20 ก.พ.2568 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ร.ต.อ.ทักษ์เชษฐ์ เบญจธรรมรักษ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งเกิดเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตเป็นเจ้าที่ตำรวจเหตุเกิด กันภายในซอยไม่มีชื่อ ม.3 ต.ยะรัง จึงรายงานให้ พ.ต.อ.วรินทร์ วันธงชัย ผกก.สภ.ยะรัง ทราบ พร้อมนำกำลังสามฝ่ายไปที่เกิดเหตุ ไปถึงพบเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกยิงเสียชีวิต 1 นาย และได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 นาย จึงรีบลำเลียงทั้งสองนายไปโรงพยาบาลยะรัง ทราบชื่อผู้เสียชีวิต จ.ส.ต.เดโช เขียวแก้ว อายุ 35 ปี ผบ.หมู่ ป. มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามเข้าบริเวณลำตัวหลายนัด
ส่วน ส.ต.ต.ทรงชัย จันทรภาพ อายุ 23 ปี ผบ.หมู่ ป ได้รับบาดเจ็บสาหัส แพทย์ได้พยายามช่วยชีวิตอย่างเต็มที่แต่เนื่องจากบาดแผลฉกรรจ์หลายแห่งและเสียเลือดมากกระทั่งเสียชีวิตในเวลาต่อมา สภาพทั้งสองนายสวมชุดเครื่องแบบและใส่เสื้อหุ้มเกราะ และสวมหมวกเหล็ก จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าทะเบียน 1กม 9865 ปัตตานีของเจ้าหน้าที่ล้มอยู่บนถนน และมีปลอกกระสุนปืนสงครามกว่า 10 ปลอกจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียชีวิตทั้งสองนายเพิ่งเสร็จจากภารกิจตั้งด่านบนถนนภายในเขตเทศบาลตำบลยะรัง และหลังจากตั้งด่านเสร็จได้รับแจ้งว่าภายในซอยดังกล่าวพบความเคลื่อนไหวของผู้ต้องสงสัยและอาจจะเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่พยายามจะก่อเหตุ และหลังจากได้รับแจ้งกำลังประจำด่านตรวจจึงได้เดินทางเพื่อไปตรวจสอบ และเมื่อมาถึงปากซอยรถยนต์ไม่สามารถเข้าไปได้ ผู้เสียชีวิตทั้งสองนายซึ่งใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ จ.ส.ต.เดโช เป็นคนขับ ส่วน ส.ต.ต.ทรงชัย นั่งซ้อนท้ายทั้งสองจึงได้เข้าไปก่อนล่วงหน้าเพื่อทำการตรวจสอบ
แต่ปรากฏว่าเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งทั้งสองข้างทางเป็นป่าและมืด ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนซุ่มอยู่แล้วใช้อาวุธปืนสงครามถล่มยิงทั้งสองหลาย 10 นัดทำให้รถเสียหลักตกข้างทาง นอกจากนี้กระสุนยังไปโดนกระจกและอาคารบ้านของประชาชนได้รับความเสียหาย 1 หลัง คนร้ายคิดว่าทั้งสองเสียชีวิตแล้ว จึงได้ขโมยอาวุธปืนพกสั้นประจำกายของทั้งสองนายหลบหนีไปในความมืด นอกจากนี้กระสุนปืนยังไปถูกบ้านเรือนของชาวบ้านในละแวกนั้นอีกด้วย
หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.สันทัศน์ เชื้อพุฒตาล ผบก.ภ.จ.ปัตตานี ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สนธิกำลังร่วมสามฝ่ายเข้าไปที่เกิดเหตุวางแผนกระจายกำลังปิดล้อมตรวจค้นบริเวณที่เกิดเหตุในรัศมี 500 เมตร พร้อมประสานหน่วยกำลังโดยรอบให้เฝ้าระวังและตรวจค้นยานพาหนะทุกชนิดรวมไปถึงบุคคลต้องสงสัยเชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่และมีแนวร่วมให้ความช่วยเหลือในที่หลบซ่อน พร้อมกำชับให้ชุดสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด โดยเฉพาะปลอกกระสุนปืนของคนร้ายเพื่อนำไปตรวจสอบหาข้อมูลว่าอาวุธปืนที่ใช้เคยก่อเหตุใดบ้างและเชื่อว่าน่าจะรู้ตัวกลุ่มที่ก่อเหตุ
นอกจากนี้ให้ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดทุกจุดทั้งก่อนและหลังก่อเหตุ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ พยายามแสดงศักยภาพในการกดขี่ต่อเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อสร้างสถานการณ์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผบ.ตร. สั่งดูแลการขนส่งหีบบัตรเลือกตั้ง ห่วงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กำชับเพิ่มความเข้มงวด
‘ผบ.ตร.’ ประชุมติดตามผลการดูแลความปลอดภัยการเลือกตั้ง ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย พบผิดกฎหมายเลือกตั้ง 7 คดี
ชาวปัตตานีตื่นตัวใช้สิทธิเลือกตั้ง คนรุ่นใหม่มองเลือกตั้งอาจเปลี่ยนโฉมการเมืองไทย
ชาวปัตตานีตื่นตัวใช้สิทธิเลือกตั้ง คนรุ่นใหม่มองเลือกตั้งอาจเปลี่ยนโฉมการเมืองไทย
รอง ผบ.ตร.ลงพื้นที่ ตรวจความพร้อมดูแลความปลอดภัยเลือกตั้งชายแดนใต้
รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่จังหวัดปัตตานี ติดตามมาตรการดูแลความปลอดภัยการเลือกตั้ง สั่งเข้มหน่วยเลือกตั้ง-คุ้มครองประชาชน ย้ำตำรวจต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมือง
'ทวี' ประกาศปักธงยะลา ชูยุติธรรมนำสันติสุข ฟื้นศก.ชายแดนใต้
'ทวี' นำทัพประชาชาติ ประกาศปักธงยะลา ลงพื้นที่เบตง ชูนโยบายยุติธรรมนำสันติสุข ปลดล็อกเศรษฐกิจชายแดนใต้
ปะทะเดือดยะลา วิสามัญคนร้าย 1 ราย แกนนำก่อเหตุยิง-วางระเบิด 3 หมายจับ
กำลัง 3 ฝ่าย ปิดล้อมบ้านต้องสงสัย คนร้ายเปิดฉากยิง ปะทะนานกว่า 8 ชั่วโมง มีรายงานคนร้ายดับ 1 ผบช.ภ.9 รุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ เชื่อเป็นคนร้ายคนสำคัญก่อเหตุยิง-วางระเบิด ในพื้นที่ยะลา
รอง ผบ.ตร. สั่งทบทวนแผนด้านความมั่นคง หลังเกิดเหตุบึ้มปั๊ม 11 จุด
พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีคนร้ายก่อเหตุลอบวางระเบิดรวม 11 จุด ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้รายงานสถานการณ์และความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งติดตามจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุ

