กองปราบรวบแก๊งแสบอ้างพนักงานบริษัทเครือข่ายมือถือหลอกนักเรียนร่วมกิจกรรมแจกซิมฟรี ลงทะเบียนซิมผีส่งสแกมเมอร์
25 กุมภาพันธ์ 2569 - กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) , พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.) ,พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4 บก.ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 2 , 4 และ 5 กองบังคับการปราบปราม เปิดปฏิบัติการตรวจค้น 8 เป้าหมาย พื้นที่จังหวัดเชียงราย, เชียงใหม่, สมุทรปราการ, ประจวบคีรีขันธ์ จับกุม1.นายปรัชญาฯ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี 2.น.ส.จิราภรณ์ฯ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี และ3.น.ส.เบญจมาศฯ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี พร้อมตรวจยึดของกลาง 1. ซิมโทรศัพท์มือถือ รวม 2,160 ซิม 2. โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง 3. เอกสารเกี่ยวกับสัญญาคู่ค้าตัวแทนจำหน่าย จำนวน 1 ฉบับ 4. อุปกรณ์และเอกสารการโฆษณาขายซิม จำนวน 10 ชุด
ในการจับกุุมครั้งนี้สืบเนื่องด้วยเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.68 ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ACSC) ได้ตรวจพบการรับแจ้งการหลอกลวงฉ้อโกงออนไลน์ ในต้นเดือนธันวาคม 2568 ผ่านระบบการรับแจ้งความออนไลน์ จำนวน 8 เคสไอดี หมายเลขโทรศัพท์คนร้าย จำนวน 7 หมายเลข ที่มีความผิดปกติเป็นพิเศษ โดยตรวจพบความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกัน คือหมายเลขโทรศัพท์ของคนร้าย ถูกลงทะเบียนผู้ใช้งาน ด้วยเด็กและเยาวชนอายุไม่เกิน 15 ปี ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ จึงได้สั่งการให้ กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ทำการสืบสวนหาข้อเท็จจริงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่าเหตุใดจึงมีเด็กและเยาวชนเป็นผู้ลงทะเบียนหมายเลขโทรศัพท์ให้กับคนร้าย นำไปใช้หลอกลวงลักษณะฉ้อโกงออนไลน์ (SCAMMER)
จากการตรวจสอบพบว่า มีกลุ่มบุคคลอ้างตัวเป็นพนักงานบริษัทเครือข่ายบริษัทมือถือรายใหญ่ เข้ามาขอความร่วมมือจากโรงเรียนใน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ อ้างว่าจัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่องสแกมเมอร์ และแจกซิมอินเทอร์เน็ตฟรีเพื่อการศึกษา และมีการสแกนบัตรประชาชนและใบหน้าเด็กนักเรียน คนละหลายครั้ง โดยในเคสไอดี จำนวน 8 เคสไอดี ซึ่งมีเบอร์โทรศัพท์คนร้ายที่ใช้ก่อเหตุ จำนวน 7 หมายเลข ตรวจพบภาพการลงทะเบียนเป็นของเด็กนักเรียนชาย อายุ 9, 14, 15 ปี ใส่ชุดนักเรียน ถ่ายในโรงเรียน จำนวน 3 หมายเลข พบภาพของเด็กนักเรียนหญิง อายุ 8, 13, 14,15 ปี ใส่ชุดนักเรียนของโรงเรียน จำนวน 4 หมายเลข และพบว่าเบอร์ที่ลงทะเบียนของเด็กนักเรียนหญิง อายุ 14 ปี ถูกนำไปก่อเหตุถึง 2 เคสไอดี รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 3 แสนบาท
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่สอบถามเด็กนักเรียนที่ถูกใช้ภาพใบหน้าและข้อมูลบัตรประชาชนไปลงทะเบียน เด็กนักเรียนทุกคนแจ้งว่า ไม่เคยลงทะเบียนเบอร์โทรศัพท์ดังกล่าว จึงเชื่อว่ากลุ่มคนดังกล่าว ได้นำข้อมูลของเด็กนักเรียนไปลงทะเบียนซิม แล้วนำไปจำหน่ายต่อให้กลุ่มฉ้อโกงออนไลน์สแกมเมอร๋ คนร้ายเลือกใช้พื้นที่ก่อเหตุ เป็นโรงเรียนในพื้นที่ชายแดน ห่างไกล บนภูเขาสูง การคมนาคมลำบาก ใช้เวลาในการเข้าถึงค่อนข้างนาน เป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงของเจ้าหน้าที่จากส่วนกลาง และ อาศัยความเป็นเด็กที่อ่อนประสบการณ์ อยากได้ของแจกฟรี ซึ่งง่ายต่อการหลอกเอาข้อมูลเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ป. ได้ตรวจสอบโดยละเอียดแล้ว น่าเชื่อว่า มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นจริง จึงให้พนักงานสอบสวน ดำเนินการออกหมายจับบุคคลคนที่เกี่ยวข้อง
