เปิดปฏิบัติการปราบเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ชายแดนใต้ จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมของกลางไอซ์กว่า 600 กิโลกรัม เชื่อมโยงคดียาบ้า 3.9 แสนเม็ดเมื่อปีก่อน
14 มิถุนายน 2568 – วานนี้ (13 มิถุนายน 2568) ที่หน้าอาคารศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 4 อำเภอเมือง จังหวัดยะลา พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามเร่งรัดการดำเนินงานป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติด (ครส.) แถลงผลการจับกุมเครือข่ายนักค้ายาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามนโยบายรัฐบาลที่ยกระดับการแก้ปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ
การแถลงครั้งนี้มี พลตำรวจโท ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการ ศอ.บต. พลตรี กรกฎ ภู่โชติ รองแม่ทัพภาคที่ 4 นางสาวอารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยร่วมให้ข้อมูล
พันตำรวจเอก ทวี ระบุว่า ขณะนี้รัฐบาลได้เดินหน้าโครงการ “แผนรวมพลังจิตอาสา เอาชนะยาเสพติดในจังหวัดชายแดนภาคใต้” โดยมอบหมายให้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เป็นหน่วยขับเคลื่อนหลักเพื่อบูรณาการกับทุกภาคส่วน ดำเนินการในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้และ 4 อำเภอของสงขลา ตั้งแต่ 1 มิถุนายน ถึง 30 กันยายน 2568
ในส่วนการปราบปราม ตำรวจภูธรภาค 9 ร่วมกับ บก.ปส.4 ป.ป.ส. ภาค 9 และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เข้าตรวจค้น 150 หมู่บ้าน/ชุมชน ตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 241 คนใน 218 คดี ยึดยาบ้าได้ 681,753 เม็ด พร้อมทรัพย์สินมูลค่ากว่า 17 ล้านบาท
ไฮไลต์สำคัญคือการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่สุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน โดยเจ้าหน้าที่จาก กก.สส.2 บก.สส.จชต. และหน่วยงานร่วมปฏิบัติ ภายใต้การอำนวยการของ พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านไม่มีเลขที่ในชุมชนลูโบะฆง ตำบลปาเสมัส
ผลการปฏิบัติสามารถจับกุมผู้ต้องหา 3 ราย ได้แก่ นายอีรฮัม หามะ อายุ 28 ปี, นายอับดุลฮาดี อาแซ อายุ 57 ปี และนายไฟท์ซาร์ หลง อายุ 45 ปี พร้อมของกลางยาไอซ์น้ำหนักรวม 615 กิโลกรัม รถยนต์ 1 คัน และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง
ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกแจ้งข้อหา “ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์) เพื่อการค้า อันเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐและความปลอดภัยของประชาชน” โดยคดีนี้สืบเนื่องจากการตรวจยึดยาบ้า 396,000 เม็ดในพื้นที่เดียวกันเมื่อเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา
สำหรับภาพรวมการปราบปรามยาเสพติดทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 จนถึงปัจจุบัน สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 12,538 คน ใน 12,107 คดี ยึดยาบ้ากว่า 19.2 ล้านเม็ด ไอซ์ 1,112 กิโลกรัม เฮโรอีน 235 กิโลกรัม และยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องมูลค่ากว่า 590 ล้านบาท
เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าจะยังคงเดินหน้าขยายผลการสืบสวนและดำเนินคดีเพิ่มเติม โดยเฉพาะผู้ที่อยู่เบื้องหลังเครือข่าย พร้อมดำเนินการยึดทรัพย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อทำลายโครงสร้างทางการเงินของขบวนการอย่างยั่งยืน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลโชว์ผลงานปราบบัญชีม้า ลดฮวบทุกประเภท คดีออนไลน์วูบกว่าครึ่ง
โฆษกรัฐบาล โวผลงานปราบบัญชีม้าและอาชญากรรมออนไลน์อย่างเข้มข้นตั้งแต่ “รัฐบาลอนุทิน 1” พบจำนวนบัญชีม้าบุคคลลดลง 76.9% นิติบุคคลลด 88.4%
ขนไอซ์ 1.7 ตัน! ใส่รถขนส่งยางมะตอยเข้าเมืองกรุง
ตำรวจสกัดจับเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ ดัดแปลงดัดแปลงช่องเก็บยางมะตอยตบตาเจ้าหน้าที่ลักลอบขนยาไอซ์และคีตามีนล็อตมหึมา กว่า 1.7 ตัน เข้ากรุง รวมมูลค่ากว่า 210 ล้านบาท
รวบ 'เอ็ม' ไรเดอร์ส่งยา ตบตาใส่เสื้อส่งอาหาร ลอบส่งพอตเค-เคตามีน
ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ เปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดในพื้นที่ ก่อนจับกุม นายวิทวัฒน์ หรือ “เอ็ม” อายุ 23 ปี
หนุ่มขี้ยาหนีประกันศาล กบดานกระท่อมกลางนา ผันตัวขายยาบ้า ถูกจับพร้อมของกลาง 2.4 หมื่นเม็ด
หนุมสุรินทร์ วัย 22 ปี หนีประกันศาล คดีเสพยาเสพติด-ปั่นสล็อต มากบดานอยู่กระท่อมกลางทุ่งนา บ้านแฟนสาวที่บุรีรัมย์ เป็นแหล่งเสพยาบ้าและง่ายต่อการสังเกต จุดที่ตนเองนำยาบ้าไปวางให้ลูกค้า หลังผันตัวมาเป็นนักบินขนยาบ้าส่งลูกค้า ตามออร์เดอร์ชาวลาว ถูกรวบพร้อมของกลางยาบ้ากว่า 24,000 เม็ด เผยที่ต้องทำเพราะเสพยาบ้าเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าวันละ 10เม็ด
ฝ่ายปกครองจับ 'หัวหน้าสำนักปลัด อบต.' เสพยาบ้า
ภายใต้การอำนวยการของ นายประสิทธิชัย สุวรรณไขศรี นายอำเภอดงหลวง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอดงหลวง (ศป.ปส.อ.ดงหลวง)
ตำรวจ ปส. บุกจับแก๊งขนยาภาคตะวันออก ยึด 'ยาบ้า' บิ๊กล็อต 20 ล้านเม็ด
ตำรวจ ปส.ขยายผลทลายแก๊งค้ายาภาคตะวันออก ยึดยาบ้าบิ๊กล็อต 20 ล้านเม็ด ใช้รถยนต์ลักลอบลำเลียงยาเสพติดสกัดจับ 4 ราย ยึดยาบ้า 10 ล้านเม็ด นำตัวเข้าตรวจค้นโกดังยึดอีก 10 ล้านเม็ด หลังรวบเครือข่ายระดับสั่งการจ้างกลุ่มวัยรุ่นภาคตะวันออกลำเลียงยาเสพติดเข้าพื้นที่ชั้นใน

