
14 ก.ค. 2568 – ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครพนมรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา บริเวณริมแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม ซึ่งเป็นวันสุดท้ายงานบวงสรวงพญาศรีสัตตนาคราช ระหว่างวันที่ 7 – 13 กรกฎาคม โดยทางจังหวัดได้จัดกิจกรรมเกี่ยวกับวัฒนธรรมประเพณีอีสาน โดยเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์ 9 ชนเผ่า 2 เชื้อชาติ ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ได้นำวัฒนธรรม ศิลปะการแสดงให้ได้ชมกัน รวมถึงบูธชม ชิม ช็อป จำหน่ายสินค้าของดี 4 ภาค และมีหมอลำให้ได้ชมกัน โดยตั้งเวทีติดฟุตบาทริมแม่น้ำโขง อยู่กึ่งกลางระหว่างวัดโพธิ์ศรีกับวัดกลาง จึงมีทั้งประชาชน และนักท่องเที่ยวได้สนุกสนานกัน
กระทั่งเวลาประมาณสี่ทุ่ม ขณะที่ศิลปินหมอลำทำการแสดง มอบความสุขสนุกสนานแก่ผู้ชมอยู่นั้น ได้มีกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 30 – 40 คน เข้ามาก่อกวนตรงหน้าเวที ส่งเสียงเอะอะ คล้ายจะโชว์ความเป็นเจ้าถิ่น พร้อมทั้งชี้หน้าห้ามผู้ชมเต้นตามจังหวะเพลง ผู้จัดจึงต้องสั่งหยุดการแสดงชั่วคราว เพื่อให้มีการเคลียร์กลุ่มวัยรุ่นที่มาก่อกวนออกจากบริเวณนั้นไปก่อน ผู้ที่มาเที่ยวจึงเกิดอาการเซ็งในพฤติกรรมของแก๊งโจ๋ ต่างพากันกลับบ้าน
ในจำนวนนั้นมีน้องเอ็ม (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ชาว ต.บ้านผึ้ง อ.เมืองนครพนม พร้อมกับเพื่อนประมาณ 6 – 7 คน กำลังเดินไปที่รถจักรยานยนต์ ปรากฏว่าแก๊งวัยรุ่นพยายามหาเรื่องคนที่ผ่านไปมา กระทั่งมาเจอน้องเอ็มกับเพื่อน และเหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมาก หนึ่งในนั้นได้ใช้อาวุธมีดวิ่งไล่แทงดะ จึงเกิดความชุลมุนวุ่นวายทันที ทั้งพ่อค้าแม่ค้าและนักท่องเที่ยว ต่างหาที่หลบเข้ากำบังกันจ้าละหวั่น ในช่วงจังหวะที่น้องเอ็มวิ่งหนีนั้น เกิดสะดุดขาตัวเองล้มลง แก๊งวัยรุ่นจึงได้โอกาสจ้วงแทงไป 1 ครั้ง ก่อนจะตะโกนบอกเพื่อนว่า “ไปเว้ยกูได้แต้มแล้วโว้ย” จากนั้นแก๊งทะลุถุงยางกว่า 30 คน ก็สลายตัวไป
เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้เข้ามาระงับเหตุ ได้รีบเข้าช่วยเหลือพาน้องเอ็มส่งโรงพยาบาลนครพนม โดยมีบาดแผลถูกอาวุธมีดแทงใต้สะดือ โชคดีที่แผลไม่ถูกอวัยวะสำคัญ แพทย์ได้ดำเนินการเย็บบาดแผล ก่อนจะไปแจ้งความกับ พ.ต.ท.ธานินทร์ กันภัย รอง ผกก.สอบสวน สภ.เมืองนครพนม และตรวจพื้นที่หาข้อมูล ทราบเบื้องต้นจากประชาชนว่า กลุ่มวัยรุ่นน่าจะมีมากกว่า 40 คนด้วยซ้ำ หลังก่อเหตุได้วิ่งหลบหนีไปเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ริมแม่น้ำโขง คล้ายมีการเตรียมการมาล่วงหน้าก่อนแล้ว ซึ่งตำรวจชุดสืบสวนได้ภาพจากกล้องวงจรปิดมาแล้ว กำลังไล่เช็กดูใบหน้าแก๊งทะลุถุงว่ามีใครบ้าง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ขยับ 'พล.ต.อ.รุ่งโรจน์' จากบัญชีสำรอง นั่ง ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิ แทน 'เอก อังสนานนท์'
จากกรณี พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ พ้นจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา เนื่องจากมีอายุครบ 70 ปี ทั้งนี้ ตามพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ปี 2565 มาตรา 29 บัญญัติ ว่า ในกรณีที่ก.ตร.ผู้คุณวุฒิตามมาตรา 22 (4) (ก) หรือ (ข) พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้ผู้ซึ่งมีชื่ออยู่ในบัญชีสำรองในประเภทนั้นผู้ที่เลื่อนลำดับขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทน
ผบ.ตร. สั่งจับตา 'กลุ่มเสี่ยง' ปลุกระดมมวลชนก่อเหตุวุ่นวายหลังเลือกตั้ง เตรียมจัดกำลังชุด คฝ. รับมือ
พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศลต.ตร.) เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์ความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง โดยมีผู้แทนหน่วยที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศร่วมประชุม ณ
'ภูมิธรรม' รับไม่ได้ การเลือกตั้งผิดปกติ ฝ่ายปกครอง ตร. ทหาร อสม. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทำให้เกิดข้อกังขา
นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Phumtham Wechayachai ระบุว่าการเลือกตั้งที่ผิดปกติต้องมีคนรับผิดชอ
ผบ.ตร. สั่งดูแลการขนส่งหีบบัตรเลือกตั้ง ห่วงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กำชับเพิ่มความเข้มงวด
‘ผบ.ตร.’ ประชุมติดตามผลการดูแลความปลอดภัยการเลือกตั้ง ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย พบผิดกฎหมายเลือกตั้ง 7 คดี
สุดทน! 'ไตรรงค์' ฟ้องศาลพวกโจมตีการทำงานต่อเนื่อง ลั่นเป็นตร. 40ปี โดนด่าไม่เคยเอาผิดใคร
รองเจรตำรวจแห่งชาติ ฟ้องศาลเอาผิดพวกใส่ร้าย บอกเป็นตำรวจมากว่า 30–40 ปี ถูกด่ามานับไม่ถ้วน ไม่เคยคิดใช้สิทธิทางกฎหมาย

