![]()
12 มิ.ย.2567 - เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางพลี จ.สมุทรปราการ รับแจ้งมีคนถูกรุมทำร้ายได้รับบาดเจ็บ บริเวณหน้าหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง ในอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินทางไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณก่อนถึงป้อมยามหน้าหมู่บ้านดังกล่าว พบ นาย กิตติ อายุ 23 ปี มีบาดแผลฉีกขาดกลางศีรษะจากการถูกมีดฟัน ส่วนอีกรายเป็นแฟนสาว อายุ 15 ปี มีบาดแผลที่ข้อมือข้างขวา เจ้าหน้าที่มูลนิธิให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้นทั้งสองคน ก่อนนำส่งโรงพยาบาลบางพลี ที่เกิดเหตุยังพบท่อนเหล็กตีแบนพร้อมทำด้ามจับ ซึ่งเป็นของผู้ก่อเหตุตกอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนั้นยังพบรองเท้า 1 คู่ อยู่กลางถนน ซึ่งทราบว่าเป็นรองเท้าของฝ่ายผู้ก่อเหตุ
ภาพวงจรปิดทางเข้าหมู่บ้าน สามารถจับภาพได้ในขณะที่มี รถจักรยานยนต์วัยรุ่นสองคัน ขับขี่กันมารวม 3 คน ซึ่งหนึ่งในสามมีทั้งเยาวชนหญิงและเด็กชายอายุ 11 ขวบ รวมอยู่ด้วย จากภาพวงจรปิดดังกล่าว จะเห็นว่าขณะที่รถจักรยานยนต์สองคันแรกขับมาเพื่อรอเข้าหมู่บ้านนั้น ไม่นานก็มีรถจักรยานยนต์คันหนึ่งมีชายวัยรุ่นสองคนขับขี่ไล่หลังจนตามมาถึง
จากนั้นทั้งหมดจอดรถลงไปพูดคุยกันได้ไม่นาน หนึ่งในวัยรุ่นที่ขับไล่ตามหลังมา ได้ชักมีดที่เหน็บมาที่เอวฟันเข้าที่กลางศีรษะของคู่กรณีจนล้มทั้งยืน ทำให้แฟนสาวที่มาด้วยต้องเข้าโอบกอดปกป้องแฟนหนุ่มไม่ให้โดนฟันซ้ำจนแฟนสาวโดนมีดเข้าที่ข้อมือจนบาดเจ็บไปอีกคน จังหวะนั้นจะเห็นว่าหนุ่มน้อยอายุ11ขวบที่สวมใส่เสื้อสีน้ำเงินต้องวิ่งมาที่ป้อม รปภ. เพื่อขอความช่วยเหลือ จากนั้นได้มี รปภ. หนุ่มคนหนึ่งที่เข้าเวรอยู่ที่ป้อม วิ่งถือกระบองยามเข้าไปห้ามปราบวัยรุ่นที่ก่อเหตุจนแตกกระเจิงหลบหนีไป หลังเกิดเหตุ รปภ. ยังถอดเสื้อ รปภ. ของตนเองมาปิดบาดแผลเพื่อห้ามเลือดที่กลางศีรษะของผู้บาดเจ็บก่อนจะประสานกู้ชีพปราการส่งอาสากู้ภัยมาช่วยเหลือ
จากการสอบถาม นางสาว ยุ้ย (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี ผู้ได้รับบาดเจ็บ บอกว่า ตนเองและแฟนพร้อมกับน้องชายแฟน พากันขับขี่รถจักรยานยนต์กำลังกลับบ้านพักในหมู่บ้าน จนมาถึงช่วงหน้าธนาคารออมสินใกล้ สภ.บางพลี ปรากฏว่าไปเจอวัยรุ่นหนึ่งในคู่กรณี ขับรถปาดหน้ารถตนเอง แฟนจึงหันไปมองหน้าทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ และท้าทายหาเรื่องพร้อมทั้งตะโกนด่า แฟนจึงด่าตอบ แต่ตนเองก็พยายามห้ามปราม เพราะไม่อยากมีเรื่องจึงชักชวนกันขี่รถเพื่อเข้าบ้านจนมาถึงที่เกิดเหตุถูกอีกฝ่าย ขี่รถจักรยานยนต์ตามมาก่อเหตุ
นายกิตติ ผู้บาดเจ็บ บอกว่า ตนเองจำหน้าผู้ก่อเหตุได้เป็นอย่างดี และยืนยันว่าไม่เคยมีเรื่องมีราวอะไรกันมาก่อนไม่รู้จักคู่กรณีแต่อย่างใด ส่วนสาเหตุมาจากเขาขับปาดหน้าก่อนจึงหันไปมอง เขาจึงไม่พอใจและพยายามเรียกให้ตนเองจอดแต่ตนเองไม่จอดและขี่รถต่อเพื่อจะเข้าบ้านจนถูกอีกฝ่ายตามมาก่อเหตุ
ขณะที่ นาย ปณิพัทร์ รามภักดี อายุ 24 ปี รปภ.ของหมู่บ้าน ซึ่งเป็นคนที่ถือกระบองเดินเข้าไปช่วยชีวิตผู้บาดเจ็บและเข้าห้ามปรามผู้ก่อเหตุจนอีกฝ่ายตกใจและหลบหนีไป เจ้าตัวเปิดใจว่า ตอนนั้นกำลังทำหน้าที่แลกบัตรเข้าหมู่บ้านและตรวจตรารถที่เข้าออกตามปกติ จนได้ยินเสียงเอะอะโวยวายพอหันไปมองจำได้ว่าวัยรุ่นที่ถูกทำร้ายร่างกายจนล้มกองกับพื้นนั้น เป็นวัยรุ่นลูกบ้านของตนเอง วินาทีนั้นจึงคว้ากระบองวิ่งออกไปช่วยเหลือ เพื่อให้ลูกบ้านปลอดภัย ส่วนที่ถอดเสื้อออกนั้นเพราะเอาเสื้อโปโลเครื่องแบบของ รปภ. ไปปิดซับบาดแผลให้กับผู้บาดเจ็บ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ ได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุ ถ่ายภาพ และลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนอยู่ระหว่างตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามตัวสองวัยรุ่นที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