จนกระทั่งวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 กก.4 บก.ป. นำโดย พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4 บก.ป. และ พ.ต.ท.เจษฎา แก้วจาเครือ รอง ผกก.4 บก.ป. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 , กก.4 , กก.5 บก.ป. และ บก.รน. ได้เปิดปฏิบัติการ “SAFE ดอย BOY” เข้าตรวจค้นสถานที่รวม 8 จุด ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่,จ.เชียงราย , จ.สมุทรปราการ และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ สามารถตรวจยึดซิมการ์ดโทรศัพท์ และเอกสารที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก พร้อมทั้งได้จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดฝาง จำนวน 3 ราย ได้แก่ น.ส.จิราภรณ์ อายุ 36 ปี จับกุมได้ที่บ้านเช่าใน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่, น.ส.เบญจมาศ อายุ 29 ปี จับกุมได้ที่บ้านพัก อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ และนายปรัชญา อายุ 36 ปี พนักงานขายบริษัทเครือข่ายโทรศัพท์แห่งหนึ่ง ถูกจับที่บ้านพัก อ.เมือง จ.เชียงราย
ในความผิดตาม พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 มาตรา 11 และ 11/2 ความผิดฐาน "ร่วมกันเป็นธุระจัดหาเพื่อให้มีการซื้อหรือขายหมายเลขโทรศัพท์สำหรับการบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งลงทะเบียนผู้ใช้บริการในนามของบุคคลหนึ่งบุคคลใดแล้ว แต่ไม่สามารถระบุตัวผู้ใช้บริการได้ ,ร่วมกันเป็นผู้เก็บรวบรวมครอบครองหรือเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เพื่อนำไปใช้หรือให้บุคคลอื่นใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีกระทำโดยการขายหรือแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย" ระวางโทษจำคุก ตั้งแต่ 2 - 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2 แสนบาท ถึง 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาตามหมายจับและของกลางที่ตรวจค้นได้นำส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ป.ดำเนินคดีตามกฎหมาย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เตือนภัยชอปออนไลน์! เสื้อผ้า-รถยนต์-ท่องเที่ยว ถูกหลอกซื้อขายมากสุด
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์เปิดสถิติ 7 วัน พบแจ้งความผ่านระบบตำรวจออนไลน์กว่า 6 พันคดี เสียหาย 273 ล้านบาท
'ผบช.สตม.' นำทีมทลายรังสแกมเมอร์โอปป้า อ้างเป็นอัยการระดับสูง หลอกเหยื่อสูญ 100 ล้าน
พล.ต.ท.นพศิลป์ นำทัพตำรวจชุดสืบสวน ตม. ขุดรากถอนโคนทลายรังสแกมเมอร์โอปป้า อ้างตัวเป็นอัยการระดับสูง มูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท
ไทยฝาก 'Bangkok Blueprint' เป็นมรดกการเงินโลก 'เอกนิติ' โชว์โมเดลแก้สแกมเมอร์ทั้งระบบ
ไทยฝาก “Bangkok Blueprint” เป็นมรดกการเงินโลก ประชุม IMF-World Bank 2026 “เอกนิติ–วิทัย” โชว์โมเดลไทยแก้สแกมเมอร์ทั้งระบบ ความเสียหายลดฮวบ ดันกรอบจากกรุงเทพฯ สู่แนวทางความร่วมมือการเงินระหว่างปรเทศ
ศาลสั่งจำคุก 20 ปี แก๊งคดีหลอกเด็กนักเรียนสแกนหน้า เปิดซิมผีส่งสแกมเมอร์
ตำรวจสอบสวนกลาง เผยศาลพาพกษายกแก๊ง ขบวนการหลอกเด็ก อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เข้าร่วมกิจกรรมให้ความรู้เรื่องภัยออนไลน์ แจกซิมอินเตอร์เน็ตเพื่อการศึกษา แต่นำข้อมูลประชาขนใบหน้าเด็กไปเปิดซิมโทรศัพท์ให้แก๊งสแกมเมอร์ โทษสูงสุดถึง 20 ปี
‘บิ๊กราญ’นำ ทัพ! บุกทลายจีนเทา
“บิ๊กราญ” นำทัพ สตม.-บช.น. เปิดปฏิบัติการทลายนอมินีต่างด้าวกลางกรุง เฟส 8 เจาะ 4 หมู่บ้านหรู ค้น 17 จุด บุกรวบผู้ต้องหา หมายแดง-INTERPOL-Scammer ที่ทางการจีนต้องการตัว มูลค่าทรัพย์สินกว่า 6,000 ล้าน

