ ใดๆ ทั้งสิ้น เพราะอย่างน้อย... อันตัวข้าพเจ้าเอง เมื่อครั้งหนุ่มๆ ครั้งที่ยังไฟแรง ยังร้อนๆ เร่าๆ ก็เคยลองเอาหัวชนกำแพงมาแล้ว ไม่รู้จะกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง จนหัวแตก หัวโน แถมต่อมายัง หัวล้าน แบบไม่มีเผ้าผมเหลือติดอยู่ซักเส้น อีกซะด้วยต่างหาก...

แต่ก็นั่นแหละ...สิ่งที่เรียกว่า กำแพง นั้น นับวันมันจะสูงขึ้นๆ หนาขึ้นๆ แบบที่ท่านนายกฯ เสี่ยหนู-อนุทิน ท่านว่าไว้หรือไม่? อย่างไร? ก็แล้วแต่ แต่คงไม่อาจใช้เป็นคำตอบ คำอธิบาย ที่ครบถ้วนสมบูรณ์ ต่อความเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า ความเจ็บปวด รวดร้าว ของผู้ที่พยายามเอาหัวไปชนกำแพงแต่อย่างใดไม่ มีแต่คำพูด คำโพสต์ ของคุณปู่ วิมล ไทรนิ่มนวล อดีตนักเขียนซีไรต์นั่นแหละ ที่น่าจะนำเอามาพินิจพิจารณา ใคร่ครวญหวนคิด แบบจริงๆ จังๆ ถึงอาจพอใช้เป็นคำตอบ คำอธิบาย ได้อย่าง เข้าท่า มิใช่น้อย แม้คุณปู่ท่าน...อาจจะยัง ดุ หรือดุเดือด เลือดพล่านอยู่มั่ง ตามประสา ศิลปิน หรือไม่? อย่างไร? ก็ตามที จนถึงกับเปลี่ยนคำว่า กำแพง เป็น กะลา ไปซะแทนที่...

คือการสู้กับ กำแพง หรือกับ กะลา ใดๆ ก็ตาม...เอาไป-เอามาแล้ว มันคงไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์โพดผลกับตัวเองหรือกับผู้อื่นมากมายซักเท่าไหร่ ด้วยเหตุเพราะทุกสิ่งทุกอย่างย่อมต้องเป็นไปตาม กฎเหล็กแห่งธรรมชาติ หรือเป็นเพราะ ด้วยเหตุเพราะสิ่งนี้-สิ่งนี้...สิ่งนี้จึงเป็นไป นั่นแล สู้หันมา สู้กับตัวเอง น่าจะเข้าท่ากว่าเป็นไหนๆ สู้กับ ตัณหา-ทิฏฐิ-มานะ ที่ถูกปรุงแต่งอยู่ภายในจิตใจของแต่ละคน แต่ละราย ไปเป็นช่วงๆ เป็นระยะๆ ดังที่คุณปู่ วิมล ไทรนิ่มนวล ท่านว่าไว้ อันนี้...รับรองว่าถ้าลอง เข้าถึง-เข้าใจ ขึ้นมาเมื่อไหร่ ความรู้สึกเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า ความเจ็บปวด รวดร้าวใดๆ ก็ตาม ย่อมมีสิทธิ์ หายเกลี้ยง ไม่เหลือติดปลายนวมเอาเลยก็ว่าได้ แม้ว่าผมบนหัวไม่เหลืออยู่ซักเส้น หรือแม้จะ หัวล้าน ก็ยังสามารถสุข สดชื่น รื่นเริง เหมือนยืนอยู่บนเนินเขา เอาเลยก็เป็นได้...

และด้วยการ เอาชนะตัวเอง นี่เอง...ที่จะทำให้การยังประโยชน์แก่ผู้อื่น มันถึงจะเป็นไปได้อย่างมากมาย มหาศาล หรืออย่างถูกต้อง เหมาะสม ไปในทุกยุค ทุกกาลสมัย ดังที่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านได้แสดงให้เห็นเป็นตัวอย่างเอาไว้ตั้งแต่สองพันกว่าปีมาแล้ว ด้วยการมุ่งที่จะ เอาชนะตัวเอง แทนที่คิดจะเอาชนะผู้หนึ่ง-ผู้ใด ชนะอาณาจักร ชนะดินแดนต่างๆ ที่สามารถทำให้กลายเป็น พระจักรพรรดิ ได้ไม่ยาก แต่ท่านกลับหันมาละทิ้งอำนาจ ราชศักดิ์ ทิ้งปราสาท 3 ฤดู ทิ้งพระมเหสี พระราชโอรส มานั่งอยู่ ณ โคนต้นไม้ จนสามารถ ตรัสรู้ กลายเป็น พระศาสดา กลายเป็นผู้สร้างคุณประโยชน์อันหาที่สุดแทบมิได้ ให้กับมวลมนุษยชาติมาในทุกยุค ทุกสมัย ตลอดช่วงระยะสองพันกว่าปี อันเป็นสิ่งที่ พระจักรพรรดิ ใดๆ ก็ตามในโลกใบนี้ ไม่มีขีดความสามารถที่จะกระทำการเช่นนั้นได้เลย...

