14 กันยายน 2569 - ทราย-สิรณัฐ สมุทร นักอนุรักษ์ทางทะเลและสิ่งแวดล้อม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ทำไมต้องคัดค้านการสร้างอ่างเก็บน้ำในอุทยานเขาสิบห้าชั้น? อุทยานเขาสิบห้าชั้นไม่ใช่ป่าเสื่อมโทรมแต่เป็นประตูเชื่อมระหว่างวิถีชีวิตสัตว์และชีวิตคน
ผืนป่าของอุทยานเขาสิบห้าชั้น (75,000 ไร่) เป็นแหล่งที่อยู่สมบูรณ์ของช้างป่ามากกว่า 60 ชีวิต- และเป็นผืนป่าที่คนทั้งจังหวัดรักและหวงแหน- ป่าตรงนี้เป็นหัวใจเป็นแขนเป็นขาของจังหวัดจันทบุรี
รู้มั้ยครับว่าคนสวนคนทำอาชีพเกษตรส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้อ่างเก็บน้ำที่มีอยู่แล้วในจังหวัดเลย? เพราะเขาสามารถเข้าถึงแหล่งน้ำได้เอง (ขุดเจาะน้ำบาดาล- หรือทำบ่อน้ำธรรมชาติ) ทรัพยากรพวกนี้ธรรมชาติได้ จัดสรรมาให้ทุกคนอย่างเท่าเทียม/อย่างฟรีๆ
การสร้างอ่างเก็บน้ำมันจะคุกคามวิถีชีวิตที่คนในจังหวัดดำรงชีวิตเพราะ
1) พื้นที่ใกล้เคียงมีสิทธิ์ที่จะแห้งมากขึ้นเพราะอ่างเก็บน้ำกระทบเส้นทางจำหน่ายน้ำทั้งใต้ดินและบนดิน-เลยบางคนในจังหวัดจะต้องมีค่าใช่จ่ายเพิ่มเพื่อจะต่อท่อ/ขออนุญาตเพื่อเข้าถึงทรัพยากรเเหล่งน้ำตรงนี้
2) คนจันทบุรีจะเสียพื้นป่าที่เป็นที่รักษาระบบนิเวศน์ (+สุขภาพ) ของอากาศและสิ่งที่มีชีวิตทั้งหลายในจังหวัด (เส้นทางน้ำ- วงจรการหมุนเวียนของอากาศ)
3) ช้างที่ไม่มีที่อยู่อาศัยจะต้องเข้ามาใกล้ในตัวเมืองซึ่งมีโอกาสที่จะสร้างสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงต่อทั้งคนและช้าง
นี้คือเหตุผลที่ทำไมคนจันทบุรีออกมาเรียกร้องคัดค้านการละเมิดสิทธิและเสียงของคนในพื้นที่ในครั้งนี้ -มันบิดเบี้ยวและไม่ถูดต้องที่นักการเมืองหรือผู้หริหารในหน่วยรัฐ (ทุกๆคนนอกพื้นที่) ได้อ้างว่าชาวบ้านต้องการโครงการนี้เพราะจากถามชาวบ้านในวันนี้เขาตอบว่า "ไม่ต้องการ" ไม่มีใครควรมีสิทธิ์โขมยอนาคตของคนอื่น- รู้มั้ยว่าก่อนหน้านี้ไม่ได้มีการสอบถามหรือเข้ามาถึงในพื้นที่ชุมชนเพื่อสอบถามความคิดเห็นอย่างจริงๆจังๆ
โครงการครั้งนี้(ใช้พื้นที่รวมประมาณ 14,000 กว่าไร่+ ใช้งบ 7200 ล้านบาท) เปรียบเสมือนการนำอวัยวะของคนอื่นมาตัดและขายส่งออก...ผู้ถูกกระทำพิการตลอดชีวิต
หน่วยรัฐเราโดยเฉพาะกระทรวงทรัพยากร ควรทันสมัยและมองออกว่านับวันเราควรเพิ่มพื้นที่อนุรักษ์ไม่ใช่เพิกถอนให้ลดน้อยลงกว่าเดิม- พื้นที่ป่าแบบนี้หายากและค่ามากว่าเงินและทอง (เพราะเขามีบทบาทสำคัญในการรักษาสัขภาพกายและใจของทุกชีวิตในพื้นที่)
ผมเริ่มเชื่อว่าภาครัฐไม่ควรมีอำนาจที่จะถอนป่าพื้นที่ใหญ่แบบนี้โดยเฉพาะถ้าไม่มีการยินยอมจากเสียงคนในจังหวัดและยืนยัดว่ารัฐควรมีอำนาจเพิ่มพื้นที่อนุรักษ์เท่านั้น
ผมยืนข้างคนจันทบุรีครับ


ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เลขาฯสภาพัฒน์ เผย นายกฯเรียกหารือ 'ดาต้าเซ็นเตอร์' สั่งเร่ง 2 โครงการชลประทาน 2 แสนล้าน เข้าครม.
“เลขาฯสภาพัฒน์” เผย นายกฯเรียกคุยหลายเรื่อง เร่งดันโครงการชลประทานขนาดใหญ่เข้า ครม. หลังค้างเติ่งอยู่เกษตร ปัดสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด เพื่อดึงน้ำให้ดาต้าเซนเตอร์ บอกไม่เกี่ยวกันเลย
ครม. ไฟเขียวอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด 7.2 พันล้าน เพิ่มความมั่นคงน้ำภาคตะวันออก รองรับ EEC
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน ดำเนินโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จังหวัดจันทบุรี กรอบวงเงินงบประมาณ 7,200 ล้านบาท
'แม่ทราย สก๊อต' แถลงเปิดใจ! หลังถอนฟ้องลูกแล้ว
นางจีรานุช ภิรมย์ภักดี มารดาของนายสิรณัฐ สก๊อต หรือทราย ได้ดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งพระโขนง เพื่อขอถอนฟ้องคดีความกับทราย เรื่องเพิกถอนการให้แล้ว
'ทราย สก๊อต-แม่' ไกล่เกลี่ยนัดแรกไม่สำเร็จ ศาลนัดอีกครั้ง 16 มิ.ย.
ที่ศาลแพ่งพระโขนง ภายหลังจากศาลแพ่งพระโขนงมีคำสั่งให้นัดไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในคดีหมายเลขดำที่ พ.101/2569 ระหว่าง นางจีรานุช ภิรมย์ภักดี โจทก์ กับ นายสิรณัฐ สก๊อต หรือ ทราย สก๊อต จำเลย เรื่อง เพิกถอนการให้ ซึ่งโจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 5 ก.พ. 2569 และจำเลยยื่นคำให้การแล้ว
'นักวิชาการ' ยกเคส 'ทราย' สะท้อนความเงียบ อำนาจครอบครัว ข้อจำกัดกระบวนการยุติธรรม
รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความเรื่อง ความเงียบ อำนาจครอบครัว และข้อจำกัดของกระบวนการยุติธรรม มีเนื้อหาดังนี้
บริษัทบุญรอด เคลื่อนไหวแล้ว! ออกแถลงการณ์กรณี 'ทราย สก๊อต'
กลุ่มบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ออกหนังสือแถลงการณ์เรื่อง "แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยืนยันจุดยืนต่อต้านการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ" โดยระบุว่า กลุ่มบริษัทบุญรอดฯ รับทราบถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับคุณสุนิษฐ์ สก๊อต (คุณพาย) และขอแสดงความเสียใจอย่าง

