"อัจฉริยะ" ยื่น ผบ.ตร. สอบพฤติการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจ ประจำ ห้องกัก ตม.สวนพลู อ้างมีหลักฐานคลิปเสียงเรียกรับเงินผู้ต้องกักชาวจีนในลักษณะส่วยรายละ 2 แสนบาทต่อเดือน แลกสิทธิพิเศษเปิดห้องวีไอพี แถมให้บริการทั้งจัดส่งอาหารและเครื่องดื่มจากภายนอกเข้ามาในห้องกัก พบข้อมูลรีดส่วยจีนเทาได้เฉลี่ยเดือนละ 10 ล้านบาท ทำเป็นขบวนการไม่ต่ำกว่า 5 ปี
5 มีนาคม 2569 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางเข้ายื่นหลักฐานต่อ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เพื่อขอให้ตรวจสอบพฤติการณ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ประจำห้องกักของ ตม.สวนพลู เรียกรับเงินจากผู้ต้องกักชาวจีนในลักษณะส่วยรายเดือน โดยเป็นหลักฐานไฟล์คลิปวิดีโอและคลิปเสียงการสนทนา ซึ่งเป็นข้อมูลจากอดีตผู้ต้องกักชาวจีนที่เคยถูกควบคุมตัวอยู่ภายในห้องกัก ตม.สวนพลู
นายอัจฉริยะ กล่าวว่า จากข้อมูลของอดีตผู้ต้องกักชาวจีน พบว่าเจ้าหน้าที่ที่ดูแลห้องกักของตม.สวนพลู ทุกระดับชั้นมีพฤติการณ์ร่วมกันเรียกรับเงินจากผู้ต้องกักชาวจีน โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์
โดยหนึ่งในรูปแบบสำคัญคือการเปิดห้องกัก VIP ซึ่งผู้ต้องกักที่ต้องการความสะดวกสบายจะต้องจ่ายเงินสดเดือนละประมาณ 200,000 บาทต่อคน เพื่อแลกกับการได้รับสิทธิพิเศษภายในห้องกัก นอกจากนี้ยังมีค่าบริการอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น ค่าใช้โทรศัพท์ติดต่อภายนอก ครั้งละ 1,000–2,000 บาท ค่าจัดส่งอาหารและเครื่องดื่มจากภายนอกเข้ามาภายในห้องกัก ครั้งละประมาณ 5,000 บาท
นายอัจฉริยะ กล่าวต่อว่า ระบบดังกล่าวจะมีผู้ต้องกักชาวจีนที่ถูกแต่งตั้งเป็นหัวหน้าห้องทำหน้าที่รวบรวมเงินจากผู้ต้องกักรายอื่น ก่อนนำส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จากข้อมูลที่ได้รับพบว่า เงินที่เรียกเก็บจากผู้ต้องกักรวมกันเฉลี่ยเดือนละประมาณ 10 ล้านบาท หรือปีละกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าขบวนการนี้ดำเนินการมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ปี
จากพยานหลักฐานและคำให้การของผู้เกี่ยวข้อง ทำให้เชื่อว่าการกระทำดังกล่าวอาจมีตำรวจระดับผู้ใหญ่ในสังกัดสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเกี่ยวข้องหรือรับรู้ถึงพฤติการณ์ดังกล่าวด้วย
นายอัจฉริยะ กล่าวต่อว่า การร้องเรียนครั้งนี้เป็นคนละส่วนกับคดีที่เคยยื่นร้องเรียนก่อนหน้านี้ ที่กล่าวหาเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายหน่วยงานโดยเฉพาะตำรวจนครบาล ร่วมกันสร้างพยานหลักฐานเท็จในคดีต่างๆ และสร้างตัวละครทิพย์ เพื่อช่วยเหลือผู้ต้องกักบางรายให้ออกจากห้องกัก
นายอัจฉริยะ กล่าวอีกว่า คดีดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจากหลายหน่วย ได้แก่ ตำรวจในสังกัด สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พนักงานสอบสวนในสังกัด กองบัญชาการตำรวจนครบาล รวมถึงเจ้าหน้าที่จาก ตำรวจภูธรภาค 2 และ ตำรวจภูธรภาค 7 ซึ่งทราบว่าขณะนี้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ กำลังรวบรวมพยานหลักฐานตรวจสอบเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
2 รมช.มหาดไทย บุกผับจีนห้วยขวาง เคยถูกจับยังเปิดซ้ำ เจอยา-ต่างด้าว ลั่นไม่มีเคลียร์
DOPA S.W.A.T. เปิดปฏิบัติการ “สิงห์ปราบ มังกรทมิฬ” บุก 577CLUB ย่านห้วยขวาง พบไร้ใบอนุญาต เคยถูกจับเมื่อปี 2568 แต่ยังเปิดบริการ ตรวจเจอยาเสพติด-ต่างด้าวไม่
ตม.3 บุกไซต์ก่อสร้างทุนจีนระยอง รวบแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย 5 ราย
สืบ ตม.3 ลุยตรวจสถานประกอบการใน จ.ระยอง พบแรงงานจีน–เมียนมา 5 ราย มีทั้งเข้าเมืองผิดกฎหมาย
จับตาโผแต่งตั้ง"นายพลใหญ่" ปรับทัพวาง"ขุนศึก"ยุค"บิ๊กราญ"
ว่าที่ “ผบ.ตร.” คนที่ 16 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ตัวแล้ว “บิ๊กราญ” พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. เตรียมรับไม้ต่อจาก “บิ๊กต่าย” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ที่จะเกษียณ 30 ก.ย.นี้
ถกบอร์ดกลั่นกรองฯ 21 ส.ค. 'บิ๊กเต่า' ขึ้น พล.ต.ท. 'เพื่อนผบ.ตร.' คุมภาค1 มือขวาสำราญ 'ผบช.สตม.'
จับตา 21 ส.ค .’ผบ.ตร.’นัดบอร์ดกลั่นกรอง เคาะรายชื่อ’นายพลใหญ่’ ก่อนชงเข้า ก.ตร.คาด ‘นพศิลป์’มือขวา ‘บิ๊กราญ’ โยกเป็น ผบช.สตม. ‘วสันต์’ คนสนิท’บิ๊กต่าย’ ผงาดคุมตะวันออก ‘รองเต่า’ เป็น ผบช.กมค. ‘นราเดช’ นรต..41 เพื่อนร่วมรุ่น ผบ.ต่าย โยกเป็น ผบช.ภ.1 ส่วน’บิ๊กหยาม’เก้าอี้แน่นคุมนครบาลต่อ
ตำรวจภูธรภาค 8 สอบ 'ชัยชนะ' ตบหน้ารอง ผกก. เร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม
ตามที่ปรากฏข่าวทางสื่อสังคมออนไลน์ โพสต์ข้อความ สส.คนดัง เมืองนคร ตบหน้ารองผู้กำกับการในจังหวัดนครศรีธรรมราช นั้น พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ตรวจสอบและสืบสวนสอบสวน ดำเนินการทางวินัย และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด
ตม.รวบหนุ่มจีนหนีหมายจับ โกงกว่า 100 ล้านหยวน กบดานพัทยารอส่งกลับ
สืบ ตม.4 สนธิกำลัง ตม.สกลนคร-สืบ ตม.3 ตามรวบ “นายหยิ่น” ชาวจีน ผู้ต้องหาหนีหมายจับคดีระดมเงินจากผู้ลงทุนกว่

