ทลายแก๊งเช่ารถแล้วเชิดหนี ปลอมเอกสาร เปลี่ยนทะเบียนประกาศขายในโซเชียล

ตำรวจทางหลวงทลายขบวนการ “โจรกรรม-ฟอกขาวรถ” ตระเวนเช่ารถแล้วเชิดหนี ปลอมเอกสารแจ้งเปลี่ยนทะเบียนประกาศขายโซเชียล

20 มีนาคม 2568 - ที่กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้การอำนวยการของพล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ทล., พ.ต.อ.โอฬาร เอี่ยมประภาส, พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม รอง ผบก.ทล. และ พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รอง.ผบก.ป. ช่วยราชการ รอง ผบก.ทล. ได้สั่งการให้กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง นำโดย พ.ต.อ.ภคพล สุชล ผกก.2 บก.ทล., พ.ต.ท.อุดมศักดิ์ สุวรรณแสง, พ.ต.ท.ณรงค์ฤทธิ์ งานแฉ่ง รอง ผกก.2 บก.ทล., พ.ต.ท.ณัฐพงศ์ อำไพจิตร์ สวญ.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล., พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงในสังกัด กก.2 บก.ทล.เปิดปฏิบัติการจับกุมขบวนการฟอกขาวรถยนต์ที่ได้มาจากการขโมยรถเช่า ด้วยการปลอมแปลงเอกสารราชการ ตบตาเจ้าหน้าที่เพื่อขอเปลี่ยนเลขทะเบียน เปลี่ยนจากรถที่ผิดกฎหมายให้กลายเป็นรถถูกกฎหมาย ก่อนจะประกาศขายผ่านโซเชียลมิเดีย

โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 8 ราย แบ่งเป็นกลุ่ม 1.ระดับสั่งการและนายทุน ประกอบด้วย1.น.ส.ภัทราดา (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี, นาย ธราเทพ (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี 2.กลุ่มที่ทำหน้าที่โจรกรรมรถ นายโชคชนะ (สงวนนามสกุล) อายุ 66 ปี, น.ส.รำไพ (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ,นายวรุฒ (สงวนนามสกุล) *ยังไม่ถูกจับกุม อายุ 26 ปี 3. กลุ่มที่ทำหน้าที่ปลอมและใช้เอกสารราชการฯ ในการฟอกขาวรถที่ได้มาจากการโจรกรรมให้กลายเป็นรถที่ถูกต้องตามกฎหมาย น.ส.รัตนาภรณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี, นายสิปปวินฬ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี

4. ส่วนที่ทำหน้าที่โพสต์ประกาศขายรถที่ฟอกขาวแล้วลงในโซเชียลมิเดีย น.ส.รัมภ์วิริน (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี 5. ส่วนทำหน้าที่รับ-ส่งรถที่ได้มาจากการโจรกรรม (นักบิน) คือ นาย ไชยวัฒน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี โดยผู้ต้องหาทั้งหมดถูกดำเนินคดีในข้อหา "ร่วมกันยักยอกหรือรับของโจร, ร่วมกันปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอม, แจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานฯ, แจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ” ตามหมายจับของศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ลงวันที่ 17 มีนาคม 2568

พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2567 ได้มี นายโชคชนะฯ, น.ส.รำไพฯ และ นายวรุฒฯ ซึ่งเป็นกลุ่มคนร้ายที่ทำหน้าที่ขโมยรถเช่า ทำทีติดต่อขอเช่ารถจากบริษัทของ น.ส.เอ (นามสมมติ) ผู้เสียหาย ตั้งอยู่ใน จ.ฉะเชิงเทรา แต่เมื่อถึงกำหนดคืนรถ น.ส.เอ ผู้เสียหายไม่สามารถติดต่อกลุ่มคนร้ายได้ และพบว่าสัญญานจีพีเอสถูกตัดไป จึงเชื่อว่ารถถูกขโมยอย่างแน่นอนและได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.แสนภูดาษ เพื่อให้ดำเนินคดีกับกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุขโมยรถ

ต่อมา วันที่ 7 มกราคม 2568 น.ส.เอ ผู้เสียหาย ได้ตรวจสอบข้อมูลรถยนต์ผ่าน แอพพลิเคชั่น “ทางรัฐ” พบว่า รถคันดังกล่าวได้มีการแจ้งเปลี่ยนทะเบียนรถ จากหมายเลขทะเบียน กบ 2812 ฉะเชิงเทรา ไปเป็น หมายเลขทะเบียน กอ 5657 นครปฐม ผู้เสียหายจึงได้โทรประสานขอความช่วยเหลือมายังตำรวจทางหลวง ผ่านสายด่วน 1193 เพื่อขอให้ช่วยติดตามรถคันดังกล่าว ซึ่งจากการประสานความร่วมมือจากกรมการขนส่งทางบกทำให้ทราบว่า เอกสารทั้งหมดที่กลุ่มคนร้ายใช้ยื่นเพื่อขอเปลี่ยนเลขทะเบียนรถเป็นปลอมทั้งสิ้น

