‘นักกฎหมายตำรวจ’ ถอดบทเรียน การเข้าระงับเหตุ ลดความสูญเสีย

22 ก.ค.2567-พ.ต.ท.ภูมิรพี  ผลาภูมิ นักกฎหมายและอดีตพนักงานสอบสวน โพสต์เฟซบุ๊ก “กฎหมายตำรวจและพนักงานสอบสวน by ภูมิรพี ผลาภูมิ” ระบุว่า ด้วยความเคารพความกล้าหาญ และเสียสละของผู้เสียชีวิต ควรแก่การยกย่องเป็นเกียรติประวัติสืบไป แต่การเข้าระงับเหตุ ของตำรวจไทยมีข้อผิดพลาด ต้องนำไปถอดบทเรียนแก้ไข เพื่อลดความสูญเสีย ทั้งพี่น้องประชาชนและตำรวจเอง

1. ผู้ก่อเหตุเป็นเจ้าของโรงงาน มีปืนและข่มขู่ทำร้ายคนในบ้าน มานาน ตำรวจในพื้นที่จึงย่อมรู้พฤติกรรมดี

2. ขณะเกิดเหตุ เป็นยามวิกาล ประตูรั้วเหล็กหน้าบ้านปิดมิดชิด ย่อมยากแก่การเข้าไป ที่สำคัญ ผู้ก่อเหตุมีอาวุธปืน หากเข้าทางช่องทางที่เปิดกว้าง เช่น ประตู หน้าต่าง หรือ ที่เรียกว่า กรวยมรณะ จะมีอันตรายมาก อาจถูกยิงจากด้านในได้ตลอดเวลาซึ่งผู้ก่อเหตุมักมองว่าผู้เข้าไปคือผู้บุกรุก ดังนั้น ขณะทำการเจรจาต่อรอง ตำรวจ นักเจรจาจึงควรซุ่มอยู่ในที่กำบังเท่านั้น โดยใช้โทรโข่ง หรือเครื่องขยายเสียง พูดเกลี้ยกล่อมให้ผู้ก่อเหตุ ยอมจำนน โดยร้องขอให้โยนทิ้งอาวุธปืนออกมาทางหน้าต่าง แล้วทางตำรวจจะไม่ติดใจเอาความ หากไม่ปฏิบัติตาม จะต้องถูกจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมาย

3. การแก้ไข ป้องกัน ระงับเหตุ ต้องการนักเจรจามืออาชีพ หรือบุคคลที่ทำให้ ผู้ก่อเหตุ ใจเย็นลงได้ มิใช่ศัตรู หรือฝ่ายตรงข้าม เช่น บุคคลที่เป็นที่รัก เคารพ เป็นต้น ในการช่วยเจรจา

4. ผู้เจรจาต้องอยู่ในจุดที่ปลอดภัย เนื่องจาก บางครั้งผู้ก่อเหตุมีอาการคลุ้มคลั่ง จนจิตหลุดโลกไปแล้ว

5. หากสถานการณ์ดีขึ้นแล้ว ผู้ก่อเหตุสงบลง ไม่ทำร้ายใครอีกต่อไป หรือคนในบ้านสามารถเกลี้ยกล่อมหรือควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว แต่ผู้ก่อเหตุไม่ยอมออกมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็หาจำต้องเข้าไปในบ้านในทันทีทันใดนั้นไม่ อาจเฝ้าจุดไว้ หรือรอจนรุ่งเช้า จึงเข้าเจรจาอีกครั้งหนึ่ง ด้วยความระมัดระวัง ตามยุทธวิธี หาจำต้องรีบเร่งปิดจ็อบ ในทันทีด้วยการเข้าไปช่วยเหลือคนในบ้าน หรือปิดจ็อบด้วยการวิสามัญผู้ก่อเหตุทันทีทันใดในขณะนั้นไม่

6.แต่ถ้าหากสถานการณ์เข้าขั้นวิกฤต เช่น มีการชักอาวุธปืนจ้องใส่คนในบ้าน หรือยิงคนในบ้านบางคนไปแล้ว หรือยิงปืนใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทางเจ้าหน้าที่ก็จำเป็นต้องวิสามัญทันที ก่อนที่จะเรื่องจะบานปลาย เกิดความสูญเสียไปมากกว่านี้

7.ทุกสถานีตำรวจ หรือ ภ.จว./บก. ควรมีการฝึกชุดปฏิบัติการพิเศษ / นักเจรจาต่อรอง เพื่อทำงานด้านนี้โดยเฉพาะ พร้อมปฏิบัติหน้าที่ทันทีตลอด 24 ชม.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โจรใต้บึ้มปัตตานี ตร.เจ็บ 4 นาย จนท.เก็บหลักฐาน เร่งล่าตัว

ความคืบหน้าเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดริมถนนสาย 42 ปัตตานี–นราธิวาส บริเวณตรงข้ามป้อมตำรวจจันทรักษ์ ต.ลางา อ.มายอ จ.ปัตตานี ช่วงค่ำวันที่ 10 ก.ย. ที่ผ่านมา

สรุปเหตุปะทะเทือกเขาตะเว โจรใต้ดับ 2 คดีเพียบ บึ้ม-ยิงตร.และทหาร

กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เผยความคืบหน้าเหตุปะทะเทือกเขาตะเว ผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต 2 ราย พบ 9 หมายจับคดีมั่นคง ทั้งบึ้ม-ยิงตำรวจและทหาร ยึดปืนได้ 2 กระบอก ระเบิดขว้าง 2 ลูก

หมดยุคฆ่าน้องฟ้องนาย! โฆษกตร. ชมแต่งตั้ง 'สีกากี' ไม่เห็นภาพ 'ทำลายกัน-ทำร้ายองค์กร' เหมือนอดีต

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สะท้อนภาพการแต่งตั้งตำรวจช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สปิริตหวนกลับคืนมาแล้ว

ตั้งกรรมการสอบวินัย 'พ.ต.ท.' ซิ่งชนคนตายแล้วหนี

ตำรวจแถลงความคืบหน้าคดี “น้องข้าวปั้น” วัย 16 ปี เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์พุ่งชนรถจักรยานยนต์ ก่อนผู้ก่อเหตุขับรถหลบหนี โดยภายหลังพบผู้ก่อเหตุเป็นตำรวจยศ พ.ต.ท. เข้ามอบตัวและรับทราบ 2 ข้อกล่าวหา ขณะที่พนักงานสอบสวนยื่นคัดค้านการประกันตัว ด้านตำรวจเผยเร่งไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดจนทราบตัวผู้ก่อเหตุภายใน 3 วัน พร้อมตรวจสอบประเด็นทะเบียนรถและผลตรวจแอลกอฮอล์

'สารวัตร อ.' ขับรถชนเด็ก16แล้วหนี เข้ามอบตัวรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา 'ตร.' ยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

‘สารวัตร อ.’ มอบตัวแล้วเดินทางมาพร้อมกับทนาย เป็นการเผชิญหน้ากับครอบครัวน้องข้าวปั้นเป็นครั้งแรกกล่าวคำขอโทษพร้อมเยียวยา ด้านรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลกยืนยันทำคดีตรงไปตรงมา รับสารภาพ 2 ข้อหา เร่งตรวจเลือด-DNA หาหลักฐานเพิ่ม