นี่...อันนี้นี่แหละ ที่อาจถือเป็นแบบอย่าง ตัวอย่าง อันเป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาของใครต่อใครอย่างมิอาจปฏิเสธ แม้ว่าการกระทำดังกล่าว อาจลอกเลียนแบบได้ลำบาก แต่อย่างน้อย...ก็อาจนำมาใช้เป็น แนวทาง ในการปรับอารมณ์ ปรับความรู้สึก ระหว่างที่ต้องเอาหัวชนกำแพง หรือชนกะลา ก็แล้วแต่ ว่าเหตุที่ยังไม่สามารถเอาชนะกำแพง เอาชนะกะลาใดๆ ได้ ก็ด้วยเหตุเพราะ มันเป็นเช่นนั้นเอง...มันเป็นพรรค์นั้นแหละ เป็นเพราะกฎเหล็กแห่งธรรมชาติ ที่กำหนดเอาไว้ตายตัวว่า ด้วยเหตุเพราะสิ่งนี้-สิ่งนี้...สิ่งนี้จึงเป็นไป ไม่ว่ากำแพงมันจะหนาขึ้น สูงขึ้น หรือผุพัง ทรุดต่ำ มันก็ล้วนแล้วแต่เป็นไปตามกฎเกณฑ์แห่งธรรมชาติ ไม่ใช่เป็นเพราะแรงชน แรงกระแทก ของผู้หนึ่ง-ผู้ใด เป็นการเฉพาะ...

แม้แต่ ศาสนาคริสต์ ก็ยังพอสะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจต่อความเป็นไปในลักษณะที่ว่านี้ ดังเห็นได้จากคำรำพึงรำพันของท่าน ปัญญาจารย์ ที่สรุปไว้ในพระคัมภีร์ไบเบิล (9:11) โดยข้อความที่ว่า... “ข้าพเจ้าเห็นภายใต้ดวงอาทิตย์อีกว่า คนเร็วไม่ชนะการวิ่งเสมอไป ฝ่ายมีกำลังไม่ชนะสงครามเสมอไป คนฉลาดไม่รับประทานเสมอไป คนมีความเข้าใจไม่ร่ำรวยเสมอไป ผู้ที่เชี่ยวชาญไม่ได้รับความโปรดปรานเสมอไป แต่วาระและโอกาสมีมาถึงเขาทุกคน เพียงแต่ว่าเพราะมนุษย์ไม่รู้ถึงวาระของตน ปลาติดอยู่ในอวนร้ายฉันใด และนกติดอยู่ในบ่วงแร้วฉันใด วาระอันร้ายกาจก็มาถึงบรรดาบุตรมนุษย์ และเขาก็ถูกวาระอันร้ายนั้นดักจับติดโดยฉับพลันเหมือนกันฉันนั้น...” และนี่เอง...ที่ทำให้การ เอาชนะตัวเอง ย่อมเป็นอะไรที่ดีกว่า เข้าท่ากว่า การเอาชนะกำแพง หรือเอาชนะกะลา ไม่รู้จะกี่เท่าต่อกี่เท่า.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แตกต่างได้...ไม่ควรแตกแยก

ประเทศไทยเราปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทำให้เรามีเสรีภาพทางความคิด ดังนั้นหากคนไทยเราจะมีความคิดที่แตกต่างกันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

โค้งสุดท้าย 'โผนายพล'

โผแต่งตั้ง "นายพลสีกากี" วาระประจำปี 2569 หากเป็นม้าแข่งก็ต้องเรียกว่า "เข้าโค้งวัดเบญ" สำนวนในอดีตสมัยยังมีการแข่งขันม้าที่สนามแข่งม้านางเลิ้ง ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับบริเวณวัดเบญจมบพิตรฯ

ตั้งใจด่าเขา...แต่เราเสียหาย

มีคนไทยกลุ่มหนึ่งบอกว่า “ประเทศไทยขับเคลื่อนด้วยการด่า” พวกเขาจึงมีพฤติกรรม “สร้างวาทกรรมด่าคนไปทั่ว” โดยเฉพาะวาทกรรมด่ารัฐบาล เรื่องที่เขาด่านั้น จริงบ้าง เท็จบ้าง

'คาถาศักดิ์สิทธิ์'สำหรับโลกในช่วงระยะผ่าน!!!

เห็นข่าวเล็กๆ แต่น่าสนใจ น่าให้ความสำคัญมิใช่น้อย เมื่อช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา...คือข่าวที่นักธุรกิจระดับหมื่นล้าน อย่างคุณ สวัสดิ์ หอรุ่งเรือง เจ้าของคำขวัญ สโลแกน

เสริม'การข่าว'จชต.

เป็นอีกหนึ่งเหตุเศร้า สะเทือนขวัญในสถานศึกษาที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะภายในโรงเรียน ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นักเรียนชายระดับชั้น ม.3 ใช้อาวุธปืนยิงครู-นักเรียน เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

ว่าด้วย'สงคราม'และ'สันติภาพ'

ตอนคุณพ่ออเมริกากับคุณปู่อิหร่านกลับมา รบ กันใหม่...เห็นว่า ราคาน้ำมัน พุ่งปรู๊ด พรวดเดียวขึ้นไปถึง 100 ดอลลาร์กว่าๆ ต่อบาร์เรล ทั้ง Brent ทะเลเหนือ และ WTI เท็กซัสของอเมริกา