ต่อมา วันที่ 8 มกราคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงได้ตรวจพบว่า รถยนต์คันดังกล่าว (ภายหลังจากเปลี่ยนป้ายทะเบียน) ได้ออกจาก จ.นครปฐม มุ่งหน้าขึ้นเหนือ จึงได้ประสานสกัดรถยนต์คันดังกล่าวได้ที่ จ.ตาก จากการตรวจสอบ พบนายบี (นามสมมติ) เป็นผู้ขับขี่ รับว่ารถคันดังกล่าว นายบี ได้เห็นการประกาศขายผ่านโซเชียลมิเดีย โดยเป็นการขายพร้อมเล่มคู่มือจดทะเบียน ตนจึงเชื่อว่าเป็นรถที่ถูกต้องตามกฎหมาย จึงได้ติดต่อขอซื้อมาในราคา 300,000 บาท และได้เดินทางไปรับรถยนต์คันดังกล่าวมาจากปั้มนน้ำมันแห่งหนึ่งจาก จ.สุพรรณบุรี ก่อนที่จะถูกสกัดโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงได้นำรถยนต์ที่ถูกโจรกรรมและเชิญตัวนายบีเดินทางกลับมาที่สถานีตำรวจทางหลวงนครปฐม เพื่อสืบสวนข้อเท็จจริงขยายผลเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

จากการสืบสวนทำให้ทราบว่าขบวนการฟอกขาวรถยนต์ที่ได้มาจากการขโมยรถเช่ากลุ่มนี้มีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน ได้แก่กลุ่ม 1.กลุ่ม Master Mind ทำหน้าที่สั่งการและเป็นนายทุน 2.กลุ่มที่ทำหน้าที่ขโมยรถเช่า 3. กลุ่มที่ทำหน้าที่ปลอมแปลงเอกสารเพื่อใช้ยื่นขอทะเบียนใหม่พร้อมกับเล่มคู่มือจดทะเบียน (การฟอกขาวรถยนต์ที่ถูกขโมยมา) 4.ส่วนที่ทำหน้าโพสต์ขายรถยนต์ที่ฟอกขาวเรียบร้อยแล้วในโซเชียลมิเดีย 5.ส่วนที่ทำหน้าที่เป็นนักบิน รับส่ง-รถที่ได้มาจากการโจรกรรม

จากนั้น ในวันที่ 17 มีนาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง กก.2 บก.ทล. ร่วมกับ พนักงานสอบสวน สภ.แสนภูดาษ ได้ทำการสืบสวนและรวมรวบพยานหลักฐาน จนสามารถยื่นคำร้องขอหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 9 ราย ต่อศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา และในวันที่ 18 มีนาคม 2568 ภายใต้การอำนวยการสั่งการของ พ.ต.อ.ภคพล สุชล ผกก.2 บก.ท.นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง กก.2 บก.ทล. กว่า 30 นาย เข้าตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด โดยผู้ต้องหาส่วนใหญ่ให้การรับสารภาพ โดยให้การว่าในรอบหนึ่งปีที่ผ่านมากลุ่มคนร้ายได้ทำการฟอกขาวรถยนต์ที่ได้มาจากการขโมยโดยเฉลี่ยเดือนละประมาณ 4 คัน พบเงินหมุนเวียนกว่า 40 ล้านบาท จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่ง พนักงานสอบสวน สภ.แสนภูดาษ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เสียหาย! ตำรวจทางหลวง แจ้งรถบรรทุกน้ำมันพลิกคว่ำ 'ดีเซล' รั่วไหลลงถนนมิตรภาพโคราช

ตำรวจทางหลวงหน่วยบริการบ้านส้ม รับแจ้งเหตุรถบรรทุกน้ำมันดีเซลพลิกคว่ำ ก่อนถึงสัญญาณไฟแดงบ้านวัด พื้นที่ตำบลเทพาลัย อำเภอคง นครราชสีมา

จับเครือข่ายสแกมเมอร์ 9 ราย หลอกข้าราชการบำนาญ สูญเงิน 1.4 ล้าน

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง(ผบก.ทล.) ,พ.ต.อ.ภคพล สุชล ผกก.2 บก.ทล., พร้อมเจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ทล.เปิดปฏิบัติการ “ทลายคอกม้าพูลวิลล่า”

ระทึก! ตร.ไล่ล่า 3 พ่อค้ายา ซิ่งหนีตาย เจอฉลามบกรวบ

พ.ต.ท.อภิชาติ วงษ์ศรี สารวัตรใหญ่ สถานีตำรวจทางหลวง 3 กองกำกับการ 5 (ทล.3 กก.5) สั่งการให้ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.ยุทธ จตุรชัยภิญโญ สว.ทางหลวง, ร.ต.ต.สินจัย เจียรเพชร

รวบแก๊งหลอกเช่ารถแล้วเชิดหนี กว่า 50 คัน พบหัวโจกเป็นอินฟลูฯชอบถ่ายคู่คนดัง

ตำรวจทางหลวงจับแก๊งเปิดบริษัทชำแหละเนื้อสัตว์บังหน้าตระเวนเช่ารถ ก่อนถอด GPS เชิดหนี คาดไม่ต่ำกว่า 50 คัน

'อาต่าย' ปรี๊ด! ขยะสังคม สั่งตร.พบผู้เสียหาย เร่งฟันอาญา 'บีเอ็มกร่าง'

'ผบ.ตร.' ไม่ปลื้ม 'บีเอ็มกร่าง' เรียก 'อาต่าย' ลั่นไม่ใช่ญาติ สอนลูกเสมออย่าทำตัวขยะสังคม บอกประชาชนใช้วิจารญาณเลือกตั้ง