ทลายปาร์ตี้เกาะพะงัน รวบแก๊งค้ายาข้ามชาติ ยึดโคเคน-ยาอีเพียบ

12 ม.ค. 2569 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายใต้นโยบายของ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (ผบช.ทท.) ที่สั่งการให้กวดขันกวาดล้างอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและพฤติกรรมไม่เหมาะสมของชาวต่างชาติ อย่างเคร่งครัด ล่าสุด พ.ต.ท.วินิจ บุญชิต สารวัตรตำรวจท่องเที่ยว 5 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3 (สว.ทท.5 กก.2 บก.ทท.3) พร้อมสนธิกำลัง บูรณาการร่วม กก.สืบสวน ภ.จว.สุราษฎร์ธานี, พ.ต.ท.เจริญชัย บุญเกลี้ยง สว.กก.สืบสวน ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ,ร.ต.ต.วัชรินทร์ นาคบำรุง สภ.เกาะพะงัน ภายใต้การอำนวยการสั่งการของ พ.ต.อ.อภิชาต จันทร์สำเร็จ ผกก.สภ.เกาะพะงัน นำโดย พ.ต.ท.ชัยยุทธ คงแก้ว รองผกก.ป.สภ.เกาะพะงัน, ฝ่ายปกครองเกาะพะงัน และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เกาะพะงัน นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม บุกเข้าตรวจสอบวิลล่าหรู “BUNNY VILLA” หมู่ 4 ต.เกาะพะงัน หลังได้รับร้องเรียนจากพลเมืองดีว่ามีการจัดปาร์ตี้มั่วสุม ส่งเสียงดัง และมีชาวต่างชาติเข้าออกผิดสังเกตตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงที่เกิดเหตุ พบประตูวิลล่าเปิดอยู่และมีการเปิดเพลงเสียงดัง พบนาย ชอน ชาฮาร์ (MR.SHON SHAHAR) อายุ 33 ปี สัญชาติอิสราเอล อยู่บริเวณหน้าบ้าน เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่นายชอนมีท่าทีพิรุธและพยายามวิ่งหนีเข้าบ้าน เจ้าหน้าที่จึงสั่งให้หยุดและเข้าตรวจสอบ พบเศษผงสีขาวตกเกลื่อนอยู่บนโต๊ะ

จากการตรวจค้นภายในบ้าน พบหญิงสัญชาติอิสราเอลอีก 2 ราย คือ น.ส.มิเชล เซสซัน (MS.MICHAL SASSON) อายุ 24 ปี และ น.ส.เจนนิเฟอร์ ลีวชิท (MS.JENNIFER LIVSHITS) อายุ 23 ปี พร้อมของกลางยาเสพติดหลายรายการ ประกอบด้วย โคเคน 3.32 กรัม เคตามีน 28.99 กรัม ยาอี (MDMA) 0.86 กรัม บุหรี่ไฟฟ้า 29 ตัว

จากการสอบสวนขยายผล ผู้ต้องหาทั้ง 3 รายให้การซัดทอดว่า ซื้อยาเสพติดมาจาก นายรีเจฟ รัชมานี (MR.REGEV RACHMANI) อายุ 48 ปี สัญชาติอิสราเอลในราคากรัมละ 4,500 บาท โดยติดต่อผ่านแอปพลิเคชัน WhatsApp เพื่อนำมาจำหน่ายต่อให้กับกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลในงานปาร์ตี้ต่างๆ บนเกาะพะงัน เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังขยายผล เข้าตรวจค้นบ้านพักของนายรีเจฟ ในพื้นที่หมู่ 6 ต.เกาะพะงัน พบของกลางเพิ่มเติมจำนวนมาก ได้แก่ โคเคน 33.36 กรัม เคตามีน 16.07 กรัม ยาอี 23 เม็ด ที่แบ่งใส่ถุงอีก 10.39 กรัม เงินสด 79,000 บาท

