
ฉก.นราธิวาสถอดรหัสยิงรถ สส.กมลศักดิ์ กล้องเสีย-ด่านเยอะ แต่โจรหนีได้ ซัด “บีอาร์เอ็น” โยนบาปเจ้าหน้าที่รัฐ กลัวเสียฐานมวลชน ลงมือกับทนายขวัญใจชาวบ้าน แฉโจรในพื้นที่ "ไม่เคยวิ่งฝ่าด่านหลัก"
เพจหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสได้โพสต์ข้อความ ถอดรหัสวาทกรรม: "กล้องเสีย-ด่านเยอะ แต่โจรหนีได้?" ใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลัง?
พร้อมระบุว่า ทุกครั้งที่เกิดเหตุรุนแรงแล้วกระแสสังคมตีกลับ โดยเฉพาะการไปลอบยิง สส. ที่เคยเป็นทนายช่วยเหลือชาวบ้าน หรือการสร้างความเดือดร้อนในช่วงเดือนแห่งความบริสุทธิ์ เรามักจะเห็น "ข้อความชุดเดิมๆ" ถูกปล่อยออกมาจากกลุ่มผู้เห็นต่าง เพื่อโยนความผิดให้เจ้าหน้าที่รัฐว่ามีส่วนรู้เห็น ทั้งนี้ เรามาใช้ "สติและข้อเท็จจริง" วิเคราะห์ข้อสงสัยเหล่านี้ทีละประเด็น:
ข้อกล่าวหาที่ 1: "กล้องวงจรปิดตามเส้นทางพร้อมใจกันเสีย รถก่อเหตุหายเข้ากลีบเมฆ"
ส่วนความจริง: การทำลายระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) คือ "ขั้นตอนพื้นฐาน (SOP)" ของผู้ก่อเหตุรุนแรงอยู่แล้ว
พฤติกรรมซ้ำซาก: ก่อนลงมือ โจรกลุ่มนี้จะมีการดูลาดเลา หันมุมกล้องหนี ตัดสายไฟ หรือแม้แต่วางเพลิงเผากล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลบหนีล่วงหน้า
ตัดไฟตัดทาง: ย้อนดูเหตุการณ์ที่สุไหงปาดี (19 มี.ค.) จะเห็นชัดเจนว่าคนร้าย "ลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้า/สายไฟ" ทำให้ไฟฟ้าส่องสว่างริมทางดับทั้งหมด เมื่อไม่มีไฟ กล้องก็ทำงานไม่ได้ นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่กล้องเสีย แต่คือ "การเตรียมการเพื่อหลบหนี" ของพวกมันเอง
ข้อกล่าวหาที่ 2: "หนีผ่านด่านกองปราบ ด่าน สน. และด่าน ฉก. ที่อยู่ห่างไปไม่กี่ร้อยเมตรได้อย่างไร?"
ส่วนความจริง: โจรในพื้นที่ "ไม่เคยวิ่งฝ่าด่านหลัก" แต่ใช้ความชำนาญเส้นทางรองและทางธรรมชาติ
รู้หลบรู้หลีก: ด่านตรวจที่กล่าวอ้างล้วนตั้งอยู่บน "ถนนสายหลัก" แต่ลักษณะภูมิประเทศในหมู่บ้านมี "เส้นทางสายรอง" ทางลัด ทางการเกษตร หรือทางทะลุสวนยางพารามากมายที่คนนอกไม่รู้ แต่คนก่อเหตุในพื้นที่รู้ดี
ทิ้งรถ/เดินเท้าเข้าป่า: ข้อมูลจากเหตุสุไหงปาดีระบุชัดเจนว่า คนร้ายใช้การ "เดินเท้า" มาก่อเหตุ และหลบหนีลัดเลาะเข้าไปในสวนยางพารา มุ่งหน้าขึ้นเขาตะเว หรืออาศัยแนวชายแดน ไม่มีโจรที่ไหนขับรถกระบะเปิดไฟหน้าวิ่งผ่านด่านตรวจใหญ่ๆ หลังก่อเหตุหรอกครับ พวกมันขับรถไปจอดในจุดนัดพบ เปลี่ยนรถ หรือทิ้งรถแล้วเดินเท้าต่อทั้งนั้น
สรุป (Key Takeaway): ทำไมต้องโยนความผิดให้รัฐ?
คำตอบคือ "เพื่อหนีความผิดและลดกระแสด่าทอจากชาวบ้าน" การลอบกัด สส.ที่เป็นที่รัก หรือการปาระเบิดยิงปะทะจนชาวบ้านต้องเดือดร้อนในช่วงปลายเดือนแห่งความบริสุทธิ์ ทำให้โจร (BRN) สูญเสียมวลชนอย่างหนัก การสร้างวาทกรรมว่า "เจ้าหน้าที่ทำเอง" จึงเป็นข้ออ้างเดิมๆ ที่มักถูกนำมาใช้เพื่อฟอกขาวให้ตัวเอง
อย่าปล่อยให้การพิมพ์ข้อความจับแพะชนแกะ มาบิดเบือนความจริงที่ว่า "พวกมันนั่นแหละที่ลอบกัด และทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน!".

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ครม.ไฟเขียว เลิก‘MOU44’ เขมรฟ้องโลก
ครม.เห็นชอบยกเลิก MOU 44 นายกฯ แจงไม่เกี่ยวขัดแย้งสองประเทศ
สก.แดง-ส้มแห่เปิดตัวฟ้า พรบ.อากาศสะอาดไปต่อ
ไม่พลิก! “ปชน.” เปิดตัว “ดร.โจ” ชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมผู้สมัคร สก. 50 เขต โชว์ 4 ฉากทัศน์กรุงเทพง่ายๆ
ดึงปชช.ศึกษา‘แลนด์บริดจ์’
"อนุทิน" เซ็นตั้ง คกก.ศึกษาแลนด์บริดจ์ “เอกนิติ” ประธาน "ปกรณ์" รอง ปธ. มีตัวแทนภาค ปชช. 3 คน ประเมินความเป็นไปได้โครงการ-ผลกระทบทุกมิติ ชงนายกฯ
ทรงบำเพ็ญพระกุศลกงเต๊ก‘พระพันปีหลวง’
กรมพระศรีสวางควัฒนฯ ทรงบำเพ็ญพระกุศลทักษิณานุปทาน (กงเต๊ก)
เร่งกู้ชงสภา14พ.ค. 4แสนล.สู้วิกฤตปากท้อง ‘ปชป.’ขวาง!ส่งศาลรธน.
“อนุทิน” นำ ครม.แถลงเดินหน้า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน หวังหยุดความเสี่ยงเศรษฐกิจไทย
'วันนอร์' รายงานนายกฯ แนวทางดับไฟใต้ รับต้องใช้เวลา
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ เดินทางเข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ต่อมา 15.35 น. นายวันมูหะมัดนอร์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าพบนายกฯว่า ได้มารายงานให้นายกฯทราบถึงความคืบหน้าว่า ได้ทำอะไรไปบ้างหลังจากที่นายกฯได้มอบหมายว่า ทำอย่างไรที่จะให้เกิดสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตนไปทำการบ้านมา จึงมาแจ้งให้นายกฯทราบ