6 แรงงานเมียนมา รุมกระทืบคนไทย แค่ต่อว่าเคาะห้องผิด
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ รับแจ้งว่ามีเหตุทำร้ายร่างกายกัน หอพักแห่งหนึ่งภายในซอยเทพารักษ์ 90 ตำบลเทพารักษ์
สงกรานต์พระประแดงเดือด! โจ๋เมายิงสามีดับ เมียเจ็บ
พ.ต.อ.อภิชาติ ทองแพ ผกก.สภ.พระประแดง รับรายงานมีเหตุทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธปืน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย
สาวจีนตกท่อระบายน้ำ! ขณะถ่ายรูปจุดเช็กอิน 'ช้างเอราวัณ'
20 เม.ย. 2569 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บขาตกท่อระบายน้ำ เหตุเกิดภายในซอยบางด้วน เข้าจากปากซอยประมาณ 50 เมตร ตำบลบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบและช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุ เป็นท่อระบายน้ำในพื้นที่ส่วนบุคคลริมถนนภายในซอย เจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ขาซ้ายตกลงไปในท่อระบายน้ำ โดยขายังคาติดอยู่ในตระแกรงฝาท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จึงใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ถ่างตระแกรงฝาท่อระบายน้ำออก ใช้เวลาไม่นานสามารถนำขานักท่องเที่ยงหญิงชาวจีนออกมาได้ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบรอยแดงที่ขาซ้าย แต่ไม่มีอาการผิดรูปที่ขาหรือบาดแผลใดๆ นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนไม่ประสงค์ที่จะไปโรงพยาบาล และได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว จากการสอบถาม นายธัญเทพ กอบธัญกิจ อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสำโรงใต้ 28 เล่าว่า ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุขาติดอยู่ในท่อระบายน้ำ เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพขาติดอยู่กับแผ่นเหล็กฝาท่อ โดยลักษณะของอุบัติเหตุเกิดจากผู้บาดเจ็บได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กที่ชำรุดจนแผ่นเหล็กเกิดการบิดตัวและดีดกลับมาอัดเข้าที่บริเวณช่วงหัวเข่าอย่างแรง ทำให้ไม่สามารถขยับหรือดึงขาออกมาได้ด้วยตนเอง ในการช่วยเหลือช่วงแรก เจ้าหน้าที่ได้รีบประสานงานทีมสนับสนุนเพื่อขออุปกรณ์ตัดถ่างเข้ามาดำเนินการ โดยใช้เวลาในการง้างแผ่นเหล็กออกประมาณ 10 นาที ก็สามารถนำขาของผู้บาดเจ็บออกมาได้เป็นผลสำเร็จ จากการตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้นพบว่าผู้บาดเจ็บมีเพียงรอยฟกช้ำและแผลถลอกจากการที่พลัดตกลงไปกระแทกเท่านั้น ไม่พบอาการผิดรูปของกระดูกหรือกระดูกหักแต่อย่างใด ก่อนจะดำเนินการปฐมพยาบาลและให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน ด้าน เพื่อนของผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนไทย ได้เล่าถึงวินาทีเกิดเหตุว่า ขณะกำลังเดินเท้าจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเพื่อไปถ่ายรูปบริเวณจุดเช็กอินยอดฮิตฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาถ่ายภาพในระหว่างที่กำลังเดินข้ามมานั้น นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดอยู่แล้ว