ผู้ต้องหาให้การอ้างปัญหาความคับข้องสะสมยาวนาน ขณะที่ลูกสาว-ลูกเขยยืนยันเหตุเกิดจากพฤติกรรมของผู้ต้องหาเอง ทั้งเสพยา พกปืน และข่มขู่ผู้ตายจนต้องย้ายไปอยู่บ้านลูก ก่อนเกิดเหตุสลดกลางบ้านพักในนครพนม
3 ธันวาคม 2568 - เมื่อ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สภ.บ้านแพง จ.นครพนม ควบคุมตัวนายธราดล เสนจันทร์ฒิไชย หรือ “เม” อายุ 51 ปี มาสอบปากคำ หลังถูกกล่าวหายิงภรรยา คือ นางศศิธร เสนจันทร์ฒิไชย หรือ “ครูติ๋ง” อายุ 54 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากกระสุนปืนขนาด .38 ที่แขนซ้ายทะลุชายโครงฝังในปอด ก่อนเสียชีวิตที่โรงพยาบาลบ้านแพง เหตุเกิดช่วงค่ำวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา
นายเมให้การว่าเริ่มมีปัญหาในครอบครัวมาราวปี 2552 หลังภรรยาตัดสินใจขายสวนยางพาราที่ทั้งคู่ปลูกไว้ ก่อนจะมีปัญหาเรื่องเงินกู้และการขอเงินใช้ส่วนตัวหลายครั้ง โดยระบุว่าบ่มเพาะความคับแค้นใจอยู่ในอกเรื่อยมา จนถึงวันเกิดเหตุที่ขอเงินจำนวนหนึ่งจากภรรยาแต่ไม่ได้รับตามต้องการ จึงขับรถจักรยานยนต์ไปที่บ้านลูกสาวและลูกเขย ซึ่งเป็นที่พักของผู้เสียชีวิตในช่วงหลัง
เมื่อไปถึงบ้าน มีการโต้เถียงกันในห้องพัก โดยนายเมอ้างว่าภรรยายืนหลบอยู่หลังลูกเขย ไม่ยอมพูดคุยและไม่ให้เงิน จึงเกิดอารมณ์โกรธ ชักปืนที่พกติดตัวลั่นไกใส่หนึ่งนัด ก่อนขับรถหลบหนีไปบ้านพี่สาว โดยระบุว่าตั้งใจจะมอบตัวในเวลาต่อมา
พ.ต.อ.จีรุฏฐ์ พิมพา ผกก.สภ.บ้านแพง พร้อมตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบ พบปลอกกระสุน .38 ตกอยู่หน้าบ้าน ก่อนติดตามผู้ต้องหาไปควบคุมตัวที่บ้านพี่สาว พร้อมตรวจยึดปืนพกสั้นแบบไทยประดิษฐ์ที่ซุกอยู่ใต้เบาะรถจักรยานยนต์ ผลตรวจปัสสาวะพบสารเสพติดประเภท 1 เป็นบวก ซึ่งสอดคล้องกับประวัติในคดีเสพยาเสพติดและคดีอาวุธปืนที่เกี่ยวข้องเมื่อปี 2567
ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังสถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพ พบลูกเขยและลูกสาวของผู้เสียชีวิตซึ่งยืนยันว่าเหตุการณ์ไม่ได้เป็นไปตามคำให้การของผู้ต้องหาในหลายส่วน ลูกสาวเผยว่าแม่ให้อภัยพ่อเสมอ แม้พ่อจะเสพยาบ้าถูกส่งบำบัดหลายครั้ง ล่าสุดเพิ่งออกจากสถานบำบัดได้เพียงสามวันก็กลับไปเสพอีก อีกทั้งยังมักพกปืนและมีพฤติกรรมข่มขู่จนแม่ต้องย้ายมาอยู่กับลูกเพราะไม่กล้าอยู่บ้านตามลำพัง
ส่วนลูกเขยเล่าทั้งน้ำตาว่าคนดีอย่างแม่ยายคงหาที่ไหนมาแทนไม่ได้ และรู้สึกมาตลอดว่าสักวันต้องมีเรื่องร้ายเกิดขึ้น
ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ ยิงปืนโดยไม่มีเหตุอันควร และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 จากนั้นนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านแพง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แม่บินกลับประเทศ ตามช่วยลูกสาว 14 ปี ถูกแม่เล้าวัย 18 ลวงค้ากาม ตร.บุกรวบ 4 ลูกค้าซื้อบริการ
พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ผบก.ปคม.), พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.สุพจน์ ทองมาเอง, พ.ต.ท.กฤษดา จิระวาณิชกุล สว.กก.2 บก.ปคม.ร่วมกันจับกุม น.ส.ปาริฉัตร อายุ 18 ปี ผู้ต้องหาที่ 1 , น.ส.เจนจิราฯ อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาที่ 2 ,นายฐนัสพงษ์ฯ อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาที่ 3 ,นายดิเรกฯ อายุ 57 ปี ผู้ต้องหาที่ 4 และนายชาญชัยฯ อายุ 50 ปี ผู้ต้องหาที่ 5
'อนุทิน' อ้อนชาวนาหว้า นครพนม เมตตาเลือก 'ขวัญ ศุภพานี' ลูกครูแก้ว เข้าสภาฯ
"อนุทิน" อ้อนคนนาหว้า นครพนม เมตตาเลือก "ขวัญ ศุภพานี" ลูกครูแก้ว เข้าสภาฯ เลือก"ภูมิใจไทย" บริหารประเทศ จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นตามแนวชายแดนแน่นอน ลั่นจะทำให้ลูกหลานเห็นว่า ประเทศนี้ไม่ได้คุกคามเมื่อไหร่ก็มาได้ “กูไม่ใช่หลานมึงนะเว้ย"
'อนุทิน' ลาราชการหาเสียงอีสานเต็มสูบอ้อนคนนครพนมอย่าลืมเบอร์ 37 เด้อ
'อนุทิน' ลาราชการบินนครพนมประเดิมหาเสียงอีสานเต็มสูบเช้ายันค่ำ ขอคะแนนคนริมโขง ย้ำนายกฯคนนี้ กู้ศักดิ์ศรีประเทศ ทำทุกอย่างให้แล้ว ขอให้เลือกภูมิใจไทย 4 เขต ยกจังหวัด อ้อนอย่าลืมเบอร์ 37 เด้อ
รวบ 4 สมุน ‘แชมป์กุดข้าวปุ้น’ ยึดไอซ์ 480 กก. สวมรอยขนส่งเอกชน
ตำรวจชายแดนสนธิกำลังบุกจับ 4 ผู้ต้องหาเครือข่าย “แชมป์กุดข้าวปุ้น” คาบ้านพัก อ.เมืองนครพนม ขณะช่วยกันแพ็คยาไอซ์ใส่ลังกระดาษ เตรียมใช้รถตู้ทึบลำเลียงเข้าพื้นที่ชั้นใน
จับวัยรุ่นไทย ค้ายาบ้า 6 หมื่นเม็ด ไอซ์ 2 กก. โยงหนุ่มลูกครึ่งออสซี่
ตำรวจสภ.วิชิต ล่อซื้อจับกุมวัยรุ่นชายอายุ 16 ปี ขณะรับพัสดุหน้าห้างดัง ยึดยาบ้าและไอซ์จำนวนมาก เจ้าตัวรับสารภาพทำตามคำสั่งหนุ่มลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย หลบหนีทัน ตรวจค้นบ้านพักพบยาเสพติดเพิ่มอีกหลายรายการ
ภรรยากลับบ้านช็อก พบสามีนอนเสียชีวิตบนโซฟา ถูกยิงขมับ!
ตำรวจบางพลีเข้าตรวจสอบบ้านพักย่านบางโฉลง หลังภรรยาพบศพสามีนอนคลุมผ้าบนโซฟา มีบาดแผลถูกยิงขมับ พบปืนไทยประดิษฐ์ตกข้างตัว เบื้องต้นคาดปมเครียดจากป่วยและถูกให้ออกจากงาน

