16 ธ.ค.2564 - ที่สำนักงานตำรวจแแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงแรงงาน นายเทพสุ บวรโชติดารา รองเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล หัวหน้ากลุ่มงานปฏิบัติการพิเศษสืบสวน ศูนย์ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมาย พนักงานฝ่ายปกครอง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ดร.ตรีเทพ นพคุณ รองผู้อำนวยการกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศกรมการกงสุล
นายรัชพล มณีเหล็ก ผู้อำนวยการกลุ่มคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิ นางภิญญา จำรูญศาสน์ ผู้อำนวยการกองต่อต้านคดีมนุษย์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกันแถลงสรุปผลการช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์ในต่างประเทศในรอบปี พ.ศ. 2564 ที่ผ่านมา ตำรวจศูนย์พิทักษ์เด็กสตรีครอบครัวป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์และภาคประมงสํานักงานตำรวจแห่งชาติ (ศพดส.ตร. ) ได้รับการร้องขอความช่วยเหลือผ่านทางสื่อมวลชนและโซเชียลมีเดียว่ามีคนไทยถูกหลอกลวงและตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ในต่างประเทศและได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยราชการไทยและต่างประเทศที่เกี่ยวข้องจนสามารถเข้าให้ความช่วยเหลือคนไทยดังกล่าว และเดินทางกลับประเทศไทยตามที่ทราบแล้วนั้น และตามนโยบายของรัฐบาลสั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การช่วยเหลือเหยื่อคนไทยที่ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ พร้อมทั้งขยายผลถึงเครือข่ายผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นการตัดวงจรการกระทำผิดของกลุ่มองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติเหล่านี้ที่ได้ใช้โอกาสที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจในช่วงโควิด-19 หลอกลวงคนไทยไปบังคับใช้แรงงานและค้าประเวณีในต่างประเทศ ซึ่งการกระทําในลักษณะดังกล่าวอาจเข้าข่ายการค้ามนุษย์กระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปในสังคมในวงกว้าง
ทั้งนี้ผบ.ตร.ได้สั่งการให้พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการ ศพดส.ตร. และพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. ดำเนินการประสานงานหน่วยงานและส่วนราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น กองต่อต้านการค้ามนุษย์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน กรมการกงสุล กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยรวมทั้งความร่วมมือจากภาคเอกชน เช่น NGO ต่างๆ ที่ช่วยให้ข้อมูลของคนไทยที่ร้องขอความช่วยเหลือจนสามารถช่วยเหลือคนไทยซึ่งถูกหลอกลวงกลับมาได้อย่างปลอดภัยจำนวนทั้งสิ้น 364 คน แบ่งเป็นการช่วยเหลือจากประเทศกัมพูชาจำนวน 361 คน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จำนวน 3 คน นอกจากนี้ยังมีการดำเนินคดีกับผู้กระทําความผิดในกรณีดังกล่าวได้เป็นจำนวนมาก โดยมีการออกหมายจับผู้กระทำผิดที่หลอกลวงคนไทยไปบังคับใช้แรงงานในกัมพูชาได้ทั้งสิ้น 32 รายจับกุมแล้ว 15 ราย คงเหลือ 17 ราย และออกหมายจับผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงคนไทยไปค้าประเวณีที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ทั้งสิ้น 25 ราย จับกุมแล้ว 6 ราย คงเหลือ 19 ราย