ส่งผลให้แผ่นเหล็กหักและทรุดตัวลงทันทีจนขาข้างหนึ่งตกลงไปติดอยู่ด้านใน ในตอนนั้นตนพยายามช่วยพยุงและสั่งไม่ให้ผู้บาดเจ็บลุกขึ้นหรือขยับตัว เพราะเกรงว่าหัวเข่าจะหักหรือถูกเศษเหล็กที่หักคารูท่อแทงซ้ำ จึงรีบประสานขอความช่วยเหลือทันที และแม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น แต่นักท่องเที่ยวสาวรายนี้กล่าวว่าตนเองไม่ได้รู้สึกตกใจหรือขวัญเสีย และยังรู้สึกขอบคุณที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วมาก โดยหลังจากได้รับการช่วยเหลือเสร็จสิ้น เธอยังสามารถสื่อสารและยิ้มแย้มได้ พร้อมกับยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่กับการมาเที่ยวเมืองไทยแต่อย่างใด และยังคงมีความตั้งใจที่จะกลับมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอีกครั้งในอนาคตแน่นอน เพราะประทับใจในการดูแลและความปลอดภัยภาพรวมที่ได้รับในครั้งนี้ ส่วน นางสาวจินจุภา ทองสุข ชาวบ้านในพื้นที่ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยบริเวณจุดดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เดินทางมาถ่ายรูปและเซลฟี่ กันเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ โดยเฉลี่ยมีผู้มาเยือนสูงถึงวันละ 40-50 คน ซึ่งจุดดังกล่าวนั้นสภาพถนนเป็นแบบ 2 เลนสวนกัน และรถที่สัญจรไปมามักจะใช้ความเร็วสูง หากเป็นคนในพื้นที่จะทราบดีและช่วยชะลอความเร็วให้ แต่สำหรับรถจากที่อื่นที่ไม่ชำนาญทางมักจะขับผ่านด้วยความเร็ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยวที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ริมถนนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ชาวบ้านจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการติดตั้งสัญลักษณ์หรือป้ายเตือนให้รถที่สัญจรไปมาทราบว่าพื้นที่บริเวณนี้มีคนพลุกพล่านและควรชะลอความเร็ว แม้ว่าปัจจุบันจะมีแสงสว่างที่เพียงพอแล้ว แต่การขาดป้ายเตือนที่ชัดเจนยังคงเป็นช่องว่างที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ จึงอยากให้มีการจัดระเบียบพื้นที่และทำเครื่องหมายบอกทางให้ชัดเจน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและลดความเสี่ยงในการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.
เริ่ม 24 เม.ย.นี้ บังคับใช้กฎหมายใหม่ 'พนักงาน รปภ.' ได้ค่าล่วงเวลา
น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2569 เป็นต้นไป กฎกระทรวงกำหนดค่าล่วงเวลาและค่าตอบแทนการทำงานที่เกินวันละแปดชั่วโมง ในงานเฝ้าดูแลสถานที่หรือทรัพย์สินอันเป็นหน้าที่การทำงานปกติของลูกจ้าง พ.ศ. 2568 จะมีผลบังคับใช้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน และสร้างความเป็นธรรมให้กับลูกจ้าง โดยเฉพาะพนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) และผู้ปฏิบัติงานเฝ้าดูแลสถานที่และทรัพย์สิน
หนุ่มพม่า ล้วงอกสาวกลางงานสงกรานต์ สุดท้ายถูกกระทืบน่วม
เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บางเสาธง รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทและทำร้ายร่างกายกันมีผู้บาดเจ็บ บริเวณปากซอย ฝ 5 ชุมชนการเคหะเมืองใหม่บางพลี ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นจุดที่มีการเล่นน้ำสงกรานต์และมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
ตร. คุมเข้มสงกรานต์ บินโดรนจับตา 7 จุดแลนด์มาร์กกลางกรุง
ตำรวจ สน.ปทุมวัน และกองกำกับการควบคุมฝูงชน (กก.คฝ.) ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดรับเทศกาลสงกรานต์ นำอากาศยานไร้คนขับ (โดรน)

