
16 มี.ค. 2569 – นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดพังงา และจังหวัดสตูล และขณะเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ร่ำรวยผิดปกติรวมเป็นเงินจำนวน 321,670,858.30 บาท
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่านายจำเริญ ขณะดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดพังงา และจังหวัดสตูล และขณะเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากผิดปกติไม่สัมพันธ์กับรายได้ และไม่สามารถพิสูจน์หรือแสดงที่มาของทรัพย์สินดังกล่าวได้ โดยเป็นทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อของตนเอง คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ รวมเป็นเงินจำนวน 321,670,858.30 บาท ดังนี้
1.เงินฝากธนาคารในชื่อบัญชีนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา จำนวน 1 บัญชี เป็นเงิน 1,488,514.80 บาท 2.เงินฝากธนาคารในชื่อบัญชีคู่สมรส จำนวน 13 บัญชี รวมเป็นเงิน 260,846,734.80 บาท 3.ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในชื่อของคู่สมรส จำนวน 22 รายการ รวมมูลค่า 47,445,608.70 บาท 4.ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างในชื่อของบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะจำนวน 1 รายการ มูลค่า 5,690,000 บาท (รวมค่าตกแต่งและอุปกรณ์) 5.รถยนต์ในชื่อของคู่สมรส จำนวน 6 คัน รวมมูลค่า 6,200,000 บาท
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติว่า นายจำเริญ ร่ำรวยผิดปกติ โดยมีทรัพย์สินมากผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากผิดปกติ หรือได้ทรัพย์สินมาโดยไม่มีมูลอันจะอ้างได้ตามกฎหมายสืบเนื่องมาจากการปฏิบัติตามหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ สืบเนื่องจากการเปรียบเทียบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน รวมเป็นเงินจำนวน 321,670,858.30 บาท ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสาร พยานหลักฐาน และความเห็นไปยังอัยการสูงสุด เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี เพื่อขอให้ศาลสั่งให้ทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติตกเป็นของแผ่นดิน และให้แจ้งคำวินิจฉัยพร้อมด้วยข้อเท็จจริงโดยสรุปไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อสั่งลงโทษไล่ออก โดยให้ถือว่ากระทำการทุจริตต่อหน้าที่ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 122 วรรคหนึ่ง และวรรคสาม
หากไม่สามารถบังคับเอาแก่ทรัพย์สินที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติว่าร่ำรวยผิดปกติตกเป็นของแผ่นดินได้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนแล้ว ให้ขอให้ศาลบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินอื่นของผู้ถูกกล่าวหาได้ภายในระยะเวลาสิบปี ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 125 ด้วย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ความหวังประชาชน! 'ศิริโชค' ลุ้นศาลคดีทุจริตฯ นัดฟังคำสั่งชี้ขาดอำนาจ ปมฟ้อง ป.ป.ช. ม.157
นายศิริโชค โสภา โพสต์เฟซบุ๊กว่า อย่าให้ความหวังของประชาชน หยุดอยู่หน้าประตูศาล เห็นข่าว กกต. มีมติ 5 ต่อ 2 ให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องอำนาจ
สืบมาราธอนกว่า12ปีก่อนรวบแขกต่างด้าวสวมบัตรคนไทย!
สืบมาราธอนกว่า 12 ปี แขกต่างด้าวสวมบัตรคนไทย ร่ำรวยผิดปกติ ซิ่งเบนซ์หรูข้าม จว.ไปหาเมีย ฝันสลายตร.สกัดจับกลางทาง
'ศรีสุวรรณ' หอบหลักฐานเพิ่ม บี้ ป.ป.ช. ฟัน 'ม.ราชภัฏดัง'
'ศรีสุวรรณ' หอบหลักฐานยื่น ป.ป.ช. เพิ่ม บี้สอบ 'ม.ราชภัฏอุดร' พิรุธงบวิจัย 500 ล้าน ซื้อของ 8 พัน แต่เขียนบิล 8 หมื่น เข้าข่ายทุจริตหรือไม่
'ศิริโชค' ขุดต่อเหรียญโทเคน สามีสส. ลงทุนคริปโต 4 โครงการ ไม่พบในบัญชีทรัพย์สิน
ศิริโชค จี้ป.ป.ช. ต้องตรวจสอบให้ได้ว่า เหรียญโทเคนทั้งหมดที่นายไท่หยาง จาง ได้รับจากการลงทุนทั้ง 4 โครงการ หายไปไหน
ดร.ณัฏฐ์ ร้อง ป.ป.ช.สอบตำรวจทองหล่อ ปมออกหมายเรียก-ใช้ดุลพินิจในคดี
“ดร.ณัฐวุฒิ” ยื่นเรื่อง ป.ป.ช. ขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับและพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ กรณีใช้ดุลพินิจเกี่ยวกับพยานหลักฐานและขั้นตอนการออกหมายเรียก พร้อมร้องจเรตำรวจแห่งชาติพิจารณาประเด็นทางวินัย
'ศรีสุวรรณ' ยื่น ป.ป.ช. สอบจริยธรรม 'ไอซ์' แชร์ข้อมูลเท็จโอนเงิน 7 ล้าน
นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยการกระทำของ น.ส.รักชนก ศณีนอก หรือไอซ์ สส.พรรคประชาชน ที่แชร์ข้อความเท็จจากเพจ Godd Dam เกี่ยวกับการโอนเงิน 7 ล้านเข้า บช.อนุทิน รมว.มหาดไทยในขณะนั้นนั้น เข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่