กรณีผู้เสียหายจากกัมพูชานั้น เป็นกรณีที่ผู้เสียหายได้ถูกหลอกลวงจากข้อมูลการรับสมัครงานทางโซเชียลมีเดียเหมือนปกติทั่วไปตั้งแต่งานรับจ้างทั่วไปจนถึงงานในคาสิโนโดยมีการใช้ตัวเลขรายได้ที่สูงมาล่อใจ เพื่อให้ผู้เสียหายมีความสนใจสมัครไปทำงานดังกล่าว แต่แท้จริงแล้วได้มีการนำพาผู้เสียหายข้ามชายแดนโดยผิดกฎหมายตามช่องทางธรรมชาติ และมีการยึดหนังสือเดินทางและบังคับให้ทำงานที่ผิดกฎหมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งการหลอกลวงให้คนไทยลงทุนในธุรกิจที่ไม่มีอยู่จริง หรือคอลเซ็นเตอร์สร้างความเสียหายมูลค่าหลายล้านบาท หากใครไม่ยอมทํางานดังกล่าวก็จะถูกบังคับทุบตีทำร้ายร่างกาย กักขัง และอดอาหารจะต้องหาทางร้องขอความช่วยเหลือจากทางการไทยเพื่อช่วยเหลือกลับประเทศไทย
ส่วนกรณีผู้เสียหายจากดูไบเป็นกรณีที่ผู้เสียหายได้ถูกหลอกลวงในลักษณะใกล้เคียงกันคือเป็นการรับสมัครงานในลักษณะนวดไทยในเมืองดูไบ และมีการใช้ตัวเลขค่าตอบแทนที่สูง รวมทั้งไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เพื่อให้เหยื่อมีความสนใจ และยินยอมที่จะเดินทางไปทำงานยังปลายทางในต่างประเทศ แต่เมื่อไปถึงกลับพบว่างานไม่ตรงกับที่ได้รับแจ้งในโอกาสแรก และถูกบังคับให้ค้าประเวณีในสถานที่ที่ถูกตั้งเป็นร้านนวดบังหน้า บางครั้งอาจจะถูกขายต่อไปยังเมืองห่างไกลและต้องถูกบังคับค้าประเวณีโดยไม่ได้รับเงินค่าจ้างแต่อย่างใด การติดต่อหาความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ ก็เป็นเรื่องยากทําให้ต้องหาความช่วยเหลือผ่านทางญาติที่เมืองไทยจนสามารถประสานงานหน่วยงานไทย เพื่อให้ความช่วยเหลือกลับประเทศไทยได้อย่างปลอดภัย
พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า วันนี้ที่แถลงอยากให้เห็นว่าอย่างน้อยผู้เสียหายได้รับการช่วยเหลือแล้ว การดำเนินคดีก็เร่งรัดเต็มที่ ทั้งนี้จะให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากกระบวนการค้ามนุษย์ทุกราย เราไม่ได้สนใจว่าเขาจะไปถูกหรือผิด เรามองเขาเป็นเหยื่อ และฝากไปถึงคนที่คิดจะอยากไป อยากให้ตรวจสอบให้ดีก่อน มีหน่วยงานราชการมากมายให้ตรวจสอบข้อมูลได้ อย่างไรก็ตามการให้ความรู้และการป้องกันเป็นแนวทางที่ดีที่สุด ฝากว่าไม่มีอาชีพอะไรที่ได้เงินง่ายและเร็ว ก่อนจะไปคิดให้ดี
เมื่อถามถึงการจับกุมในช่วงที่ผ่านมา พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า การดำเนินคดีรอบ 2 เดือน ตัวเลขขยับขึ้นสูงกว่าเดิมมาก สิ่งสำคัญเราอาจจะถูกเข้าใจว่าการสอบสวนไม่มีคุณภาพ แปลว่าอะไร ตำรวจจับมาแล้วพอถึงชั้นสูงขึ้นไปสั่งไม่ฟ้องบ้าง ไม่ลงโทษฯลฯ ซึ่งเป็นบทเรียนของเรา สำนักงานแห่งชาติชัดเจนเรื่องนี้ได้สั่งการไปทุกหน่วยแล้วว่าการจะสอบสวนดำเนินคดีข้อหาค้ามนุษย์ จะต้องดำเนินการตามที่ศูนย์พิทักษ์เด็กและสตรีออกหนังสือแจ้งให้ทราบและจะต้องได้รับความเห็นชอบก่อน เว้นแต่เหตุจำเป็นเร่งด่วน ทั้งนี้จะเน้นคุณภาพ ต้องใช้เวลาในการรวบรวมพยานหลักฐานเมื่อไปถึงศาลจะต้องชนะ ส่วนปริมาณก็ต้องทำด้วย ทั้งนี้รอบ 2 เดือนที่ผ่านมาได้อบรมเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติโดยนำบทเรียนที่ผ่านมามาสอนเจ้าหน้าที่ สิ่งสำคัญที่สุดคือการประสานงานกับหน่วยที่เกี่ยวข้องซึ่งทำงานไปด้วยกัน ประเทศเราไม่ได้สนับสนุนเรื่องพวกนี้ ถ้ามีเจ้าหน้าที่คนไหนที่เกี่ยวข้องเราไม่มีละเว้นดำเนินคดีทุกราย ขอให้มั่นใจว่าเราทำจริง เพราะเป็นผลกระทบต่อประเทศชาติโดยรวม
