จับอีก 1 ตัวการ เครือข่ายฟอกเงิน-ฉ้อโกง สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ขณะหนีกบดานภาคใต้

ตำรวจทางหลวง จับนอมินีฟอกเงินเครือข่ายอดีตพระธรรมกาย ขณะขนของพาครอบครัวเตรียมย้ายถิ่นหลบหนีลงใต้ ไหวพริบตำรวจพบรถยนต์เก๋งบรรทุกหนักจนตัวรถทรุดต่ำ เรียกตรวจสอบอ้างไม่มีใบขับขี่หรือเอกสารติดตัว สังเกตเห็นสมุดฝากครรภ์ในรถ เช็คประวัติบิดา พบเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับคดีทุจริตสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น

28 พฤษภาคม 2569 - พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง (ผบก.ทล.) สั่งการให้ ร.ต.อ.วิมล แก้วชู รอง สว.(ป.) ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล.,ร.ต.ต.ใจเทพ สาลีรอง สว.(ป.) ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล.ร่วมกันจับกุม นายกิตติธัช หรือดอน (สงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี โดยกล่าวหาว่า ร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน และ ข้อหาฉ้อโกง ที่บริเวณหลวงหมายเลข 4 (เพชรเกษม) กม.442+500 (ขาล่องใต้) ต.สลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร วันที่ 26 พ.ค.69

พฤติการณ์ เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 06.30 น. ของวันที่ 26 พ.ค. 69 ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชุมพรนำรถวิทยุหมายเลข 2401 ออกปฏิบัติหน้าที่ระดมกวาดล้างอาชญากรรม บนถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) บริเวณ กม.442+500 ฝั่งขาล่องใต้ ต.สลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ได้สังเกตเห็นรถยนต์มาสด้า 2 สีเทา ทะเบียน ญข 6XXX กรุงเทพมหานคร ขับแซงขึ้นทางด้านขวาด้วยลักษณะผิดปกติ เนื่องจากบริเวณท้ายรถมีการบรรทุกสัมภาระหนักจนตัวรถทรุดต่ำ เจ้าหน้าที่จึงเปิดสัญญาณไฟวับวาบและเรียกให้หยุดรถเพื่อตรวจสอบ จากการเรียกตรวจสอบคนขับแสดงอาการมีพิรุธอย่างเห็นได้ชัด และอ้างว่ากำลังเดินทางจาก จ.นครสวรรค์ เพื่อไปส่งครอบครัวที่ จ.นครศรีธรรมราช

เมื่อเจ้าหน้าที่ขอตรวจเอกสาร นายกิตติธัช กลับบ่ายเบี่ยงอ้างว่าไม่มีบัตรประชาชนหรือใบอนุญาตขับขี่ติดตัว และไม่ยอมให้ข้อมูลส่วนตัวใดๆ แต่ด้วยความเชี่ยวชาญ เจ้าหน้าที่สังเกตเห็น “สมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก” (สมุดฝากครรภ์) วางอยู่ที่คอนโซลหน้ารถ เมื่อขอตรวจสอบจึงพบชื่อนายกิตติธัช ปรากฏอยู่ในฐานะบิดา จึงนำหมายเลขบัตรประชาชนไปตรวจสอบผ่านระบบฐานข้อมูลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จนพบความจริงว่า นายกิตติธัช เป็นบุคคลตามหมายจับถึง 2 คดีสำคัญ คือ 1. หมายจับศาลอาญา ที่ 3126/2568 ข้อหา “ร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน” (คดีเครือข่ายฟอกเงินสหกรณ์คลองจั่น) 2. หมายจับศาลแขวงนครสวรรค์ ในความผิดฐาน “ฉ้อโกง”

สำหรับนายกิตติธัช เป็นพี่ชายของ นายสถาพร (สงวนนามสกุล) อดีตพระลูกวัดพระธรรมกาย ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในคดีทุจริตสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น โดยนายกิตติธัช มีบทบาทเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นใหญ่ใน บริษัท เอส.ดับบลิว. นครสวรรค์ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด และอีกหลายบริษัทในเครือข่าย "เอส.ดับบลิว." ซึ่งถูกตรวจสอบพบว่าใช้เป็นแหล่งพักเงินและฟอกเงินจากการยักยอกเงินสหกรณ์ฯ มาแปลงสภาพเป็นที่ดิน หุ้น และทรัพย์สินมูลค่ามหาศาล โดยก่อนหน้านี้ ปปง. ได้มีคำสั่งอายัดทรัพย์สินในชื่อของนายกิตติธัช ทั้งที่ดินและเงินในตู้เซฟไปแล้วเป็นจำนวนมาก

จากการสืบสวนและสภาพของภายในรถ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าการเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่การเดินทางปกติ แต่เป็นการ ตั้งใจย้ายถิ่นฐานและภูมิลำเนา เพื่อหลบหนีการติดตามจับกุมหลังจากถูกออกหมายจับในช่วงปี 2568 โดยหวังจะไปกบดานในพื้นที่ภาคใต้พร้อมครอบครัว

สอบถามคำให้การผู้ต้องหา เบื้องต้น นายกิตติธัชฯ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาและรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวนำส่งศาลอาญา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลในส่วนของทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมราชทัณฑ์ แจง 'ศุภชัย' เสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลว ยินดีให้ตรวจสอบความโปร่งใส

กรณีของนายศุภชัย เรือนจำได้ดำเนินการดูแลรักษาตาตามแนวทางของแพทย์มาโดยตลอด เมื่อเกิดเหตุได้ดำเนินการแจ้งพนักงานสอบสวนและเจ้าพนักงานชันสูตรพลิกศพตามที่กฎหมายกำหนดโดยทันที

'อธิบดีดีเอสไอ' เผยขอศาลออกหมายจับ 'อนันต์ อัศวโภคิน' 1 ในก๊วนคดีฟอกเงินวัดพระธรรมกายแล้ว

จากกรณีอัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดให้ฟ้องนายอนันต์ อัศวโภคิน เจ้าของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง ผู้ต้องหาฐานสมคบโดยการตกลงกันตั้

สึกพระคาด่านตรวจ! จับโล้นห่มเหลืองขับรถสวมทะเบียน ไร้สังกัดวัด ตระเวนบิณฑบาต

ตำรวจทางหลวง จับสึกกลางด่านพระขับรถสวมทะเบียนไร้ใบขับขี่ พบพฤติกรรมไม่เหมาะสม เคยโดนจับสึกพระ หันมาบวชเณร ไร้วัดสังกัดตะเวนบินฑบาทไแตามตลาด-ชุมชน

ตร.ทางหลวง เข้าช่วยรถบรรทุกจอดข้างทาง แต่พบพิรุธคนขับ ก่อนตรวจค้นเจอแรงงานเถื่อน 33 ราย

จากภารกิจช่วยเหลือประชาชน สู่การจับกุมขบวนการขนแรงงานเถื่อน 33 ราย  ตำรวจทางหลวงพบรถบรรทุกจอดข้างทางคิดว่าเป็นรถเสีย คนขับออกอาการ เหงื่อตก พูดจาวกวน เข้าตรวจสอบพบแรงงานเถื่อนแน่นตู้สินค้า สารภาพรับจ้างส่งหาดใหญ่ หัวละ 2,500 บาท พบประวัติเคยถูกดำเนินคดีเดียวกันมาแล้ว อยู่ระหว่างพิจารณาของศาล