5 ก.ย.2567 - เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งเป็นเยาวชนหญิง อายุ 16 ปี ภายในบ้านพักหลังหนึ่ง หมู่บ้านลัลลี่วิลล์ ตำบลแพรกษา อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานจังหวัด แพทย์นิติเวช พร้อม เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการ และเจ้าหน้าที่กู้ชีพเทศบาลเมือกแพรกษาใหม่ เดินทางไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นทาวเฮ้าส์ 2 ชั้น ภายในห้องนอนชั้น 2 พบร่าง นางสาวมะเมย (ชื่อเล่น) อายุ 16 ปี ชาวอำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ สภาพใส่เสื้อกล้ามสีเขียวอ่อน กางเกงขาสั้นสีดำ นอนหงายเสียชีวิตอยู่บนที่นอน ที่จมูกมีคราบเลือด เสื้อชั้นในถูกปลดตะขอ กระโปรงถูกถกขึ้น บริเวณปลายเท้าผู้ตายบนโต๊ะพบแก้วน้ำองุ่น จากการตรวจสอบ คาดว่า น่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง
นายปราสาท จิตต์ตรีทศ เจ้าหน้าที่กู้ชีพเทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ เล่าว่า ตนได้รับแจ้งจากศูนย์สั่งการว่ามีผู้หมดสติ ประมาณ 2 ทุ่ม 36 นาที พอมาถึงตนก็ขึ้นไปที่ชั้น 2 ก็เจอน้องผู้หญิงนอนอยู่ มีลักษณะเลือดตกแล้ว ไม่รู้สึกตัวแล้ว ได้มีการคลำหาชีพจรดูแล้ว ก็ยืนยันได้ว่าเสียชีวิต และไม่ทราบว่าเสียชีวิตด้วยเหตุใด ลักษณะที่พบคือ ร่างนอนหงายอยู่ จมูกมีคราบเลือด ที่หมอนมีอ้วก เสื้อผ้าใส่เสื้อเอวลอย กระโปรงสั้นสีดำ ใช้ผ้านวมคลุมไว้ครึ่งท่อน ส่วนในห้องเจ้าของห้อง บอกว่าเป็นห้องที่เอาไว้ใช้ไลฟ์สดขายออนไลน์ เช่นรองเท้าและกางเกงยีนส์มือสอง และ เจ้าของห้องได้บอกว่าเพิ่งจะรู้จักกับน้องวันนี้ เพราะเพื่อนพามาส่งแล้วเพื่อนก็ไปธุระแล้วทิ้งน้องคนนี้ไว้ เขาเล่าให้ฟังว่าน้องบอกว่าน้องง่วงนอนตั้งแต่บ่าย 3 ก็เลยให้นอน แต่ได้รับแจ้งจากกู้ชีพช่วง 2 ทุ่ม ว่าน้องหมดสติ
เจ้าหน้าที่กู้ชีพ ยังบอกอีกว่า บริเวณปลายเท้าของผู้เสียชีวิตพบน้ำองุ่นวางอยู่ เพราะผู้ชายเจ้าของบ้านเอาให้น้องกินก่อนนอน แต่ต้องรอตรวจสอบอีกที
นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี ชาวบ้านแถวที่เกิดเหตุ เล่าว่า พฤติกรรมของเจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ บางทีตนก็เห็นว่ามีเด็กผู้หญิงมาที่บ้านเขา มีทั้งหน้าเดิมๆ และก็เปลี่ยนหน้าด้วย บางที่พฤติกรรมเขาก็ชอบออกมาเดินตอนกลางคืน ชอบเดินไปข้างนอกทั้ง ๆ ที่รถมอเตอร์ไซค์ก็มี เขามาอยู่ที่นี่ได้ประมาณ 3 เดือน เขาอยู่กัน 3 คน มีอาม่าคนหนึ่ง และมีเขากับน้องชาย ตนจะสนิทกับอาม่า เพราะอาม่าชอบทำกับข้าวมาให้ เขาไม่ได้ไปทำงานตนเห็นเขาอยู่แต่ในบ้าน ช่วงเช้าตนลงมาก็เห็นเขา มีแต่น้องชายเขาที่ไปทำงาน แต่ตัวเขาไม่ได้ไปไหน และอาม่าก็อยู่บ้าน ส่วนวันนี้ตนเห็นผู้หญิงมากัน 2 คน มาแท็กซี่มาจอดหน้าบ้านเขา เขามาประมาณช่วงเที่ยงช่วงบ่าย และจะมีคนที่กลับไปก่อนคนนึงช่วง 4-5 โมง และมีอาการลนๆ เขาเรียกใช้บริการรถให้มารับ แต่เหมือนรถมาไม่ถูก ผู้หญิงคนนั้นจึงให้ผู้ชายช่วยบอกทาง ผู้หญิงดูมีอาการรีบร้อน
พ.ต.อ.นพดล ช่างเรือน ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ กล่าวว่า เบื้องต้นว่าวันนี้พบน้องผู้หญิงเสียชีวิตในบ้านที่เกินเหตุ จากการตรวจสอบก็พบว่าน้องนอนเสียชีวิตอยู่บริเวณชั้น 2 ของตัวบ้าน ซึ่งจากการสอบถามพยานในที่เกิดเหตุและบุคคลในบ้านก็แจ้งว่าน้องได้เดินทางมากับเพื่อน มาถึงบ้านนี้ตั้งแต่ช่วงประมาณหลังเที่ยง ส่วนเพื่อนกลับไปก่อนประมาณช่วง 5 โมงเย็น แต่ก่อนที่เพื่อนอีกคนจะกลับตัวน้องมีอาการแน่นหน้าอกแล้วก็นอนหลับพักผ่อนอยู่บนชั้น 2 หลังจากนั้นตัวเจ้าของบ้านผู้ชายก็มีการขึ้นไปดูประมาณ 1 ทุ่ม ก็พบว่าน้องเสียชีวิตแล้วจึงมีการแจ้งตำรวจ เบื้องต้นจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ ตัวสภาพศพยังไม่พบบาดแผล แต่ว่าต้องมีการนำศพไปทำการชันสูตรพลิกศพก่อนเพื่อหาสาเหตุการตาย ดูสารคัดหลัง ดูสารเคมีหรือสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ ว่ามีอยู่ในร่างกายหรือไม่ ก็ต้องรอผลการชันสูตรต่อไป