สำนักงานตำรวจแห่งชาติฝากถึงประชาชนทราบถึงพฤติการณ์ของขบวนการดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนโดยทั่วไปใช้ความระมัดระวังในการหางานผ่านสังคมออนไลน์ เพื่อจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อขบวนการข้ามชาติเหล่านี้ นอกจากนี้หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดในลักษณะดังกล่าวสามารถแจ้งข้อมูลมายังศูนย์พิทักษ์เด็กสตรีครอบครัวป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์และภาคประมงสํานักงานตำรวจแห่งชาติ (ศพดส.ตร. ) โดยตรง ช่องทางสายด่วน 1599 หรือผ่านช่องทางเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/antihumantraffickingpolice เพื่อแจ้งเบาะแสในการปราบปรามการกระทําผิดต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการแถลงข่าวเสร็จสิ้นทางตัวแทนกลุ่มผู้เสียหายที่ถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศทั้งจากดูไบและกัมพูชา ได้นำกระเช้า และช่อดอกไม้ มามอบให้ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และได้ฝากเตือนประชาชนที่คิดจะไปทำงานที่ต่างประเทศให้ติดต่อผ่านทางหน่วยงานราชการหรือสอบถามจากกรมแรงงานให้ไปอย่างถูกกฎมายดีกว่า หากหลงเชื่อไปจากคำชักชวนคิดจะไปขุดทองที่ต่างประเทศ อาจไม่ได้กินฟรีอยู่ฟรีแบบหรูหราอย่างคำโฆษณา อาจจะไม่มีอิสระภาพ ต้องทำงานวันละ 20 ชั่วโมง หรืออาจถูกบังคับ ทำร้ายร่างกายได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ศาลอุทธรณ์' ยืนยกฟ้อง 'หลงจู๊สมชาย' คดีลักลอบเปิดบ่อน-ฟอกเงิน เหตุพยานหลักฐานไม่พอ
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนยกฟ้อง หลงจู๊ สมชาย กับพวกคดีลักลอบเปิดบ่อน-ฟอกเงิน ชลบุรี ระยอง เหตุพยานหลักฐานไม่พอ ยกประโยชน์เเห่งความสงสัย
'อดีตบิ๊กข่าวกรอง' เตือนคัดกรองนักท่องเที่ยว คุมเข้มฟรีวีซ่า อย่าเน้นตัวเลขจนลืมความมั่นคง-ปลอดภัย
นันทิวัฒน์ ชี้ไทยไม่ได้ต่อต้านชาวยิวหรือชนชาติใดเป็นพิเศษ ไทยยังเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เดินทางมาไทย แต่ไทยคงต้องคัดกรองนักท่องเที่ยว
'บิ๊กต่าย' สั่งตำรวจทุกหน่วย ลุย 5 มาตรการประหยัดพลังงาน
พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)
สุดเสื่อม! รวบเจ้าอาวาส-พระลูกวัด มั่วสุมเสพยาบ้าคากุฏิ
ภายใต้การอำนวยการของว่าที่ร้อยตรี นครชัย แสงมณี อำเภอเขาพนม สั่งการให้นายอิทธิเชษฐ์ โภคินธนวัฒน์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง เจ้าพนักงาน ป.ป.ส.
จับตา! เป่าคดี 'ฮั้ว สว.' จุดเริ่มต้น 'กินรวบ' การเมืองไทย
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เป่าคดีฮั้ว สว. จุดเริ่มต้นกินรวบการเมืองไทย
ศาลให้ประกัน 'ชนนพัฒฐ์' วงเงิน 1 ล้าน ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ
"ชนนพัฒน์" รอดคุก ศาลอาญาให้ประกัน 1 ล้านบาท พร้อมเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ ห้ามยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน รายงานตัวทุก2 เดือน “ชนนพัฒฐ์” ขอบคุณศาลให้ประกัน มีโอกาสออกมาพิสูจน์ตัวเองยอมรับกลัวคนพื้นที่ไม่สบายใจ ทำใจต้องเข็มแข็งหากเรื่องนี้ถูกหยิบมาเป็นประเด็นในสภา ก่อนพบดีเอสไอเเจ้งผู้กองธรรมนัสเเล้ว

