ป.ป.ช.ภาค 1 ร่วม CIB บุกรวบนอมินีบริษัทลูกเขยอดีตนายกบางเมือง

17 ต.ค.2567 - นายสาโรจน์ พึงรำพรรณ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่16 ต.ค.ได้สั่งการให้งานสืบสวนคดีทุจริตภาค 1 บูรณาการร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สืบสวนติดตามตัวผู้ถูกกล่าวหาตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ที่ 17/2564 ลงวันที่ 6 ตุลาคม 2564 นายรังสรรค์ รัตน์กระทุ่ม ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 มาตรา 157 มาตรา 162 (2) (4) ประกอบมาตรา 86 และ พรบ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 ประกอบมาตรา 86 โดยระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ 2549 ถึงเดือนกรกฎาคม 2549 นายรังสรรค์ฯ มีพฤติกรรมใช้ชื่อของตนเองจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลชื่อ ร้านโอกาสแก้จน ให้กับบุตรเขยของอดีตนายกเทศมนตรีตำบลบางเมือง ซึ่งรับราชการอยู่ที่เทศบาลตำบลบางเมือง และร่วมกันปลอมแปลงเอกสารรับรองผลงานไปยื่นเสนอราคาโครงการจ้างเหมาถมดินปรับพื้นที่บริเวณที่ดินของเทศบาล งบประมาณ 5,948,000 บาท และโครงการจ้างเหมาถมดินสถานที่ก่อสร้างที่พักพนักงานเทศบาลตำบลบางเมือง งบประมาณ 3,772,000 บาท โดยที่ร้านโอกาสแก้จน ไม่มีคุณสมบัติตามประกาศจัดซื้อจัดจ้างโครงการดังกล่าว แต่นายกเทศมนตรีในขณะนั้น ไม่ตัดสิทธิร้านโอกาสแก้จนออกจากการเสนอราคาทั้ง 2 โครงการและไม่ยกเลิกการเสนอราคา ทั้งที่ทราบว่าร้านโอกาสแก้จนไม่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามประกาศจัดซื้อจัดจ้างและมีการปลอมแปลงเอกสารรับรองผลงาน เนื่องจากเจ้าของที่แท้จริงของร้านโอกาสแก้จนเป็นบุตรเขยของตนเอง แต่กลับทำสัญญาจ้างร้านโอกาสแก้จน ให้เข้าเป็นคู่สัญญากับเทศบาลตำบลบางเมือง โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมอันเป็นการเอื้อประโยชน์แก่ร้านโอกาสแก้จนให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ

ทั้งนี้ จากการสืบสวนทราบว่าผู้ถูกกล่าวหาได้หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ที่บ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านชุมชนทานตะวัน ซอยวัดไตรสามัคคี 9 ถนนสุขุมวิท ต.บางเมือง อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ จึงได้นำกำลังไปเฝ้าสังเกตการณ์ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 15 ต.ค.67 จนกระทั่งเวลาประมาณ 06.30 น. ของวันที่ 16 ต.ค.67 พบเห็นบุคคลมีลักษณะและรูปพรรณสัณฐานตรงกับผู้ถูกกล่าวหาขับขี่รถจักรยานยนต์ออกมา จากบ้านเป้าหมาย ชุดจับกุมได้ติดตามมาถึงบริเวณกลางซอยภานุวงศ์ 6 จึงได้แจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาหยุดรถและแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจและเจ้าพนักงาน ป.ป.ช. เพื่อขอตรวจสอบ พบว่าบุคคลดังกล่าว คือนายรังสรรค์ รัตน์กระทุ่ม ผู้ถูกกล่าวหาตามหมายจับจริง จึงได้แสดงหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 ที่ 17/2564 ลงวันที่ 6 ต.ค. 2564 พร้อมกับแจ้งว่าจะต้องถูกจับ จากนั้นจึงควบคุมตัวผู้ถูกกล่าวหาไปพบพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือพื้นที่จับกุม และควบคุมตัวไปยังกองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อทำบันทึกจับกุมพร้อมแจ้งสิทธิของผู้ถูกจับให้ทราบ โดยดำเนินการแจ้งการควบคุมตัวไปยังอัยการและฝ่ายปกครองตาม พรบ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ 2565 จากนั้นนำตัวส่งไปยังสำนักงานคดีปราบปราบการทุจริตภาค 1 เพื่อฟ้องคดีต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สส.ภูมิใจไทย ตีปี๊บผลงานจับโกงสอบท้องถิ่น ชี้ทุจริตกันมานานแต่เพิ่งจับได้ครั้งแรก

ปธ.กมธ.ท้องถิ่น และ ปธ.กมธ. ปปช. แท็กทีม จ่อเรียก สถ.-มศว แจงปมทุจริตสอบท้องถิ่น สัปดาห์หน้า หลังเกิดความเสียหายทะลุ 4.5 พันล้านบาท  ขณะที่ "อาสพลธ์" ขอบคุณ  ป.ป.ช.-ตร.ปปป. หลังเป็นคนแรกยื่นสอบ  จนทลายโกงสำเร็จเป็นครั้งแรกสำเร็จ และคืนความเป็นธรรมให้ลูกชาวบ้านที่หวังเป็นขรก.

ป.ป.ช. แถลงจับโกงสอบข้าราชการท้องถิ่น คาดมูลค่าเสียหาย 4.5 พันล้าน

ป.ป.ช.แถลง ทลายขบวนการโกงสอบ ขรก.ท้องถิ่น จ่อสาวยันต้นตอ ลั่น ใครได้บรรจุแล้วก็ไม่รอด ฟันวินิยย้อนหลังได้ คาดมูลค่าเสียหาย 4.5 พันล้าน

ดึงสติ! อย่าปล่อย 'คอร์รัปชัน' กลายพันธุ์เป็นวัฒนธรรมของชาติ

รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์และนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความเรื่อง "วันที่การโกงไม่ต้องหลบซ่อนอีกต่อไป" มีเนื้อหา ดังนี้

รัฐบาลหนุน ก.ล.ต. ปราบโกงตลาดทุน เผยเรียกเงินคืนผู้เสียหายกว่าพันล้าน

รัฐบาลหนุน ก.ล.ต. ปราบโกงทุนออนไลน์เต็มสูบ เรียกคืนเงินผู้เสียหายกว่า 1.1 พันล้าน ปิด 368 บัญชีหลอกลงทุน กวาดล้างบัญชีม้าคริปโตทะลุ 5.8 หมื่นบัญชี

ระบบตรวจสอบต้องเข้มแข็ง! 'อาสพลธ์' ชี้ 'ปราบโกง' ให้ได้ผล ต้องมีระบบให้ประชาชนมีส่วนร่วม ทั้งรัฐสภา-ประชาสังคม-ประชาชน ต้องสัมพันธ์กัน

ผมเชื่อว่า ประเทศไทยจะลดคอร์รัปชั่นได้จริง เมื่อระบบตรวจสอบเข้มแข็ง และประชาชนมีส่วนร่วม คณะกรรมาธิการจะเดินหน้าทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันการต่อต้านคอร์รัปชันให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงในเอกสาร แต่ต้องปรากฏผลลัพธ์ที่ประชาชนสัมผัสได้ในชีวิตประจำวัน" นายอาสพลธ์ กล่าว