หัวหมอ! 2 หนุ่มฟินแลนด์สร้างเรื่องถูกตำรวจเรียกรับเงินหลอกเอาเงินจากพ่อแม่

นักท่องเที่ยวชาวฟินแลนด์สร้างเรื่องถูกตำรวจเรียกรับเงิน7พันยูโรหวังหลอกเอาเงินจากพ่อแม่

17 ธ.ค. 2566 – เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2566 เวลา 21.15น พ.ต.ท.เอกชัย ศิริ สวญ.ส.ทท.1 กก.2 บก.ทท.3 เปิดเผยว่า กรณีนักท่องเที่ยวสร้างเรื่องว่าถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกรับเงิน เพื่อหลอกเอาเงินจากพ่อแม่เหตุเกิดเมื่อวันที่ 15 ธ.ค.66 เวลาประมาณ 01.00 น. ได้มีบุคคลมาขอความช่วยเหลือที่ ส.ทท.1 ฯ โดยเเจ้งว่าพ่อเเละเเม่ของ MR.AKI-PETTERI KRISTIAN อายุ 27 ปี สัญชาติฟินเเลนด์ ไม่สามารถติดต่อลูกชายได้ โดยทางผู้เเจ้งได้ให้ข้อมูลว่ามีบุคคลอ้างว่าเป็นตำรวจภูเก็ต โทรไปข่มขู่พ่อเเม่ของผู้สูญหายที่ประเทศฟินแลนด์เพื่อข่มขู่ให้โอนเงินให้ จำนวน 7,000 ยูโร

พ.ต.ท.เอกชัย ศิริ สวญ.ส.ทท.1 กก.2 บก.ทท.3 จึงสั่งการให้ ร.ต.ท.ภูวเดช บุญจิราพล รอง สว.(ป.) ส.ทท.1ฯ ร้อยเวรตำรวจท่องเที่ยวพร้อมสายตรวจ ออกติดตาม สืบสวนจนกระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 19.30 รับแจ้งว่า สามารถกับติดต่อกับนักท่องเที่ยวทั้ง 2 คนได้แล้ว จึงได้นัดหมายให้มาพบกันที่หน้า ร้านสะดวกซื้อ Tops นาในซอย 8 ใกล้กับโรงแรม coco เมื่อถึงเวลานัดหมายเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบกับนักท่องเที่ยวทั้ง 2 คน เเละได้เชิญตัวมาที่ สภ.ป่าตอง เพื่อตรวจสอบ ทราบชื่อทั้ง 2 คนคือ

1.MR.AKI-PETTERI KRISTIAN อายุ 27 ปี สัญชาติฟินเเลนด์ เดินทางเข้ามาเมื่อ28 มิ.ย.66 ใช้วีซ่า ผ.30 นักท่องเที่ยว เเละต่อวีซ่า ครบกำหนด 27 ก.ค.66 เเละไม่พบการขออยู่ต่อ จึงเป็นการอยู่เกินกว่าที่ได้รับอนุญาตจำนวน 141 วัน

2.MR.SIIKALOUMA JOONASS PATTERI อายุ 34 ปี สัญชาติฟินเเลนด์ เดินทางเข้ามาเมื่อ28 มิ.ย.66 ใช้วีซ่า ผ.30 นักท่องเที่ยว เเละต่อวีซ่า ครบกำหนด 27 ก.ค.66 เเละไม่พบการขออยู่ต่อ จึงเป็นการอยู่เกินกว่าที่ได้รับอนุญาตจำนวน 141 วัน เป็นเพื่อนของผู้สูญหาย

จากการสอบถามผู้ถูกจับทั้งสองคนรับว่าได้ร่วมกันสร้างเรื่องว่าถูกตำรวจจับกุมเพื่อขอเงินจากพ่อแม่

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เเจ้งข้อกล่าวหาเเก่นักท่องเที่ยวทั้งสองว่า “เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาเเละอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด นำส่ง พนักงานสอบสวน สภ.ป่าตอง ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เเจ้งข้อมูลให้ทางพ่อเเม่ที่เเจ้งได้ทราบเเล้ว โดยทางพ่อเเม่ได้ขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ช่วยตามหาและทราบว่าบุตรชายปลอดภัยดี

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นักท่องเที่ยวต่างชาติแห่เข้าไทย 12.4 ล้านคน จีนแตะ 2 ล้านคน

‘สุรศักดิ์’เผยสถานการณ์ท่องเที่ยวช่วงวันที่ 1 ม.ค. – 10 พ.ค. 2569 นักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมกว่า 12.4 ล้านคน สร้างรายได้แล้วกว่า 607,206 ล้านบาท ขณะที่ตลาดหลักยังเป็นจีน มาเลเซีย อินเดีย รัสเซีย และเกาหลีใต้

สุดปัง! 'อ่าวเกือก' สิมิลัน ติดอันดับ 10 ชายหาดดีที่สุดในโลก

“อ่าวเกือก” หรือ Donald Duck Bay แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยอีกครั้ง หลังได้รับการจัดอันดับให้เป็นชายหาดที่ดีที่สุดอันดับ 10 ของโลก

'กสิกรไทย'อวดกำไร Q1 แตะ 1.46 หมื่นล้าน

'กสิกรไทย'เปิดกำไรไตรมาสแรกพุ่ง 1.4 หมื่นล้าน โต 6.35% จากรายได้ค่าธรรมเนียม ธุรกิจประกันภัยและบริการ ชี้พิษตะวันออกกลางฉุดเศรษฐกิจไทยสะดุดคาดทั้งปีโตเพียง 0.8–1.2%

สาวจีนตกท่อระบายน้ำ! ขณะถ่ายรูปจุดเช็กอิน 'ช้างเอราวัณ'

20 เม.ย. 2569 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บขาตกท่อระบายน้ำ เหตุเกิดภายในซอยบางด้วน เข้าจากปากซอยประมาณ 50 เมตร ตำบลบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบและช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุ เป็นท่อระบายน้ำในพื้นที่ส่วนบุคคลริมถนนภายในซอย เจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ขาซ้ายตกลงไปในท่อระบายน้ำ โดยขายังคาติดอยู่ในตระแกรงฝาท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จึงใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ถ่างตระแกรงฝาท่อระบายน้ำออก ใช้เวลาไม่นานสามารถนำขานักท่องเที่ยงหญิงชาวจีนออกมาได้ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบรอยแดงที่ขาซ้าย แต่ไม่มีอาการผิดรูปที่ขาหรือบาดแผลใดๆ นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนไม่ประสงค์ที่จะไปโรงพยาบาล และได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว จากการสอบถาม นายธัญเทพ กอบธัญกิจ อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสำโรงใต้ 28 เล่าว่า ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุขาติดอยู่ในท่อระบายน้ำ เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพขาติดอยู่กับแผ่นเหล็กฝาท่อ โดยลักษณะของอุบัติเหตุเกิดจากผู้บาดเจ็บได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กที่ชำรุดจนแผ่นเหล็กเกิดการบิดตัวและดีดกลับมาอัดเข้าที่บริเวณช่วงหัวเข่าอย่างแรง ทำให้ไม่สามารถขยับหรือดึงขาออกมาได้ด้วยตนเอง ในการช่วยเหลือช่วงแรก เจ้าหน้าที่ได้รีบประสานงานทีมสนับสนุนเพื่อขออุปกรณ์ตัดถ่างเข้ามาดำเนินการ โดยใช้เวลาในการง้างแผ่นเหล็กออกประมาณ 10 นาที ก็สามารถนำขาของผู้บาดเจ็บออกมาได้เป็นผลสำเร็จ จากการตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้นพบว่าผู้บาดเจ็บมีเพียงรอยฟกช้ำและแผลถลอกจากการที่พลัดตกลงไปกระแทกเท่านั้น ไม่พบอาการผิดรูปของกระดูกหรือกระดูกหักแต่อย่างใด ก่อนจะดำเนินการปฐมพยาบาลและให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน ด้าน เพื่อนของผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนไทย ได้เล่าถึงวินาทีเกิดเหตุว่า ขณะกำลังเดินเท้าจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเพื่อไปถ่ายรูปบริเวณจุดเช็กอินยอดฮิตฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาถ่ายภาพในระหว่างที่กำลังเดินข้ามมานั้น นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดอยู่แล้ว ส่งผลให้แผ่นเหล็กหักและทรุดตัวลงทันทีจนขาข้างหนึ่งตกลงไปติดอยู่ด้านใน ในตอนนั้นตนพยายามช่วยพยุงและสั่งไม่ให้ผู้บาดเจ็บลุกขึ้นหรือขยับตัว เพราะเกรงว่าหัวเข่าจะหักหรือถูกเศษเหล็กที่หักคารูท่อแทงซ้ำ จึงรีบประสานขอความช่วยเหลือทันที และแม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น แต่นักท่องเที่ยวสาวรายนี้กล่าวว่าตนเองไม่ได้รู้สึกตกใจหรือขวัญเสีย และยังรู้สึกขอบคุณที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วมาก โดยหลังจากได้รับการช่วยเหลือเสร็จสิ้น เธอยังสามารถสื่อสารและยิ้มแย้มได้ พร้อมกับยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่กับการมาเที่ยวเมืองไทยแต่อย่างใด และยังคงมีความตั้งใจที่จะกลับมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอีกครั้งในอนาคตแน่นอน เพราะประทับใจในการดูแลและความปลอดภัยภาพรวมที่ได้รับในครั้งนี้ ส่วน นางสาวจินจุภา ทองสุข ชาวบ้านในพื้นที่ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยบริเวณจุดดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เดินทางมาถ่ายรูปและเซลฟี่ กันเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ โดยเฉลี่ยมีผู้มาเยือนสูงถึงวันละ 40-50 คน ซึ่งจุดดังกล่าวนั้นสภาพถนนเป็นแบบ 2 เลนสวนกัน และรถที่สัญจรไปมามักจะใช้ความเร็วสูง หากเป็นคนในพื้นที่จะทราบดีและช่วยชะลอความเร็วให้ แต่สำหรับรถจากที่อื่นที่ไม่ชำนาญทางมักจะขับผ่านด้วยความเร็ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยวที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ริมถนนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ชาวบ้านจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการติดตั้งสัญลักษณ์หรือป้ายเตือนให้รถที่สัญจรไปมาทราบว่าพื้นที่บริเวณนี้มีคนพลุกพล่านและควรชะลอความเร็ว แม้ว่าปัจจุบันจะมีแสงสว่างที่เพียงพอแล้ว แต่การขาดป้ายเตือนที่ชัดเจนยังคงเป็นช่องว่างที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ จึงอยากให้มีการจัดระเบียบพื้นที่และทำเครื่องหมายบอกทางให้ชัดเจน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและลดความเสี่ยงในการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.