9 ต.ค.2567 - เวลา 15.00 น. ที่ บช.สอท. พล.ต.ต.จิระวัฒน์ พยุงธรรม รอง ผบช.สอท. รรท.ผบช.สอท., พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.จิตติพนธ์ ผลพฤกษา ผบก.สอท.4 ได้ร่วมแถลงข่าวกรณีตำรวจไซเบอร์บุกรวบ "แม่ใบหนาด" เจ้าของห้างทองธาดาโกลด์ หลังไลฟ์สดตุ๋นขายทองเหยื่อกว่า 500 ราย ทำเสียหายกว่า 180 ล้าน
โดยคดีนี้ได้สืบเนื่องจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับข้อมูลจากผู้เสียหายที่แจ้งความผ่านระบบรับแจ้งความออนไลน์ (www.thaipoliceonline.go.th) เป็นจำนวนมาก เกี่ยวกับการถูกหลอกลวงขายสินค้าจาก บจก.ห้างเพชรทองธาดาโกลด์ ซึ่งผู้กระทำความผิดได้ใช้แพลตฟอร์ม TikTok ในการไลฟ์สด เพื่อโฆษณาชักชวนให้ผู้เข้าชมซื้อทองคำ
ต่อมาพบว่า ผู้เสียหายบางรายไม่ได้รับสินค้า หรือได้รับสินค้าแล้วแต่คุณภาพสินค้าไม่ตรงตามที่โฆษณา จากการตรวจสอบในระบบรับแจ้งความออนไลน์ พบว่ามีผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อแล้วกว่า 500 ราย สร้างความเสียหายรวมมูลค่ากว่า 180 ล้านบาท
ต่อมา วันที่ 7 ต.ค.67 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร.รรท.ผบ.ตร. ได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ร่วมอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เสียหาย
โดยจัดเตรียมสถานที่ พร้อมพนักงานสอบสวนจำนวนกว่า 30 นาย เพื่อรับคำร้องทุกข์และสอบปากคำแก่ผู้เสียหายที่เดินทางเข้ายื่นเรื่อง กระทั่งวันที่ 9 ต.ค.67 พล.ต.ต.จิตติพนธ์ ผลพฤกษา ผบก.สอท.4 ได้นำหมายค้นจากศาลอาญา พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดเข้าตรวจค้นเป้าหมายในพื้นที่ จ.ปทุมธานี จำนวน 4 เป้าหมาย
เป้าหมายที่ 1 บ้านพักหลังหนึ่ง ในหมู่บ้าน ดิ อีเทอนิตี้ กรีนวู้ด รังสิต-วงแหวน ม.4 ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรีจ.ปทุมธานี โดยผลการตรวจค้น ไม่พบผู้อยู่อาศัยภายในบ้าน เป้าหมายที่ 2 บ้านหลังหนึ่ง ในหมู่บ้านสิริเพลส รังสิต ต.สวนพริกไทย อ.เมือง จ.ปทุมธานี จากการเข้าตรวจสอบ พบว่าผู้อยู่อาศัยเป็นผู้เช่ารายใหม่ และพบพัสดุจากผู้เสียหายที่ถูกส่งกลับมายังบ้านหลังดังกล่าวที่ผู้เช่ารายใหม่ได้เก็บไว้ให้
เป้าหมายที่ 3 บ้านพักหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ม.5 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ผลการตรวจค้นพบเฟอร์นิเจอร์สำหรับเก็บทอง ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับที่ปรากฏอยู่ในไลฟ์สด TikTok อุปกรณ์การเก็บทอง อุปกรณ์สำหรับไลฟ์สด และเอกสารสำคัญอีกหลายรายการ และเป้าหมายที่ 4 บ้านพักหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ม.4 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี สามารถจับกุม นายพรมธาดา นาคเจริญ หรือ แม่ใบหนาด ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 4953/2567 ลง 8 ตุลาคม 2567 ในข้อหา “ร่วมกันกันฉ้อโกงประชาชน และ ร่วมกันนำเข้าสู่ระบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อประชาชน” โดยเบื้องต้นทราบว่า นายพรมธาดา หรือ แม่ใบหนาด ได้หลบมากบดานอยู่ที่นี่ตั้งแต่ 28 ก.ย. ที่ผ่านมา
เจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ จึงได้ตรวจยึดของกลางพร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหาเดินทางไปยัง บช.สอท. เพื่อทำการสอบปากคำและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ล่าเครือข่ายสแกมเมอร์ทั่วอีสาน รวบผู้ต้องหากว่า 20 ราย อายัดเงินคืนผู้เสียหายนับล้านบาท
ตร.ไซเบอร์อีสาน ล่าเครือข่ายสแกมเมอร์ทั่วอีสานรวบผู้ต้องหากว่า 20 ราย อายัดเงินคืนผู้เสียหายนับล้านบาท พบพฤติกรรมเดิมๆด้วยการหลอกให้ลงทุน แต่เปลี่ยนใหม่ด้วยการใช้บัญชีนิติบุคคลเพื่อความน่าเชื่อถือเร่งล่าจีนเทา นายทุนใหญ่ที่ยังหลบหนีในไทย
จับ 'มะปราง' อินฟลูฯเซ็กซี่ แปะลิงก์พนันบอล ศาลสั่งกักขัง 4 เดือน
ตำรวจไซเบอร์รวบอินฟลูเซ็กซี่ 'มะปราง สุธิดา' แปะลิงก์เว็บพนันอ้างช็อตเงิน ไม่รอด ศาลสั่งจำคุก 8 เดือน สารภาพลดเหลือกักขัง 4 เดือน
ผู้เชี่ยวชาญซอฟต์แวร์ พบตร.ไซเบอร์ แจงปมข้อมูลรั่ว ชี้ช่องโหว่เกิดจากรหัสผ่านจนท.หลุด ไม่ใช่ถูกแฮกระบบ
นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ CEO ของ Dome Cloud ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์และเทคโนโลยี เดินทางเข้าให้ข้อมูลเกี่ยวกับข้อมูลกรณีพบข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล ทั้งรูปถ่ายติดบัตรประชาชน ข้อมูลทะเบียนรถ และข้อมูลของบุคคลระดับนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี รวมถึงประชาชนจำนวนมาม โดยมีพล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 พ.ต.อ.รชตโชค ลีวาณิชคุณ รอง ผบก.สอท1. พ.ต.อ.รุ่งเลิศ คันธจันทร์ ผกก.1 บก.สอท.
เหยื่อร้องตำรวจไซเบอร์ ยับยั้งเผยแพร่คลิป ดาบตำรวจบังคับถ่ายภาพลามก
นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ประธานกลุ่มทนายธนกฤต จิตอาสา พาหญิงผู้เสียหายที่ถูก ด.ต. ธนาวุฒิ พัฒนา สืบสวน สภ.ทุ่งลุง 45 ปี บังคับถ่ายคลิปขายในกลุ่มลับ เข้าให้ข้อมูลเอกสารแจ้งความกับ พ.ต.อ.กู้เกียรติ วงษ์พันธ์ ผกก.2 บก.สอท.5
'ตร.ไซเบอร์' สะกดรอยเส้นเงินแก๊งสแกมเมอร์ คืนเงินเหยื่อ 5 ราย รวมกว่า 3.1 ล้านบาท
พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท., พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ชัชปัณฑกานต์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผบก.ส
รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์เวียดนาม เอี่ยวหลอกคนไทยสูญกว่า 12 ล้านบาท พบฟอกเงินซื้อทองคำ
ตำรวจไซเบอร์ขยายผลจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์เวียดนามฟอกเงินผ่านทองคำ แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าหลอกชายสูงอายุโอนเงินกว่า 1.7 ล้าน นำไปซื้อทองหลบเลี่ยงการติดตามเส้นเงินของเจ้าหน้าที่

