รัฐบาลกางแผนปี 68 ไล่ตรวจสอบ 'นอมินี' 2.6 หมื่นราย เน้นธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรมรีสอร์ต

25 พ.ย.2567 - นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ มิจฉาชีพ และอาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้รายงานผลการตรวจสอบธุรกิจที่มีลักษณะนอมินี หรือการให้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าวเพื่อหลีกเลี่ยงการขออนุญาตประกอบธุรกิจตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ประจำปี 2567 จำนวน 26,019 ราย ใน 4 ธุรกิจ คือ ธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ธุรกิจค้าที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจโรงแรม รีสอร์ต และธุรกิจโลจิสติกส์และขนส่ง และได้คัดกรองตรวจสอบอย่างเข้มข้นเหลือ 498 ราย โดยใน 498 ราย ได้ยุติเรื่องไปแล้ว 371 ราย เพราะไม่พบความเสี่ยง ส่วนอีก 64 ราย ได้แจ้งข้อกล่าวหากระทำผิดเกี่ยวกับบัญชี ซึ่งได้ส่งเรื่องต่อให้กรมสรรพากรดำเนินการแล้ว และอยู่ระหว่างตรวจสอบอีก 63 ราย ซึ่งในจำนวนนี้ พบว่ามี 4 ราย ที่ต้องสงสัยว่าอาจเข้าข่ายเป็นนอมินี อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ สุราษฎร์ธานี และประจวบคีรีขันธ์ ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลและจะส่งต่อให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายขยายผลการตรวจสอบต่อไป

นางสาวศศิกานต์ กล่าวว่า สำหรับแผนการตรวจสอบธุรกิจที่มีลักษณะนอมินี หรือการให้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าวเพื่อหลีกเลี่ยงการขออนุญาตประกอบธุรกิจตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ในปี 2568 มีเป้าหมายตรวจสอบนิติบุคคลจำนวน 26,830 ราย ซึ่งจะเน้นในธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ธุรกิจค้าที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ต โลจิสติกส์และการขนส่ง แพลตฟอร์มออนไลน์ และคลังสินค้า เป็นต้น โดยพุ่งเป้าในทุกจังหวัด ตามที่ได้รับการร้องเรียนจากภาคเอกชน ภาคธุรกิจ หรือมีข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันไม่ให้คนต่างด้าวมาแอบอ้างใช้คนไทยเป็นนอมินี และทำธุรกิจที่สงวนไว้ให้กับคนไทย

“เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้จัดทำระบบวิเคราะห์แนวโน้มพฤติกรรมของนิติบุคคลที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจตามกฎหมาย (Intelligence Business Analytic System หรือ IBAS) ซึ่งจะช่วยวิเคราะห์นิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงเป็นนอมินี โดยจะมีโจทย์ใส่เข้าไปในระบบ เช่น ชื่อบุคคลที่มีความเสี่ยง ที่ได้รับจากหน่วยงานพันธมิตร หรือชื่อบุคคลที่ต้องจับตา อย่างคน ๆ เดียว แต่มีชื่อในหลายบริษัท หรือศักยภาพในการทำธุรกิจ โดยคาดว่าจะทำเสร็จภายใน 6 เดือน ซึ่งจะนำมาใช้ตรวจวิเคราะห์นิติบุคคลที่เสี่ยงเป็นนอมินีได้ดีขึ้น สำหรับประชาชน และผู้ประกอบการ SME ที่มีข้อมูล หรือได้รับผลกระทบจากการแอบแฝงเข้ามาทำธุรกิจของคนต่างด้าว ในธุรกิจต่าง ๆ สามารถแจ้งข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กองทะเบียนธุรกิจ ชั้น 9 เลขที่ 563 ถนน นนทบุรี ตำบลบางกระสอ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000 โทร : 02 528 7600 หรือ Call Center 1570 และทางwww.dbd.go.th.” นางสาวศศิกานต์ กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รวบหนุ่มใหญ่ขนเบียร์นอกเต็มตู้คอนเทนเนอร์ เตรียมส่งจีนเทาฝั่งเมียนมา

ตำรวจสังขละบุรี สนธิกำลังทหาร ตชด. บุกรวบหนุ่มใหญ่คาตู้คอนเทนเนอร์ ซุกเบียร์สดแบรนด์หรู 40 ถัง ไร้เอกสารนำเข้า คาดเตรียมส่งบำเรอแก๊งสแกมเมอร์ที่สถานบันเทิงครบวงจรชายแดน

ลุยล้างบาง 'ล้งมะพร้าว' นอมินีจีน กดราคาชาวสวนราชบุรี พบแต่งบัญชีเลี่ยงภาษี

เปิดปฏิบัติการปูพรมตรวจค้นเครือข่ายล้งมะพร้าวนอมินีข้ามชาติ รวม 8 จุด ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ประกอบด้วย 1.บริษัท เต๋อ หวั่ง จำกัด , 2.บริษัท เหอไท่เซิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

รวบบัญชีม้า-แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตระเวนถอนเงินสดในภาคอีสาน

บก.สส.ภ.4 แถลงข่าวจับกุมบัญชีม้า ตระเวนถอนเงินสดในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ และ จ.ขอนแก่น หลังพบความเชื่อมโยงกับขบวนการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยสามารถจับกุมได้พร้อมของกลาง

ศปอท.ออกเกณฑ์ขึ้นบัญชี เอี่ยวอาชญากรรมไซเบอร์

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศของศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) จำนวน 2 ฉบับ

'อัจฉริยะ' ยื่น ผบ.ตร. สอบ ตม.สวนพลู เปิดห้องวีไอพี รีดเงินผู้ต้องกักจีนเทา

นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางเข้ายื่นหลักฐานต่อ​ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ​ พันธุ์เพ็ชร์​ ผบ.ตร. เพื่อขอให้ตรวจสอบพฤติการณ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ประจำห้องกักของ ตม.สวนพลู

รวบแก๊งแสบอ้างแจกซิมฟรี หลอกนักเรียนสแกนหน้า เปิดซิมผีส่งต่อสแกมเมอร์

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ,  พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.)  ,พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4 บก.ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 2 , 4 และ 5 กองบังคับการปราบปราม