
7 ก.พ. 2568 – เมื่อเวลา 08.00 น. ร.ต.ท.วชิรวิทย์ จุฑานันท์ พนักงานสอบสวน สภ.หนองจิก จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดบริเวณถนนสายปัตตานี-หาดใหญ่ บ้านดอนยาง ต.บ่อทอง หลังรับแจ้งจึงได้นำกำลังพร้อมชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดไปที่เกิดเหตุ ไปถึงเจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดเส้นทางดังกล่าวทันทีเพื่อความปลอดภัย โดยเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดได้นำสุนัขสงครามเข้ามาตรวจสอบบริเวณพื้นที่เกิดเหตุโดยรอบเพื่อป้องกันเหตุซ้ำซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้น จากนั้นจึงเข้าตรวจสอบพบว่าจุดเกิดเหตุอยู่บริเวณป้อมจุดตรวจชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน พบว่าแรงระเบิดทำให้สภาพป้อมได้รับความเสียหาย และพบรถจักรยานยนต์จำนวนสองคันล้มอยู่ริมถนนและมีกองเลือดจำนวนมาก นอกจจากนี้บ้านเรือน ร้านค้า และรถชาวบ้านได้รับความเสียหาย
ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกนำส่งโรงพยาบาลหนองจิก จำนวน 4 นาย ทราบชื่อ ส.ต.ท.อนุชา ขวัญทองอ่อน ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่ลำตัวและศรีษะหลายแห่งอาการสาหัส แพทย์ได้พยายามช่วยชีวิตอย่างเต็มที่แต่เนื่องจากมีบาดแผลแผลฉกรรจ์และเสียเลือดมากกระทั่งทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตในเวลาต่อมา
ขณะที่ จ.ส.ต.นพพล รักษาพราหมณ์ ถูกสะเก็ดระเบิดมีบาดแผลที่ลำตัวบาดเจ็บสาหัส และ จ.ส.ต.ฉัตรมงคล นุชศรี ส.ต.ท.กีฬารัตน์ ทองมา ถูกสะเก็ดระเบิดที่ลำตัวเช่นกัน ทั้งสามนาย แพทย์ได้ทำการรักษาเบื้องต้นก่อนส่งต่อไปยังโรงพยาบาลปัตตานี จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบชิ้นส่วนระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณจึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 4 นาย ใช้รถจักรยานยนต์ จำนวน 2 คัน เป็นพาหนะกำลังตรวจเส้นทางเพื่อดูแลความปลอดภัยครูก่อนที่จะเดินทางไปโรงเรียน ปรากฏว่าเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุบริเวณป้อมดังกล่าว คนร้ายได้กดชนวนระเบิดแสวงเครื่อง น้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัมที่ซุกไว้หน้าป้อม จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นทำให้สะเก็ดระเบิดถูกเจ้าหน้าที่ทั้ง 4 นายทันทีเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว

หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.สันทัศน์ เชื้อพุฒตาล ผบก.ภ.จ.ปัตตานี พ.ต.อ.พัฒนชัย ปาละสุวรรณ ผกก.สภ.หนองจิก รุดไปที่เกิดเหตุพร้อมสั่งการให้ เจ้าหน้าที่สนธิกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นบริเวณที่เกิดเหตุในรัศมี 500 เมตร และประสานไปยังจุดตรวจจุดสกัดให้ตรวจค้นบุคคลต้องสงสัย รวมไปถึงยานพาหนะทุกคัน เชื่อว่าคนร้ายน่าจะหลบซ่อนอยู่ในพื้นที่โดยมีแนวร่วมให้ความช่วยเหลือ พร้อมกำชับชุดสืบสวนสอบสวนคดีความมั่นคงลงพื้นที่หาข่าวเกี่ยวกับคนร้ายที่ก่อเหตุ รวมไปถึงตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐาน โดยเฉพาะกล้องวงจรปิดที่อยู่บริเวณที่เกิดเหตุและตามเส้นทางต่างๆ เชื่อว่าน่าจะพบเห็นพฤติกรรมหรือผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุในครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือกลุ่มก่อความไม่สงบชุดเดิมที่เคยก่อเหตุในพื้นที่เพื่อสร้างสถานการณ์.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ตำรวจตีปี๊บปราบพนันบอลโลก 4 วันแรก ดำเนินคดีเจ้ามือ 80 ราย คนเล่น 279 ราย
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยศูนย์ป้องกันและปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันทายผลฟุตบอลโลก 2026 จับกุมแล้ว596 คดี ผู้ต้องหา 629 ราย พร้อมปิดกั้นเว็บไซต์และ URL ที่เกี่ยวข้องกับการพนันได้แล้ว 128 รายการ เงินหมุนเวียน 2,150 ล้าน
ปัตตานีระทึก ซุกบึ้มป่วนงานกีฬาพิเทนเกมส์
ปัตตานีซุกระเบิดป่วนงานกีฬา กู้ระเบิดลูกแรกสำเร็จ ก่อนลูกที่สองบึ้มสนั่น ท่ามกลางประชาชนร่วมพิธีเปิดการแข่งขันกีฬา ไม่มีผู้บาดเจ็บ – เสียชีวิต
ผบ.ตร.นำคณะตำรวจ ร่วมลงนามถวายความอาลัย เบื้องหน้าพระรูป 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา'
ผบ.ตร. และนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ นำคณะผู้บังคับบัญชา ร่วมลงนามถวายความอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ศาลาสหทัยสมาคม
ยังรอดคุก! ศาลให้ประกัน 'อัจฉริยะ' คดีตบทรัพย์เซียนพระดัง
ตำรวจกองปราบหิ้ว 'อัจฉริยะ' ตบทรัพย์เซียนพระดังชลบุรี เรียกรายเดือนรวม 1.3 ล้าน ข่มขู่ยัดคดีบุหรี่ไฟฟ้า ศาลอาญาให้ประกัน 4 เเสน กำชับทำตามเงื่อนไขเคร่งครัด
รู้แล้ว! โจรใต้กลุ่มไหนบึ้มรถนอภ.-อส. คาดแก้แค้นวิสามัญหัวหน้าแก๊ง
จากกรณีคนร้ายลอบวางระเบิดขบวนรถของ นายดนุช นาคสง่า นายอำเภอมายอ จ.ปัตตานี ขณะเดินทางกลับจากเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลในพื้นที่ ต.ลูโบ๊ะยิไร อ.มายอ จังหวัดปัตตานี
กองปราบบุกเมืองคอน จับ 2 ผู้ต้องหา วางยาไก่ชนเดิมพัน 1 ล้าน
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันจับกุม นายนิคมฯ อายุ 63 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดปากพนัง ที่ 90/2569 และ นายเอกชัยฯ อายุ 38 ปี