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหากลุ่มผู้ต้องหาที่ 1-3 ในความผิดฐาน “ร่วมกันครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 และ 2 เพื่อจำหน่าย, ร่วมกันครอบครองวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทเพื่อจำหน่าย, เสพยาเสพติด และครอบครองสินค้าหนีภาษี (บุหรี่ไฟฟ้า)” ส่วนนายรีเจฟ (ผู้ต้องหาที่ 4) ถูกแจ้งข้อหาหนักฐาน “จำหน่ายและครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เอ็กตาซี, แสตมป์ LSD) และประเภท 2 (โคเคน, เคตามีน) เพื่อจำหน่าย และเสพยาเสพติด” ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและผลักดันออกนอกราชอาณาจักรต่อไป

เคสนี้เป็นการบูรณาการร่วมหลายฝ่ายบุกทลายปาร์ตี้ข้ามคืนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาสี่ราย พร้อมทั้งขยายผลต่อได้ของกลางเป็นจำนวนมาก และยังพบว่ามีการบรรจุภัณฑ์ใหม่แบบที่ไม่เคยเจอมาก่อน โดยเป็นถุงเปิดปิดพลาสติกมีรูปปืน ซึ่งเป็นเครือข่ายของกลุ่มอิสราเอลและจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลโดยจำเพาะกลุ่ม ทั้งนี้ ทุกภาคส่วนจับมือกันบูรณาการกวาดล้างผู้กระทำผิดซึ่งเป็นชาวต่างชาติที่เข้ามาพักอาศัยในพื้นที่เกาะพะงัน เพื่อที่จะยกระดับการท่องเที่ยวและยกระดับความปลอดภัยแบบเป็นรูปธรรมที่ยั่งยืนตามนโยบายของภาครัฐที่มุ่งเน้นในแหล่งการท่องเที่ยวเป็นพื้นที่สีขาวในพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยวต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สสส.เผยผลสำเร็จ “โครงการอารักข์สา” สร้างภูมิคุ้มกันเด็กเล็กต้านบุหรี่ไฟฟ้า ครอบคลุม 70 จังหวัด

เด็กไทยเสี่ยงบุหรี่ไฟฟ้าตั้งแต่วัยอนุบาล! ทั้งใกล้ชิด และ ได้ลองสูบ “โครงการอารักข์สา” หนุนนวัตกรรมการเรียนรู้ สร้างภูมิคุ้มกันทางความคิด ปลูกฝังทักษะชีวิตและการปฏิเสธปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่วัยเยาว์

'บิ๊กราญ-นพศิลป์' ลุยกวาดล้าง 'แก๊งพ่อไทยทิพย์' สวมสิทธิเด็กต่างด้าว 1.5 พันคน

'บิ๊กราญ - พล.ต.ท.นพศิลป์' เดินหน้า ร่วมกับ DOPA N.I.C.E เปิดโปงขบวนการ 'พ่อไทยทิพย์' รับสวมสิทธิเด็กต่างด้าวเกือบ 1,500 ราย บุกค้นโรงพยาบาลเอกชน รวบ 4 ผู้ต้องหา

'เลขาฯ สมช.' ยันดับไฟใต้ คุยสันติสุขควบคู่ใช้กฎหมายเข้มข้น

'เลขาฯ สมช.' ชี้ดับไฟใต้ต้องพูดคุย ควบคู่ใช้กฎหมายเข้มข้น บอกตอบโต้รุนแรงยิ่งวุ่นวายขึ้น เชื่อมีผู้เห็นต่างมากกว่าครึ่งพร้อมเข้ากระบวนการ รับมาเลเซียสำคัญทำให้สงบได้

สลด! หนุ่มวัย 34 ปี ขี่ จยย. โดนรถเฉี่ยวชน ดับบนถนนบางนา-ตราด

ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์พลิกคว่ำโดยไม่ทราบคู่กรณี และมีคนขับรถจักรยานยนต์ ได้รับบาดเจ็บสาหัส

ศาลสหรัฐฯ จะเริ่มพิจารณาคดีของ ‘มาดูโร’ ในเดือนมิถุนายน 2027

สหรัฐอเมริกาจะเริ่มการพิจารณาคดีของ นิโกลัส มาดูโร ในวันที่ 1 มิถุนายน 2027 ศาลรัฐบาลกลางในนิวยอร์กกำหนดวันดังกล่าวเมื่อวันพุธ ต่อหน้าอดีตประธานาธิบดีของเวเนซุเอลา มาดูโร วัย 63 ปี อาจต้องโทษจำคุกตลอดชีวิตในข้อหา “ก่อการร้ายยาเสพติด”