รวบบัญชีม้า-แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตระเวนถอนเงินสดในภาคอีสาน

ตร.ภ.4 รวบแก๊งบัญชีม้าตระเวนถอนเงินสดในภาคอีสาน พร้อมของกลางอื้อ

7 มีนาคม 2569 - เมื่อเวลา 11.30 น. ที่กองบังคับการตรวจสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 4 จ.ขอนแก่น (บก.สส.ภ.4) พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส รอง ผบช.ภ.4 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ทรงพล บริบาลประสิทธิ์ ผบก.ภ.จว. กาฬสินธุ์ ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมเครือข่าย บัญชีม้า ที่ตระเวนถอนเงินสด ที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์และ จ.ขอนแก่น หลังพบความเชื่อมโยงกับขบวนการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยสามารถจับกุมได้พร้อมของกลาง เงินสด 478,540 บาท, รถยนต์ 2 คัน ,โทรศัพท์มือถือ 9 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคาร 2 เล่ม และเอกสารธุรกรรมทางการเงินจำนวนมาก

พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส รอง ผบช.ภ.4 กล่าวว่า เจ้าหน้าที่พบความผิดปกติของการทำธุรกรรมทางการเงินในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ โดยพบการฝากและถอนเงินผ่านบัญชีธนาคารหลายบัญชีในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน และมีการถอนเงินสดต่อเนื่องจากหลายจุด ทั้งเคาน์เตอร์ธนาคารและตู้เอทีเอ็ม ลักษณะเข้าข่ายการใช้ บัญชีม้ารับโอนเงินจากการหลอกลวงออนไลน์ ก่อนนำเงินสดออกจากระบบอย่างรวดเร็วชุดสืบสวนร่วม บก.สส.ภ.4,กก.สส.ภ.จว.กาฬสินธุ์และขอนแก่น จึงได้สืบสวนสอบสวนจนกระทั่งพบความเคลื่อนไหวในพื้นที่ และพบรถยนต์ต้องสงสัยเข้ามาจอดบริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใน จ.กาฬสินธุ์ ก่อนมีชายและหญิงลงจากรถเข้าไปถอนเงินสดจากธนาคารภายในห้าง ขณะที่อีกคนเฝ้ารออยู่ด้านนอก

"เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 4 ราย พร้อมตรวจยึดเงินสดประมาณ 300,000 บาท สมุดบัญชีธนาคาร โทรศัพท์มือถือ และรถยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุ จากนั้นตำรวจได้ขยายผลติดตามเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น จนสามารถจับกุมผู้เกี่ยวข้องได้อีก 4 ราย ขณะกำลังถอนเงินจากบัญชีที่เชื่อมโยงกับคดีหลอกลวงออนไลน์ พร้อมตรวจยึดเงินสดเพิ่มอีก 178,540 บาท รวมทั้งรถยนต์ โทรศัพท์มือถือ และเอกสารหลักฐานการทำธุรกรรม

จากการสืบสวนพบว่าเครือข่ายดังกล่าวมีการแบ่งหน้าที่กันทำงานอย่างเป็นระบบ โดยมีผู้ทำหน้าที่ จัดหาบัญชีธนาคารหรือบัญชีม้า จากบุคคลทั่วไป ก่อนส่งต่อให้กลุ่มที่ทำหน้าที่ ควบคุมบัญชีและประสานงานกับผู้สั่งการ เมื่อมีเงินจากการหลอกลวงโอนเข้าบัญชี จะมีทีม ตระเวนถอนเงินสด ตามธนาคารหรือเอทีเอ็มในหลายพื้นที่ เพื่อลดความเสี่ยงในการถูกติดตามเส้นทางการเงิน ก่อนนำเงินไปส่งต่อให้กับผู้ควบคุมเครือข่าย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาผู้ต้องหาทั้งหมดในความผิดฐาน “เป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการและมีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมาย พร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย และอยู่ระหว่างขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการ รวมถึงผู้สั่งการที่อยู่เบื้องหลัง"

พล.ต.ต.นพเก้า กล่าวต่อว่า ที่ จ.กาฬสินธุ์ ตั้งแต่ปี 2565 ถึงปัจจุบัน มีคดีอาชญากรรมออนไลน์รวมทั้งสิ้น 7,077 คดี มูลค่าความเสียหายกว่า 337 ล้านบาท โดยธนาคารที่ถูกใช้ถอนเงินบ่อยที่สุด 5 อันดับแรกของพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 4 คือ ธนาคารออมสิน สาขาโลตัสกาฬสินธุ์ จำนวน 16 ครั้ง และตู้เอทีเอ็มที่ถูกกดถอนเงินบ่อยที่สุดคือ ตู้ของธนาคารออมสิน อ.นามน จ.กาฬสินธุ์ จำนวน 17 ครั้ง

อย่างไรก็ตามยังฝากเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการถูกชักชวนให้เปิดบัญชีธนาคาร บัญชีพร้อมเพย์ หรือให้ผู้อื่นใช้บัญชีของตน โดยอ้างว่าจะใช้ทำธุรกิจ รับโอนเงิน หรือให้ค่าตอบแทน เพราะบัญชีดังกล่าวอาจถูกนำไปใช้เป็น บัญชีม้า สำหรับการหลอกลวงออนไลน์หรือฟอกเงิน ซึ่งแม้จะไม่ได้เป็นผู้หลอกลวงโดยตรง แต่ผู้ที่ยินยอมหรือมีส่วนเกี่ยวข้องในการเปิดหรือให้ใช้บัญชี ก็ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายเช่นเดียวกัน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บุกทลาย 'ม้ารับถอนเงิน' เครือข่ายรัสเซีย กลางภูเก็ต

จังหวัดภูเก็ตสนธิกำลังตำรวจหลายหน่วย เปิดปฏิบัติการตรวจค้น 3 จุด ทลายเครือข่ายชาวรัสเซียทำหน้าที่ถอนเงินสดจากบัญชีม้าในคดีหลอกลวงอ

ศาลธัญบุรีนัดตัดสินคดี แก๊งคอลเซ็นเตอร์ 5 ราย หลอกแม่ 'อัยการดาว' โอนเงิน 7 แสน

ศาลธัญบุรีนัดตัดสินคดี แก๊งเเฮรี่ คอลเซ็นเตอร์ หลอกแม่ "อัยการดาว" 11 ส.ค.หลังสืบพยานปากสุดท้ายเสร็จเมื่อกลางเดือน มิ.ย.

ผู้ว่าฯขอนแก่น เผยมีข้าราชการท้องถิ่นบรรจุใหม่ รายงานตัว 77 คน อีก 2 ขอสละสิทธิ

ผู้ว่าฯขอนแก่น เผยข้าราชการท้องถิ่นบรรจุใหม่ 79 คน มารายงานตัว 77 คน อีก 2 ไม่มารายงานตัว เป็นเหตุผลส่วนตัว และได้สละสิทธิ์ตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง