รวบคาสนามบิน 'เจ้าของบัญชี' รับโอนเงินแก๊งโรแมนซ์สแกมไนจีเรีย

รวบคาสนามบินหาดใหญ่เจ้าของบัญชีรับโอนเงินแก๊งโรแมนซ์สแกมไนจีเรีย ตุ๋นเงินอดีตผู้จัดการฝ่ายการเงินบริษัทดัง 6.2 พันล้านบาท

2 ก.พ.2568 – พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ รรท.ผบก.ป. สั่งการ พ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป., พ.ต.ต.เอกรัฐ จันทร์มณี สว.กก.1 บก.ป. จับกุม น.ส.อรทัย หรือ ตาล สีหะวงศ์ อายุ 52 ปี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 626/2563 ลงวันที่ 7 พ.ค. 2563 ข้อหา “อั้งยี่, ซ่องโจร, มีส่วนรวมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงเป็นบุคคลอื่น, ร่วมกันฟอกเงิน” โดยจับกุมตัวได้ที่ บริเวณห้องผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ ม.3 ต.คลองหลา อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา

สืบเนื่องจากเมื่อประมาณ ปี 2562 ได้มีแก๊งโรแมนซ์สแกมสัญชาติไนจีเรีย ทำทีตีสนิท น.ส.ชมานันทน์ (สงวนนามสกุล) อดีตผู้จัดการฝ่ายการเงินของบริษัทแห่งหนึ่งในเขิงชู้สาว  ก่อนอ้างว่า ตัวเองว่าเป็นแพทย์ทหารสัญชาติอเมริกัน ประจำการอยู่ในประเทศอัฟกานิสถาน เมื่อเห็นว่า น.ส.ชมานันทน์ เริ่มไว้ใจและตกหลุมรัก จึงออกอุบายว่า ได้รับเงินมรดกเป็นมูลค่ามหาศาล ต้องการจะโอนเงินมาให้ แต่ติดปัญหาบางอย่างจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมาก จึงอยากให้น.ส.ชมานันทน์ ช่วยโอนเงินมาให้ก่อน พร้อมกับสร้างเรื่องราวต่างๆให้ดูน่าเชื่อถือ

ด้วยความไว้ใจ น.ส.ชมานันทน์ จึงตัดสินใจลักทรัพย์เงินของบริษัท โดยนำเงินของบริษัทโอนไปให้กับแก๊ง โรแมนซ์สแกม กลุ่มนี้จำนวนหลายครั้งรวมเป็นเงินกว่า 6.2 พันล้านบาท ก่อนจะถูกแก๊งมิจฉาชีพกลุ่มนี้เชิดเงินทั้งหมดหนีหายไป จนเป็นเหตุให้ตัวของ น.ส.ชมานันทน์ ถูกดำเนินคดี ในความผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์” ปรากฎเป็นข่าวดังเมื่อหลายปีก่อน

อย่างไรก็ตามต่อมาตำรวจ กก.1 บก.ป. ได้มีการขยายผลต่อเนื่อง เพื่อกวาดล้างจับกุมแก๊งโรแมนซ์สแกมชาวไนจีเรียกลุ่มนี้ ที่เป็นต้นเหตุของเรื่องราว จนทราบว่า บัญชีธนาคารที่แก๊งโรแมนซ์สแกม ชาวไนจีเรีย กลุ่มนี้ใช้รับโอนเงินจาก น.ส.ชมานันทน์ เป็นของ น.ส.อรทัย ผู้ต้องหารายนี้ ซึ่งเป็นภรรยาของชายชาวไนจีเรีย หนึ่งในสมาชิกแก๊งดังกล่าว ซึ่งหลังเกิดเรื่องได้หลบหนีไปทำงานอยู่ที่ประเทศมาเลเซีย จึงรวบรวมพยานขออำนาจศาลออกหมายจับ

กระทั่งต่อมาจะทราบว่า น.ส.อรทัย ผู้ต้องหารายนี้ กำลังจะเดินทางกลับประเทศไทยเพื่อเยี่ยมมาลูก โดยออกเดินทางจากประเทศมาเลเซีย มายังท่าอากาศยานหาดใหญ่ จ.สงขลา จึงนำกำลังไปเฝ้าสังเกตการณ์ จนสามารถจับกุมตัว น.ส.อรทัย ได้ดังกล่าว

