บก.ปอศ. รวบ 3 ผู้ต้องหา ขบวนการ “ป่วยทิพย์” ปลอมเอกสารแพทย์ยื่นเคลมประกันสุขภาพ อ้างป่วยเท็จเพื่อรับค่าสินไหมรายละแสนบาท ก่อนแบ่งผลประโยชน์กันครึ่งต่อครึ่ง สารภาพถูกชักชวนทำเพราะจ่ายเบี้ยถูกแต่ได้วงเงินสูง
9 ตุลาคม 2568 - พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. พร้อมด้วย พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์, พ.ต.อ.นิตติโชติ เพ็ญจำรัส, พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล, พ.ต.อ.กริช วรทัต, พ.ต.ท.รัฐพร คงสุโข และ พ.ต.ท.วรวุฒิ คงรักษา นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง กก.4 บก.ปอศ. จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย ประกอบด้วย นายไพฯ อายุ 29 ปี, นายสหรัฐฯ อายุ 47 ปี และ น.ส.กุลธิดาฯ อายุ 41 ปี ในข้อหา “ฉ้อโกง, ปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม และเรียกร้องผลประโยชน์ตามกรมธรรม์โดยทุจริต”
การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากบริษัทประกันภัยแห่งหนึ่งเข้าแจ้งความกับ กก.4 บก.ปอศ. หลังตรวจพบกลุ่มบุคคลยื่นเอกสารปลอมแสดงอาการเจ็บป่วยเพื่อขอเคลมค่าประกันสุขภาพ โดยใช้ใบรับรองแพทย์และผลตรวจจากคลินิกเดียวกันซ้ำหลายครั้ง ทำให้บริษัทหลงเชื่อและจ่ายค่าสินไหมรายละ 100,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 300,000 บาท
จากการสืบสวนพบว่า กลุ่มผู้ต้องหาทำงานเป็นขบวนการ มีการชักชวนผู้ทำประกันสุขภาพให้ร่วมปลอมเอกสารทางการแพทย์ โดยอ้างว่าจะช่วยจัดทำใบรับรองแพทย์เท็จและหลักฐานการรักษาปลอม เพื่อยื่นเคลมประกันผ่านระบบออนไลน์ เมื่อบริษัทอนุมัติจ่ายเงินเข้าบัญชีผู้เอาประกันแล้ว ผู้จัดทำเอกสารจะได้รับส่วนแบ่ง 50% ของค่าสินไหม
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานและยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอหมายจับผู้ต้องหาทั้งสาม กระทั่งทราบเบาะแสว่านายไพฯ หลบหนีในพื้นที่เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ส่วนอีกสองราย ซึ่งเป็นสามีภรรยา หลบหนีไปอยู่ใน อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ จึงนำกำลังเข้าจับกุมตัวทั้งหมดได้พร้อมหลักฐาน นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสามรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันยื่นเอกสารเท็จจริง โดยยอมรับว่าเสียค่าเบี้ยประกันเพียงปีละ 500–600 บาท แต่ได้รับการคุ้มครองสูงถึง 100,000 บาท จึงหลงเชื่อคำชักชวนของคนรู้จักที่เสนอจัดทำเอกสารปลอมเพื่อขอเคลมค่าสินไหม ทั้งนี้ ตำรวจอยู่ระหว่างขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการรายอื่นที่เกี่ยวข้องต่อไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ตร. เตือนร้านทองในพื้นที่เสี่ยงกว่า 100 แห่งทั่วกรุง ร่วมมือจัดทำแผนเผชิญเหตุปล้นทรัพย์
พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังร่วมประชุมกำหนดมาตรการป้องกันเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง ถึงความคืบหน้าคดีคนร้ายบุกเดี่ยวชิงทองคำหนัก 198 บาท พร้อมเงินสด 170,000 บาท จากร้านทองออโรร่า ภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง
แม่บินกลับประเทศ ตามช่วยลูกสาว 14 ปี ถูกแม่เล้าวัย 18 ลวงค้ากาม ตร.บุกรวบ 4 ลูกค้าซื้อบริการ
พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ผบก.ปคม.), พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.สุพจน์ ทองมาเอง, พ.ต.ท.กฤษดา จิระวาณิชกุล สว.กก.2 บก.ปคม.ร่วมกันจับกุม น.ส.ปาริฉัตร อายุ 18 ปี ผู้ต้องหาที่ 1 , น.ส.เจนจิราฯ อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาที่ 2 ,นายฐนัสพงษ์ฯ อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาที่ 3 ,นายดิเรกฯ อายุ 57 ปี ผู้ต้องหาที่ 4 และนายชาญชัยฯ อายุ 50 ปี ผู้ต้องหาที่ 5
รวบ 4 สมุน ‘แชมป์กุดข้าวปุ้น’ ยึดไอซ์ 480 กก. สวมรอยขนส่งเอกชน
ตำรวจชายแดนสนธิกำลังบุกจับ 4 ผู้ต้องหาเครือข่าย “แชมป์กุดข้าวปุ้น” คาบ้านพัก อ.เมืองนครพนม ขณะช่วยกันแพ็คยาไอซ์ใส่ลังกระดาษ เตรียมใช้รถตู้ทึบลำเลียงเข้าพื้นที่ชั้นใน
จับวัยรุ่นไทย ค้ายาบ้า 6 หมื่นเม็ด ไอซ์ 2 กก. โยงหนุ่มลูกครึ่งออสซี่
ตำรวจสภ.วิชิต ล่อซื้อจับกุมวัยรุ่นชายอายุ 16 ปี ขณะรับพัสดุหน้าห้างดัง ยึดยาบ้าและไอซ์จำนวนมาก เจ้าตัวรับสารภาพทำตามคำสั่งหนุ่มลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย หลบหนีทัน ตรวจค้นบ้านพักพบยาเสพติดเพิ่มอีกหลายรายการ
คดีพลิก! ผบ.ตร. เผยวัตถุปริศนาว่อนสุวรรณภูมิ เป็นแสงเครื่องบิน-หมู่ดาว ไม่พบบินโดรนพื้นที่ต้องห้าม
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) เปิดเผยถึงการตรวจพบโดรนรอบสนามบินสุวรรณภูมิ ว่า ได้รับรายงานเหตุเมื่อช่วงค่ำวันที่ 20 ธ.ค.ที่ผ่านมา ว่าพบวัตถุลักษณะคล้ายโดรนบินอยู่บริเวณปลายเส้นทางบินรันเวย์ที่ 1 ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หลังรับแจ้งได้สั่งการให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค
คลั่งหลอนยายิงเมียดับ ต่อหน้าลูกสาว-ลูกเขย อ้างฝังแค้น 16 ปี
ผู้ต้องหาให้การอ้างปัญหาความคับข้องสะสมยาวนาน ขณะที่ลูกสาว-ลูกเขยยืนยันเหตุเกิดจากพฤติกรรมของผู้ต้องหาเอง ทั้งเสพยา พกปืน และข่มขู่ผู้ตายจนต้องย้ายไปอยู่บ้านลูก ก่อนเกิดเหตุสลดกลางบ้านพักในนครพนม

