รวบ 'แจ๊ค หยาง' หนุ่มจีนหนีคดีฉ้อโกง สแกมเมอร์ระดับสั่งการ ตั้งฐานอยู่ฟิลิปปินส์

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง รวบ "แจ๊ค หยาง" ชาวจีน เจ้าพ่อสแกมเมอร์ระดับสั่งการ สวมสัญชาติโดมินิกัน มีฐานปฏิบัติการอยู่ จ.มินดาเนา ประเทศฟิลิปปินส์ หลบหนีคดีฉ้อโกงออนไลน์เกือบกว่า 900 ล้านบาท จนมุมที่ชลบุรี

13 มกราคม 2569 - พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รอง ผบก.ตม.3 ,พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส. บก.ตม.3 , พ.ต.ท.ปิติพัฒน์ ศรีธนาอภินันท์ รอง ผกก.สส.บก.ตม.3, พ.ต.ท.จตุรโชค เพชรคง สว.กก.สส.บก.ตม.3 นำร่วมกันจับกุม นายหยาง หรือนายยัง สแกมเมอร์ระดับ tier 1 ขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ จับกุมที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ในการจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สืบสวนทราบว่านายหยาง หรือ ยัง อายุ 41 ปี สัญชาติจีน เป็นหนึ่งในเป็นตัวการสำคัญในคดีฉ้อโกงออนไลน์ ในประเทศจีน สร้างความเสียหายให้ประชาชนจีนเป็นจำนวนมาก หลังมีการจับกุมผู้ต้องหาในเครือข่าย ชื่อของนายหยาง เริ่มถูกซัดทอดจากผู้ต้องที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้กว่า 320 คน โดยให้การว่า หยาง เป็นตัวการสำคัญในองค์กร โดยมีฐานปฏิบัติการอยู่ที่เมือง Cagayan De Oro จังหวัดมินดาเนา ประเทศฟิลิปปินส์

โดยมีแผนประทุษกรรมของขบวนการคือการหลอกหลวงเหยื่อ โดยการส่งข้อความให้ประชาชนหลงเชื่อ เพื่อดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นการเล่นการพนันออนไลน์ โดยจะให้เหยื่อวางเงินพนันและซื้อเหรียญสำหรับการเล่นการพนัน ซึ่งมีอุบายให้เหยื่อลงเชื่อในการได้กำไรเล็กน้อยและสามารถเบิกถอนเงินได้ พอเหยื่อลงทุนมากขึ้น ก็จะปิดแอพพลิเคชั่นและเอาเงินของผู้เสียหายไป

ปัจจุบันมีผู้เสียหายกว่า 600 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย เกือบ 900 ล้านบาท จนชื่อชั้นของนายหยาง เริ่มติดเข้าไปในลิสต์รายชื่อของอาชญากรที่เป็นที่ต้องการตัวของตำรวจสากล และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในหลายประเทศ แต่นายหยางมักจะระมัดระวังตัว จนสามารถหลบหนีการจับกุมของตำรวจสากล ตำรวจจีน และตำรวจฟิลิปปินส์ได้เรื่อยมา

กระทั่งเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า เจ้าพ่อสแกมเมอร์ชาวจีน ผู้ต้องหาที่เป็นที่ต้องการตัวของทั้งตำรวจสากล และทางการจีน พบว่านายหยาง หรือยัง เป็นบุคคลคนเดียวกับนาย แจ๊ค หยาง สัญชาติโดมินิกัน ซึ่งอาศัยการเปลี่ยนชื่อ สัญชาติ และแฝงตัวเข้ามาในฐานะนักท่องเที่ยว และสืบสวนต่อจนทราบว่ามาพักอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังได้รับทราบเบาะแสดังกล่าว จึงได้นำกำลังไปเฝ้าสังเกตการณ์ จนพบตัวแจ๊ค หยาง ได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองพร้อมแสดงบัตรประจำตัว ขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง

เบื้องต้นเจ้าตัวยังไม่ยอมปริปากว่าตนคือ นายหยาง ผู้ต้องหาตามหมายจับตำรวจสากลชาวจีน แต่เจ้าหน้าที่มีข้อมูลเชิงลึกครบถ้วน ประกอบกับหลักฐานทางไบโอเมตริกซ์ ยืนยันความเป็นบุคคลเดียวกัน จึงได้ดำเนินการแจ้งการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร และควบคุมตัวนำตัวส่ง กก.3 บก.สส.สตม. ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ หารือเอฟบีไอย้ำจับมือปราบ 'อาชญากรรมข้ามชาติ-ภัยไซเบอร์'

นายกฯ ย้ำความร่วมมือตำรวจไทย–FBI ผนึกกำลังปราบอาชญากรรมข้ามชาติ-ภัยไซเบอร์ เดินหน้าสร้างเครือข่ายความมั่นคงรับมือภัยคุกคามยุคใหม่

ดีอี แจงข่าวจริง 'ETDA ออกกฎใหม่ ยิงโฆษณาในสื่อโซเชียล ต้องสแกนหน้า-ยืนยันตัวตนก่อน' ช่วยตัดช่องทาง 'สแกมเมอร์' หลอกลวง ปชช.

AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 130,496 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 4,716 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด

ดีอี เร่งรัดกระบวนการคืนเงินผู้เสียหายจาก 'สแกมเมอร์' เตรียมพร้อมรับกฎกระทรวงฯ มีผลบังคับใช้ 12 ส.ค.69 นี้

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มอบหมาย นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตาม พ.ร.ก.มาตรา 13 ครั้งที่ 2/2569 โดยมีนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

รวบขาใหญ่ยากูซ่าคาสนามบิน หลอกโอนเงินกว่า 200 ล้านบาท ก่อนหนีซุกไทย

กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกับ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย กองกำกับการสืบสวนสอบสวน (บก.สส.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ ACSC ร่วมกันควบคุมตัว นายทาคาฟุมิ (MR.TAKAFUMI) อายุ 31 ปี สัญชาติญี่ปุ่น เป็นบุคคลต้องห้ามตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 12(7) มีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อถือว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคมหรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุข