ตำรวจสอบสวนกลางเปิดคลิปเสียง–ภาพ วัตถุพยานคดีให้สินบนกรรมการ ป.ป.ช. ย้ำเป็นข้อกล่าวหาตามพยานหลักฐาน ระบุคดีอยู่ในกระบวนการสอบสวน รอพิสูจน์ในชั้นศาล
6 มกราคม 2569 - ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ร่วมแถลงความคืบหน้าการสอบสวนคดีให้สินบนที่เกี่ยวข้องกับคดีเว็บพนันออนไลน์ ซึ่งมีการกล่าวหาถึง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุว่า คดีดังกล่าวเป็นการสอบสวนกรณีมีการกล่าวหาว่า มีการนำทองคำแท่งน้ำหนักรวมกว่า 200 บาท ไปมอบให้แก่กรรมการ ป.ป.ช.ที่รับผิดชอบคดีเว็บพนันออนไลน์ โดยพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งพยานบุคคล เอกสาร และพยานอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อประกอบการพิจารณา
ในการแถลงข่าว เจ้าหน้าที่ได้เปิดคลิปภาพและเสียง ซึ่งตำรวจระบุว่า เป็นบทสนทนาระหว่าง “นาย ห.” ซึ่งคือ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย กับ “นาย ส.” ซึ่งเป็นอนุกรรมการ ป.ป.ช. โดยมีการพูดถึงน้ำหนักทองคำ การจัดหาทอง และแผนการใช้บุคคลอื่นเป็นผู้จัดซื้อทองคำจำนวนมาก รวมถึงภาพการส่งมอบทองคำภายในรถประจำตำแหน่งของกรรมการ ป.ป.ช. บริเวณลานจอดรถสมาคมชาวปักษ์ใต้ เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2567
พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวอีกว่า พ.ต.อ.ภาคภูมิ ซึ่งถูกระบุว่าเป็นอดีตผู้ใต้บังคับบัญชาคนสนิทของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ได้นำพยานหลักฐานเข้ามามอบให้ตำรวจโดยสมัครใจ ต่อมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้แต่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนเพื่อสืบสวนข้อเท็จจริงอย่างละเอียด
จากการตรวจสอบ พบว่าทองคำดังกล่าวมีอยู่จริง มีที่มา มีใบเสร็จ มีพยานบุคคล และมีลักษณะพิเศษที่สามารถจดจำได้ อีกทั้งมีข้อมูลว่าทองคำชุดดังกล่าวมาอยู่ในความครอบครองของ พ.ต.อ.ภาคภูมิ และมีการนำไปส่งมอบยังสถานที่ตามที่มีการนัดหมายจริง
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุว่า ปัจจุบัน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อยู่ในสถานะอดีตข้าราชการตำรวจ และเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีอาญาหลายคดี ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ระหว่างการพิจารณาของ ป.ป.ช. รวมถึงคดีที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนันและคดีอื่นที่มีเส้นทางการเงินถูกตรวจสอบ
เมื่อถูกถามถึงความล่าช้าของคดีในชั้น ป.ป.ช. พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า ได้มีการสอบถามไปแล้ว แต่ยังไม่ได้รับคำตอบ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าคดีดังกล่าวใช้ระยะเวลาในชั้นตรวจสอบค่อนข้างนาน ทั้งที่มีพยานหลักฐานจำนวนมาก โดยเห็นว่าคดีควรเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลเพื่อให้มีการตัดสินตามพยานหลักฐาน
ด้าน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า จากการสืบสวนพบว่าคดีนี้ส่งผลสะเทือนต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมหลายองค์กร ตำรวจยืนยันว่าดำเนินการตามพยานหลักฐาน และจะสืบสวนทุกประเด็นที่มีข้อเท็จจริงอย่างรอบคอบ โดยไม่เลือกปฏิบัติ
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนตัวยังเชื่อมั่นในศาล อัยการ และ ป.ป.ช. ซึ่งมีทั้งบุคลากรที่ดีและไม่ดี พร้อมยืนยันว่าตำรวจทำหน้าที่ของตนอย่างตรงไปตรงมา และพร้อมทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานเพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏ
ทั้งนี้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ย้ำว่า ข้อกล่าวหาทั้งหมดอยู่ระหว่างกระบวนการสอบสวน ผู้ถูกกล่าวหายังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด และเห็นว่าคดีลักษณะนี้ควรจบลงในชั้นศาลเพื่อให้เกิดความชัดเจนตามกระบวนการยุติธรรม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผบ.ตร. สั่งตำรวจทั่วประเทศปราบยาเสพติดให้สิ้นซากทั้งขบวนการ
"ผบ.ตร." ประชุมบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำชับตำรวจทั่วประเทศลงพื้นที่รับฟังปัญหาประชาชน ปราบปรามยาเสพติดสิ้นขบวนการ และเร่งแก้ไขปัญหาพนักงานสอบสวน
ระทึก! ไฟไหม้ชุมชนติดวัดดัง วอด 10 หลังคาเรือน
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พุทไธสง รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน บริเวณหมู่ที่ 11 ชุมชนศีรษะแรต ต.มะเฟือง อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์
สลด! สาวตกตึกชั้น 6 ดับ แฟนหนุ่มนอกใจอ้างช่วยไว้ไม่ทัน
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ รับแจ้งเหตุหญิงพลัดตกจากที่สูง ภายในหอพักแห่งหนึ่งย่านเทพารักษ์ ตำบลเทพารักษ์ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ
แฉบิ๊กเขมรพันสแกมเมอร์
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลเปิดเผยในรายงานฉบับใหม่
'สตม.-ฝ่ายปกครอง' ทลายเครือข่ายใหญ่ 'พ่อไทยทิพย์' พบ 'จนท.รพ.รัฐ-เอกชน' เอี่ยวอื้อ
‘บิ๊กราญ’ สั่งการ ‘พล.ต.ท.นพศิลป์’ นำกำลัง ตำรวจ ปกครอง DOPA N.I.C.E. บุกทลายเครือข่าย ตัดวงจรพ่อไทยทิพย์ รวม 46 หมายจับ ตรวจสอบโรงพยาบาลรัฐ - เอกชน มีเอี่ยว
'ศจร.ตร.' กำชับจราจรทั่วปท. ยึดนโยบายผบ.ตร. 'ไม่สวมโม่ง-ตักเตือนก่อน-ปรับแบบขั้นบันได'
ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำชับตำรวจจราจรทั่วประเทศปฏิบัติตามนโยบาย ผบ.ตร.เคร่งครัด ไม่ปิดบังใบหน้า - ตักเตือนก่อนปรับ - ปรับแบบขั้นบันได

