อัยการสูงสุด สั่งสอบกรณีจับสารวัตร สภ.โคกสำโรง เรียกสินบน 1 แสน

โฆษกอัยการ เผย อสส.สั่ง ตรวจสอบกรณี รองสารวัตรโคกสำโรง เรียกรับเงินผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ อ้างเอาไปเเบ่งอัยการ ชี้ อัยการลพบุรี ยืนยันถูกอ้างชื่อ ไม่เคยเรียกรับผลประโยชน์

20 ก.ย.2566 - นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงกรณีที่ ตำรวจจับกุมนายตำรวจรองสารวัตรสอบสวน สภ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี เรียกรับเงิน 100,000 บาท จากผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อแลกกับการที่ผู้เสียหายจะไม่ถูกเป็นผู้ต้องหาและไม่ต้องขึ้นศาล หรือถูกฟ้องดำเนินคดี โดยผู้ถูกจับอ้างว่าจะต้องนำเงินไปเเบ่งอัยการลพบุรี ว่า เมื่อทราบข่าวแล้วจึงได้รายงานให้ น.ส.นารี ตัณฑเสถียร อัยการสูงสุด รับทราบและมีบัญชาให้เร่งตรวจสอบ จึงได้สอบถามไปยัง นายชวลิต แย้มประสงค์ อัยการจังหวัดลพบุรี รายงานว่า มีสำนวนคดีลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเข้ามาจริง เมื่อวันที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา คดีนี้มีผู้ต้องหา 2 คน ผู้เสียหาย 2 คนตอนนี้อยู่ระหว่างพิจารณาสำนวนคดี

โดยนายชวลิต เเย้มประสงค์ อัยการการจังหวัดลพบุรีเเละพนักงานอัยการในจังหวัดลพบุรียืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เรื่องนี้ไม่มีการพูดคุยกับพนักงานสอบสวน ถึงเรื่องผลประโยชน์ ไม่มีการเสนอให้ผลประโยชน์แต่อย่างใด เป็นการถูกแอบอ้างชื่อ ส่วนจะดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้อ้างอย่างไรต่อไปต้องรอดูผลสืบสวนสอบสวนของตำรวจ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ศรีสุวรรณ' จี้ ป.ป.ช. สอบโครงการขยายถนน โค่นต้นตาลดาบวิชัย

นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยชี้มูลความผิดผู้บริหารกรมทางหลวงชนบทที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยให้ผู้รับจ้างเอกชนทำการก่อสร้างและขยายถนน ศก.3013 ไปทำการรื้อถอน โค่นต้นตาลและไม้หวงห้ามอื่นๆไปกว่าครึ่งร้อย

'ดีเอสไอ' แจงพัลวัน! คดีเขากระโดงยังไม่ยุติ อำนาจวินิจฉัยอยู่ที่ ป.ป.ช.-ศาล

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกเอกสารข่าวตามที่ปรากฏข่าวสารผ่านสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษยุติการสืบสวน กรณีคดีที่ดินเขากระโดง จนทำให้เกิดความเข้าใจต่อสาธารณชนว่ากระบวนการในเรื่องดังกล่าวเสร็จสิ้นและไม่มีการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว นั้น

ป.ป.ช. ฟัน 'อดีตผู้ว่าฯ 4 จังหวัด' ร่ำรวยผิดปกติ 321 ล้าน

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา