25 ม.ค.2567 - พ.ต.ท.วีระศักดิ์ แก้วเนียม รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.3, พ.ต.ท.เลอศักดิ์ พิเชษฐไพบูลย์, พ.ต.ต.ธวัช ทุเครือ, พ.ต.ต.ขจร แย้มชม สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ พร้อมชุดสืบสวนดำเนินการจับกุม นายวรพงศ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี โดยกล่าวหาว่า ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น,นำเข้าสู่ระบบระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน
ในการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากช่วงบ่ายของวันที่ 15 ม.ค.66 มีมิจฉาชีพโทรศัพท์หาผู้เสียหาย อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารชื่อดัง แจ้งว่าผู้เสียหายได้เปิดบัตรเครดิตของธนาคารที่จังหวัดพิษณุโลกไว้ มียอดค้างชำระ 3 เดือน รวมเป็นเงิน 57,777 บาท ซึ่งผู้เสียหายได้ปฏิเสธไป คนร้ายจึงได้แจ้งว่าข้อมูลของผู้เสียหายอาจมีคนแอบอ้างไปเปิดบัตรเครดิต ให้ผู้เสียหายไปแจ้งความที่ สภ.เมืองพิษณุโลก ซึ่งผู้เสียหายไม่สะดวก คนร้ายจึงแนะนำให้แจ้งความออนไลน์ โดยให้แอดไลน์ สภ.เมืองพิษณุโลก
ต่อมา มิจฉาชีพได้อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก อ้างตัวเป็นร้อยเวรเจ้าของคดี จากนั้นให้ผู้เสียหายเปิดกล้องเพื่อสแกนใบหน้าอ้างว่าเพื่อตรวจสอบข้อมูล ต่อมาคนร้ายได้ส่งเอกสารหลักฐานทางไลน์ดังกล่าว เพื่อแสดงว่าผู้เสียหายเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินจริง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องอายัดบัญชีธนาคารและทรัพย์สิน พร้อมกับส่งภาพบุคคลที่อ้างว่าเคยเป็นผู้จัดการธนาคารที่ผู้เสียหายอาจถูกนำข้อมูลไปทำการเปิดบัญชีเกี่ยวพันกับการฟอกเงิน
จากนั้น มิจฉาชีพแจ้งให้ผู้เสียหายโอนเงิน โดยหลอกว่าเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ ให้โอนไปทำการตรวจสอบ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้โอนเงินไป ครั้งแรก จำนวน 48,391.65 บาท และครั้งที่สองโอนไป จำนวน 37,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 85,391.65 บาท หลังจากนั้นแชทไลน์ดังกล่าวก็โดนบล็อกไป และไม่สามารถติดต่อกับบัญชีไลน์ดังกล่าวได้อีก ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกหลอกแล้ว จึงได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป
พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.สถิตย์ พรมอุทัย ผบก.สอท.3 ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดสืบสวนสอบสวนเพื่อกวาดล้างจับกุมขบวนการดังกล่าวมาลงโทษตามกฎหมาย กระทั่ง ว่าที่ พ.ต.อ.อดิชาต อมรประดิษฐ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3 ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สืบสวน จนทราบว่า นายวรพงศ์ อายุ 27 ปี ซึ่งถูกออกหมายจับโดยศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ พักอาศัยอยู่ที่บ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ถ.เทศบาล 12 ต.สระแก้ว อ.เมืองสระแก้ว จว.สระแก้ว จึงวางแผนเข้าจับกุม จนสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้บริเวณหน้าบ้านหลังดังกล่าว นำส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.สอท.3 มาดำเนินคดีต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ตำรวจไซเบอร์' ปูพรมด้ามขวาน ล้างสแกมเมอร์-ผู้มีอิทธิพล
ตำรวจไซเบอร์ กวาดล้างอาชญากรรมทางเทคโนโลยีพื้นที่ภาคใต้ สแกมเมอร์ ความเสียหาย 173 ล้านบาท พนันออนไลน์กว่า 700 ล้านบาท กวาดล้างผู้มีอิทธิพล อาวุธปืน
นักวิเคราะห์ ชี้คนอายุ 21-30 ปี เป้าหมายอันดับ 1 มิจฉาชีพยุค AI สูญเงินล้านมากกว่าผู้สูงอายุ
หลายคนมักคิดว่าผู้สูงอายุ คือกลุ่มที่เปราะบางและตกเป็นเหยื่อกลโกงออนไลน์ได้ง่ายที่สุดในสังคม แต่จากชุดข้อมูลและสถิติล่าสุดจากศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) กลับสะท้อนความจริงที่สวนทาง
ระวัง! มิจฉาชีพเกาะบอลโลก ลวงพนันออนไลน์ ส่งลิงก์ฉกข้อมูลส่วนตัว
รัฐบาลเตือนแฟนบอลไทย! ระวังมิจฉาชีพเกาะกระแสฟุตบอลโลก 2026 หลอกเล่นพนันออนไลน์–ขายตั๋วปลอม–ส่งลิงก์ดูบอลสดเถื่อน ย้ำ '4 ไม่' รู้ทันก่อนสูญเงิน
ตร.ไซเบอร์ บุกรวบ 'เบิร์ด วันว่างว่าง' ทำคอนเทนต์ขยะกระทบบริษัทกาวยาแนวเสียหาย
สืบเนื่องจาก บช.สอท. ได้รับคำร้องทุกข์จาก บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายกาวซีเมนต์และยาแนวตราจระเข้ จากกรณีที่ นายธีระวัฒน์ อายุ 38 ปี หรือ “เบิร์ด วันว่างว่าง” ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอบน TikTok และ Facebook โดยนำบรรจุภัณฑ์กาวยาแนวตราจระเข้มาแสดงและสื่อสารให้คนเข้าใจในลักษณะว่าเป็น “แป้งมันตราจระเข้” ก่อนนำไปผสมน้ำแล้วใช้ป้ายใบหน้าและลำตัวผู้อื่นเมื่อช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา
สภาผู้บริโภคฟ้องแล้ว! ให้ 'เฟซบุ๊ก' ชดใช้ 230 ล้าน ศาลนัด 3 ส.ค.
สภาผู้บริโภคยื่นฟ้อง 'สถาบันการเงิน-เฟซบุ๊ก-เพลตฟอร์มออนไลน์' คดีละเมิดสิทธิผู้บริโภค ฐานปล่อยมิจฉาชีพใช้ระบบหลอกลวงปชช. เรียกค่าเสียหาย 230 ล้านบาท ศาลเเพ่งนัดพร้อม 3 ส.ค.
รัฐบาลเตือนประชาชนทำบุญอย่างมีสติ อย่าหลงกลมิจฉาชีพ
รัฐบาลเตือนประชาชนทำบุญอย่างมีสติไม่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ กำชับตรวจเข้มคุมราคาสินค้า คาดวันหยุดยาว-ไทยช่วยไทย ดันค่าใช้จ่ายสะพัดกว่า 4 พันล้านบาท