สอบสวน น.ส.อรทัย ให้การรับสารภาพว่า เมื่อปี 2560 ตนเองได้เดินทางไปทำงานที่ร้านนวดในประเทศมาเลเซีย และได้พบรักกับหนุ่มผิวสีชาวไนจีเรียผ่านการแนะนำของเพื่อนที่ทำงานด้วยกัน ก่อนจะถูกแฟนหนุ่มชาวไนจีเรีย หลอกให้เปิดบัญชีธนาคารให้ อ้างว่า เป็นชาวต่างชาติไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินในประเทศไทยได้ จึงยอมเปิดบัญชีให้หลายบัญชี โดยรับค่าตอบแทนในการเปิดบัญชีละ 6,500 บาท ก่อนจะมาทราบภายหลังว่าบัญชีธนาคารของตนเองถูกนำไปใช้รับโอนเงินที่ได้มาจากการหลอกลวงผู้คน

เบื้องต้นจึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชำแหละ ‘มีเรา ไม่มีเทา’ จุดขายมาเป็นจุดตาย ส้มไม่ได้ปลอดเทาจริง

อัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊ก เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ถึงพรรคประชาชนว่า  เมื่อจุดขายมาเป็นจุดตาย  "ส้มไม่ได้ปลอดเทาจริง เพียงแต่เทายังไม่ถูกจับได้เท่านั้น“

คุกอ่วม! 1,210 ปี 'ประสิทธิ์ เจียวก๊ก' ฉ้อโกงประชาชนอีกคดี คนสนิทโดน 111 ปีเศษ

ศาลอาญาสั่งจำคุก "ประสิทธิ์ เจียวก๊ก" คดีที่ 2 อีก 1,210 ปี ฉ้อโกงประชาชน ส่วนคนสนิทโดนคุก 111 ปีเศษ แต่ตามกฎหมายเหลือคุกคนละ 20 ปี ปรับหนัก 2 บริษัท ๆ ละ 80 ล้านเศษ คืนเงินให้ผู้เสียหาย 267 ราย ยกฟ้อง 2 จำเลย แต่ให้ขังระหว่างอุทธรณ์

'ไชยชนก' แย้ม 'DSI' มีข้อมูลโยง 2 นักการเมือง ปม MOU บ.สแกนม่านตา

'ไชยชนก' ชี้หน้าที่ 'ดีเอสไอ' สอบสวน หลังพบข้อมูลนักการเมือง 1-2 คน เอี่ยว MOU กระทรวงดีอี-บ.สิงคโปร์ สแกนม่านตา โยงฟอกเงินดิจิทัล

เชือดล็อตแรก 8 ราย 'อั้งยี่-ฟอกเงิน' คดีฮั้ว สว. ดีเอสไอสรุปสำนวนส่งอัยการแล้ว

"ดีเอสไอ" สรุปสำนวน "คดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว." ให้อัยการคดีพิเศษเชือดล็อตแรก "8 ผู้ต้องหา" ประกอบด้วย 2 สว.ตัวจริง และ 6 เครือข่ายพรรคใหญ่ หลังสอบสวนนาน 9 เดือน เหตุคำชี้แจงแก้กล่าวหาไม่สามารถหักล้างพยานหลักฐานได้

ปปง.-ปปช. ลุยสอบจนท.รัฐ-นักการเมือง เอี่ยวสแกมเมอร์ โยงภาพ 'เบน สมิธ' ลงนาม MOU ดีอี-บ.สิงคโปร์

นักการเมืองไทย-เจ้าหน้าที่รัฐมีหนาว! ภาพคู่ "เบน สมิธ" พ่นพิษ หลัง ปปง. - ป.ป.ช. เดินหน้าลุยตรวจสอบเส้นทางเงิน-ธุรกรรม-โครงการโยง "เบน สมิธ และบริษัทฯ"

ดีอีสั่งเลิก MOU กับบริษัทสิงค์โปร์ หลังโยงฟอกเงินดิจิทัล พบเบน สมิธ-บิ๊กเนมร่วมเป็นขยาน

วันนี้ (9 ธันวาคม) จากกรณีที่ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผย เมื่อวันที่ 24 พศจิกายน ว่า ได้สั่งยกเลิก บันทึกข้อตกลง (MOU) ระหว่างกระทรวงดีอี และ บริษัท Prime Opportunity Fund VCC Singapore และส่งหนังสือเวียนถึงกระทรวงที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ได้รับทราบ และหากมีการกระทำใดๆ ภายใต้ MOU นี้