'ฝน ศนันธฉัตร' ร้องตร.ไซเบอร์ ถูกมิจฉาชีพทักไลน์ติดต่องาน อ้างมีผู้ใหญ่สนใจ

"ฝน ศนันธฉัตร" แจ้งความไซเบอร์ถูกบุคคลปริศนาอ้างทำงานให้ "ผบ.ตร." มีผู้ใหญ่สนใจ ถูกนำภาพไปตัดต่อ เชื่อเป็นแก๊งสแกมเมอร์

4 กันยายน 2569 - ที่กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 นางสาวศนันธฉัตร ธนพัฒน์พิศาล หรือ ฝน ดาราสาวชื่อดัง พร้อมด้วย นายฐานวัฒน์ ลิ้มสังกาศ ทนายความส่วนตัว ได้เดินทางเข้าพบพล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 เพื่อให้ข้อมูลและพยานหลักฐาน กรณีถูกสาวปริศนาอ้างตัวทำงานให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ทักไลน์ส่วนตัวติดต่ออ้างว่ามีผู้ใหญ่สนใจ

นายฐานวัฒน์ ทนายความส่วนตัว เปิดเผยว่า การเดินทางมาในวันนี้เพื่อนำข้อเท็จจริงเข้าชี้แจงต่อตำรวจ หลังปรากฏกระแสข่าวมีบุคคลแอบอ้างทักไลน์ส่วนตัวของดาราสาวเพื่อกล่าวถึงผู้ใหญ่และข้าราชการระดับสูง ซึ่งเชื่อมั่นว่าเป็นพฤติกรรมของแก๊งสแกมเมอร์หรือมิจฉาชีพ เพื่อปกป้องภาพลักษณ์ที่ดีของคุณฝนและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ด้าน น.ส.ศนันธฉัตร เปิดเผยรายละเอียดว่า จุดเริ่มต้นมาจากมีบุคคลไม่ทราบชื่อใช้นามแฝงว่า "มิ้น" ซึ่งได้รับคอนแทคส่วนตัวมาจากบุคคลอื่น ได้ทักข้อความผ่านแอปพลิเคชันไลน์เข้ามาหาตน โดยอ้างว่ามีผู้ใหญ่สนใจและตนทำงานอยู่กับ ผบ.ตร. ยืนยันว่าตนไม่เคยรู้จักและไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับ ผบ.ตร. ทันทีที่ทราบเรื่องจึงได้ตอบกลับไปว่าไม่รู้จักและไม่สะดวกทำงานลักษณะดังกล่าว เนื่องจากภาระงานปัจจุบันมีจำนวนมาก ประกอบกับเกรงว่ากลุ่มมิจฉาชีพอาจนำข้อมูลไปแอบอ้างหลอกลวงผู้อื่น จึงตัดสินใจแคปภาพข้อความดังกล่าวมาโพสต์เตือนภัยลงในเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อให้สังคมตระหนักว่าภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอยู่ใกล้ตัวและมาในหลากหลายรูปแบบ

นางสาวศนันธฉัตร กล่าวต่อว่า การกระทำดังกล่าวอาจทำให้ผู้ที่พบเห็นและไม่ทราบข้อเท็จจริงเข้าใจผิดว่าตนรับงานในลักษณะที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงที่ตนสะสมในวงการบันเทิงมานานกว่าสิบปี ยืนยันว่าตนไม่เคยติดต่อกลับหาบุคคลดังกล่าวแต่อย่างใด มีเพียงผู้สื่อข่าวที่ติดต่อผ่านทางผู้จัดการส่วนตัวเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเท่านั้น ทั้งนี้ หลังจากเกิดเรื่องยังพบว่ามีการนำภาพของตนไปตัดต่อคู่กับ ผบ.ตร. จนทำให้เกิดความเสียหายต่อทั้งสองฝ่าย

ด้าน พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 กล่าวว่า ขอขอบคุณทางดาราสาวและทนายความที่เสียสละเวลาเดินทางมามอบพยานหลักฐานสำคัญให้แก่ตำรวจไซเบอร์ในวันนี้ โดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจะเร่งแกะรอยตรวจสอบหาตัวเจ้าของบัญชีไลน์ที่ใช้สนทนาดังกล่าว พร้อมเตือนภัยประชาชนว่าปัจจุบันแก๊งสแกมเมอร์มักใช้วิธีการแอบอ้างชื่อผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองหรือข้าราชการระดับสูงเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนจะนำไปสู่กระบวนการหลอกลวงในรูปแบบต่าง ๆ คล้ายกับกรณีของแก๊งมิจฉาชีพที่เคยแอบอ้างเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อยืมเงิน

เบื้องต้นทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังไม่ได้มีคำสั่งการพิเศษ เนื่องจากเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นและยังต้องตรวจสอบเจตนาที่แท้จริงของผู้ก่อเหตุว่ามีวัตถุประสงค์อย่างไร ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดีอี เตือน เพจปลอม “Moving Forward For The Future” สวมรอย เปิดให้ติดตามรับเงินคืนจาก “สแกมเมอร์” ระวังสูญเงิน - ข้อมูลส่วนบุคคล

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) เปิดเผยถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)

กวาดล้างปืนออนไลน์! บุกจับ 186 ราย ยึดของกลาง 228 กระบอก กระสุนอื้อ

ตร.ไซเบอร์เปิดปฏิบัติการระดมกวาดล้างอาวุธปืนออนไลน์ผิดกฎหมายตรวจค้นกว่า 200 จุดทั่วประเทศ รวบ 186 รายของกลาง 228 กระบอกพร้อมระเบิดและกระสุนกว่าพันนัด

ใสกริ๊บ! สื่อเขมรตีข่าว จ้าหน้าที่ไม่พบอะไรเลยหลังจากการบุกตรวจค้นคดีฉ้อโกงที่ปอยเปต

ขแมร์ไทม์ส สื่อยักษ์ใหญของกัมพูชารายงานว่า ตำรวจจังหวัดบันเตียเมียนชัยได้ทำการบุกตรวจค้นหลายจุด แต่ไม่พบหลักฐานการหลอกลวงทางออนไลน์

ไทยตอกเขมรหน้าหงาย 'เขตแดน-สแกมเมอร์' คนละเรื่อง อย่าใช้ดินแดนเป็นเกราะกำบังอาชญากรรมข้ามชาติ

พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (JIC) กล่าวถึงกรณีที่