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ ได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุ ถ่ายภาพ และ เก็บพยานหลักฐาน ในจุดเกิดเหตุ ก่อนมอบร่างผู้เสียชีวิตให้มูลนิธินำส่งสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลรามาธิบดี จักรนฤบดินทร์ สมุทรปราการ เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป และเชิญตัว นายสุชิน ไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์ดังกล่าว


ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จับคาจานข้าว! ล่อลวงเด็กสาววัย 15 แอบอัดคลิปข่มขู่
ว่าที่ พ.ต.ท.ไพรวรรณ ตั้นหลก สารวัตร กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม (สว.กก.2 บก.ป.) ร.ต.ท.วิเชียร ใจทา รอง สว.(ป.) กก.2 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ป.ร่วมกันจับกุม นายธเนศ อายุ 34 ปี
สลด! รถตู้พุ่งชนสาวเมียนมาข้ามทางม้าลาย ดับ 1 เจ็บ 1
ร.ต.ท.ธนวัฒน์ เจริญสุข รองสว.(สอบสวน) สภ.บางพลี รับแจ้งเหตุ รถตู้ชนคนข้ามถนน มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ หน้าบริษัทแสตนดาร์ดแคน จำกัด ถนนเทพารักษ์ กม.14
ฮ.ตก เจ้าของโรงงานพร้อมกัปตันรอดหวุดหวิด
เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวขนาดเล็ก ราคาไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท เครื่องยนต์ขัดข้องร่วงตกกลางป่าหญ้า ไฟลุกท่วมเครื่อง เจ้าของโรงงานพร้อมกัปตันหนีตายหวุดหวิด บาดเจ็บเพียงเล็กน้อย
6 แรงงานเมียนมา รุมกระทืบคนไทย แค่ต่อว่าเคาะห้องผิด
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ รับแจ้งว่ามีเหตุทำร้ายร่างกายกัน หอพักแห่งหนึ่งภายในซอยเทพารักษ์ 90 ตำบลเทพารักษ์
สงกรานต์พระประแดงเดือด! โจ๋เมายิงสามีดับ เมียเจ็บ
พ.ต.อ.อภิชาติ ทองแพ ผกก.สภ.พระประแดง รับรายงานมีเหตุทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธปืน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย
สาวจีนตกท่อระบายน้ำ! ขณะถ่ายรูปจุดเช็กอิน 'ช้างเอราวัณ'
20 เม.ย. 2569 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บขาตกท่อระบายน้ำ เหตุเกิดภายในซอยบางด้วน เข้าจากปากซอยประมาณ 50 เมตร ตำบลบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบและช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุ เป็นท่อระบายน้ำในพื้นที่ส่วนบุคคลริมถนนภายในซอย เจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ขาซ้ายตกลงไปในท่อระบายน้ำ โดยขายังคาติดอยู่ในตระแกรงฝาท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จึงใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ถ่างตระแกรงฝาท่อระบายน้ำออก ใช้เวลาไม่นานสามารถนำขานักท่องเที่ยงหญิงชาวจีนออกมาได้ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบรอยแดงที่ขาซ้าย แต่ไม่มีอาการผิดรูปที่ขาหรือบาดแผลใดๆ นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนไม่ประสงค์ที่จะไปโรงพยาบาล และได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว จากการสอบถาม นายธัญเทพ กอบธัญกิจ อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสำโรงใต้ 28 เล่าว่า ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุขาติดอยู่ในท่อระบายน้ำ เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพขาติดอยู่กับแผ่นเหล็กฝาท่อ โดยลักษณะของอุบัติเหตุเกิดจากผู้บาดเจ็บได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กที่ชำรุดจนแผ่นเหล็กเกิดการบิดตัวและดีดกลับมาอัดเข้าที่บริเวณช่วงหัวเข่าอย่างแรง ทำให้ไม่สามารถขยับหรือดึงขาออกมาได้ด้วยตนเอง ในการช่วยเหลือช่วงแรก เจ้าหน้าที่ได้รีบประสานงานทีมสนับสนุนเพื่อขออุปกรณ์ตัดถ่างเข้ามาดำเนินการ โดยใช้เวลาในการง้างแผ่นเหล็กออกประมาณ 10 นาที ก็สามารถนำขาของผู้บาดเจ็บออกมาได้เป็นผลสำเร็จ จากการตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้นพบว่าผู้บาดเจ็บมีเพียงรอยฟกช้ำและแผลถลอกจากการที่พลัดตกลงไปกระแทกเท่านั้น ไม่พบอาการผิดรูปของกระดูกหรือกระดูกหักแต่อย่างใด ก่อนจะดำเนินการปฐมพยาบาลและให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน ด้าน เพื่อนของผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนไทย ได้เล่าถึงวินาทีเกิดเหตุว่า ขณะกำลังเดินเท้าจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเพื่อไปถ่ายรูปบริเวณจุดเช็กอินยอดฮิตฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาถ่ายภาพในระหว่างที่กำลังเดินข้ามมานั้น นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดอยู่แล้ว ส่งผลให้แผ่นเหล็กหักและทรุดตัวลงทันทีจนขาข้างหนึ่งตกลงไปติดอยู่ด้านใน ในตอนนั้นตนพยายามช่วยพยุงและสั่งไม่ให้ผู้บาดเจ็บลุกขึ้นหรือขยับตัว เพราะเกรงว่าหัวเข่าจะหักหรือถูกเศษเหล็กที่หักคารูท่อแทงซ้ำ จึงรีบประสานขอความช่วยเหลือทันที และแม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น แต่นักท่องเที่ยวสาวรายนี้กล่าวว่าตนเองไม่ได้รู้สึกตกใจหรือขวัญเสีย และยังรู้สึกขอบคุณที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วมาก โดยหลังจากได้รับการช่วยเหลือเสร็จสิ้น เธอยังสามารถสื่อสารและยิ้มแย้มได้ พร้อมกับยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่กับการมาเที่ยวเมืองไทยแต่อย่างใด และยังคงมีความตั้งใจที่จะกลับมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอีกครั้งในอนาคตแน่นอน เพราะประทับใจในการดูแลและความปลอดภัยภาพรวมที่ได้รับในครั้งนี้ ส่วน นางสาวจินจุภา ทองสุข ชาวบ้านในพื้นที่ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยบริเวณจุดดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เดินทางมาถ่ายรูปและเซลฟี่ กันเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ โดยเฉลี่ยมีผู้มาเยือนสูงถึงวันละ 40-50 คน ซึ่งจุดดังกล่าวนั้นสภาพถนนเป็นแบบ 2 เลนสวนกัน และรถที่สัญจรไปมามักจะใช้ความเร็วสูง หากเป็นคนในพื้นที่จะทราบดีและช่วยชะลอความเร็วให้ แต่สำหรับรถจากที่อื่นที่ไม่ชำนาญทางมักจะขับผ่านด้วยความเร็ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยวที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ริมถนนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ชาวบ้านจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการติดตั้งสัญลักษณ์หรือป้ายเตือนให้รถที่สัญจรไปมาทราบว่าพื้นที่บริเวณนี้มีคนพลุกพล่านและควรชะลอความเร็ว แม้ว่าปัจจุบันจะมีแสงสว่างที่เพียงพอแล้ว แต่การขาดป้ายเตือนที่ชัดเจนยังคงเป็นช่องว่างที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ จึงอยากให้มีการจัดระเบียบพื้นที่และทำเครื่องหมายบอกทางให้ชัดเจน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและลดความเสี่ยงในการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.

