คลั่งหลอนยายิงเมียดับ ต่อหน้าลูกสาว-ลูกเขย อ้างฝังแค้น 16 ปี

ผู้ต้องหาให้การอ้างปัญหาความคับข้องสะสมยาวนาน ขณะที่ลูกสาว-ลูกเขยยืนยันเหตุเกิดจากพฤติกรรมของผู้ต้องหาเอง ทั้งเสพยา พกปืน และข่มขู่ผู้ตายจนต้องย้ายไปอยู่บ้านลูก ก่อนเกิดเหตุสลดกลางบ้านพักในนครพนม

3 ธันวาคม 2568 - เมื่อ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สภ.บ้านแพง จ.นครพนม ควบคุมตัวนายธราดล เสนจันทร์ฒิไชย หรือ “เม” อายุ 51 ปี มาสอบปากคำ หลังถูกกล่าวหายิงภรรยา คือ นางศศิธร เสนจันทร์ฒิไชย หรือ “ครูติ๋ง” อายุ 54 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากกระสุนปืนขนาด .38 ที่แขนซ้ายทะลุชายโครงฝังในปอด ก่อนเสียชีวิตที่โรงพยาบาลบ้านแพง เหตุเกิดช่วงค่ำวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา

นายเมให้การว่าเริ่มมีปัญหาในครอบครัวมาราวปี 2552 หลังภรรยาตัดสินใจขายสวนยางพาราที่ทั้งคู่ปลูกไว้ ก่อนจะมีปัญหาเรื่องเงินกู้และการขอเงินใช้ส่วนตัวหลายครั้ง โดยระบุว่าบ่มเพาะความคับแค้นใจอยู่ในอกเรื่อยมา จนถึงวันเกิดเหตุที่ขอเงินจำนวนหนึ่งจากภรรยาแต่ไม่ได้รับตามต้องการ จึงขับรถจักรยานยนต์ไปที่บ้านลูกสาวและลูกเขย ซึ่งเป็นที่พักของผู้เสียชีวิตในช่วงหลัง

เมื่อไปถึงบ้าน มีการโต้เถียงกันในห้องพัก โดยนายเมอ้างว่าภรรยายืนหลบอยู่หลังลูกเขย ไม่ยอมพูดคุยและไม่ให้เงิน จึงเกิดอารมณ์โกรธ ชักปืนที่พกติดตัวลั่นไกใส่หนึ่งนัด ก่อนขับรถหลบหนีไปบ้านพี่สาว โดยระบุว่าตั้งใจจะมอบตัวในเวลาต่อมา

พ.ต.อ.จีรุฏฐ์ พิมพา ผกก.สภ.บ้านแพง พร้อมตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบ พบปลอกกระสุน .38 ตกอยู่หน้าบ้าน ก่อนติดตามผู้ต้องหาไปควบคุมตัวที่บ้านพี่สาว พร้อมตรวจยึดปืนพกสั้นแบบไทยประดิษฐ์ที่ซุกอยู่ใต้เบาะรถจักรยานยนต์ ผลตรวจปัสสาวะพบสารเสพติดประเภท 1 เป็นบวก ซึ่งสอดคล้องกับประวัติในคดีเสพยาเสพติดและคดีอาวุธปืนที่เกี่ยวข้องเมื่อปี 2567

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังสถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพ พบลูกเขยและลูกสาวของผู้เสียชีวิตซึ่งยืนยันว่าเหตุการณ์ไม่ได้เป็นไปตามคำให้การของผู้ต้องหาในหลายส่วน ลูกสาวเผยว่าแม่ให้อภัยพ่อเสมอ แม้พ่อจะเสพยาบ้าถูกส่งบำบัดหลายครั้ง ล่าสุดเพิ่งออกจากสถานบำบัดได้เพียงสามวันก็กลับไปเสพอีก อีกทั้งยังมักพกปืนและมีพฤติกรรมข่มขู่จนแม่ต้องย้ายมาอยู่กับลูกเพราะไม่กล้าอยู่บ้านตามลำพัง

ส่วนลูกเขยเล่าทั้งน้ำตาว่าคนดีอย่างแม่ยายคงหาที่ไหนมาแทนไม่ได้ และรู้สึกมาตลอดว่าสักวันต้องมีเรื่องร้ายเกิดขึ้น

ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ ยิงปืนโดยไม่มีเหตุอันควร และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 จากนั้นนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านแพง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รวบ 4 สมุน ‘แชมป์กุดข้าวปุ้น’ ยึดไอซ์ 480 กก. สวมรอยขนส่งเอกชน

ตำรวจชายแดนสนธิกำลังบุกจับ 4 ผู้ต้องหาเครือข่าย “แชมป์กุดข้าวปุ้น” คาบ้านพัก อ.เมืองนครพนม ขณะช่วยกันแพ็คยาไอซ์ใส่ลังกระดาษ เตรียมใช้รถตู้ทึบลำเลียงเข้าพื้นที่ชั้นใน

จับวัยรุ่นไทย ค้ายาบ้า 6 หมื่นเม็ด ไอซ์ 2 กก. โยงหนุ่มลูกครึ่งออสซี่

ตำรวจสภ.วิชิต ล่อซื้อจับกุมวัยรุ่นชายอายุ 16 ปี ขณะรับพัสดุหน้าห้างดัง ยึดยาบ้าและไอซ์จำนวนมาก เจ้าตัวรับสารภาพทำตามคำสั่งหนุ่มลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย หลบหนีทัน ตรวจค้นบ้านพักพบยาเสพติดเพิ่มอีกหลายรายการ

ภรรยากลับบ้านช็อก พบสามีนอนเสียชีวิตบนโซฟา ถูกยิงขมับ!

ตำรวจบางพลีเข้าตรวจสอบบ้านพักย่านบางโฉลง หลังภรรยาพบศพสามีนอนคลุมผ้าบนโซฟา มีบาดแผลถูกยิงขมับ พบปืนไทยประดิษฐ์ตกข้างตัว เบื้องต้นคาดปมเครียดจากป่วยและถูกให้ออกจากงาน

คดีพลิก! ผบ.ตร. เผยวัตถุปริศนาว่อนสุวรรณภูมิ เป็นแสงเครื่องบิน-หมู่ดาว ไม่พบบินโดรนพื้นที่ต้องห้าม

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) เปิดเผยถึงการตรวจพบโดรนรอบสนามบินสุวรรณภูมิ ว่า ได้รับรายงานเหตุเมื่อช่วงค่ำวันที่ 20 ธ.ค.ที่ผ่านมา ว่าพบวัตถุลักษณะคล้ายโดรนบินอยู่บริเวณปลายเส้นทางบินรันเวย์ที่ 1 ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หลังรับแจ้งได้สั่งการให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค

จนท.ปกครองเดินฝ่าดงหนาม 4 กม. จับหนุ่มซุกยาบ้าในรูปู 126 เม็ด

นายจักรพล เที่ยงภักดิ์ ปลัดอำเภอเมืองนครพนม ร่วมกับชุดปราบปรามยาเสพติด กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 236 (ร้อย ตชด.236) ลงพื้นที่สืบหาข่าวกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดรายย่อยในหมู่บ้าน และทราบว่านายเอ็ม (นามสมมติ)