'ตร.ไซเบอร์' สะกดรอยเส้นเงินแก๊งสแกมเมอร์ คืนเงินเหยื่อ 5 ราย รวมกว่า 3.1 ล้านบาท

3 สิงหาคม 2569 - ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.)พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท., พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ชัชปัณฑกานต์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผบก.สอท.2 พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว ตร.ไซเบอร์สะกดรอยเส้นเงินแก๊งสแกมเมอร์ ตามเงินคืนเหยื่อ 5 ราย รวมกว่า 3.1 ล้านบาท

สืบเนื่องจาก พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดขับเคลื่อนโครงการ “MONEY CASH BACK ปิดบัญชี ตามล่าม้า คว้าเงินคืน” ให้ต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ สามารถจับกุมเครือข่ายบัญชีม้าของขบวนการหลอกลวงออนไลน์ และสามารถติดตามนำคืนให้แก่ผู้เสียหายตามขั้นตอนในโครงการ “MONEY CASH BACK” ไปแล้วหลายครั้ง รวมจำนวนเงินกว่าหลายร้อยล้านบาท ต่อมา พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผบก.สอท.2 จึงกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดเร่งขับเคลื่อนตามนโยบาย ผบช.สอท. กระทั่ง พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ ปานกลิ่นพุฒ ผกก.4 บก.สอท.2 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดสืบสวนสอบสวน จนสามารถติดตามเงินคืนให้แก่ผู้เสียหายได้ จำนวน 5 ราย รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 23.8 ล้านบาท รายละเอียด ดังนี้

เคสที่ 1 หลอกทำงานโปรโมทสินค้าและกิจกรรม อายัดเงินคืนได้กว่า 1.1 ล้านบาท ผู้เสียหายพบโพสต์ประกาศขายหนังสือในสื่อโซชียลมีเดียจึงติดต่อไป ต่อมาคนร้ายกลับเริ่มชักชวนให้เข้าร่วมทำงานโปรโมทสินค้าและทำกิจกรรมต่างๆ ตามภารกิจที่ได้รับ โดยในช่วงแรกเมื่อโอนเงินเข้าระบบสามารถถอนเงินออกมาได้จริง แต่ช่วงหลังกลับไม่สามารถถอนเงินออกจากระบบได้ โดยคนร้ายอ้างว่าผู้เสียหายทำผิดระบบ และล่อลวงให้โอนเงินเพิ่มเรื่อยๆ สุดท้ายโอนเงินไปทั้งสิ้น จำนวน 15 ครั้ง รวมความเสียหาย 5,135,830 บาท ต่อมา ว่าที่ พ.ต.ต.วิเชษฐ์ จันตรี สว.(สอบสวน) กก.4 บก.สอท.2 / พนักงานสอบสวน ได้ติดตามเส้นทางการเงินและประสานธนาคารจนสามารถอายัดเงินได้ จำนวน 1,164,660 บาท

เคสที่ 2 แอบอ้างเป็น “เสี่ยปู่” หลอกลงทุนเทรดหุ้น อายัดเงินคืนได้ 1 แสนบาทผู้เสียหายได้พบโฆษณาบนเพจเฟซบุ๊กเกี่ยวกับการเทรดหุ้นโดยแอบอ้างชื่อ “เสี่ยปู่ สมพงษ์ ชลคดีดำรงกุล” ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนที่มีชื่อเสียง ผู้เสียหายสนใจจึงสอบถามรายละเอียด จากนั้นแอดไลน์และได้คุยกับบุคคลที่อ้างตัวเป็น “เสี่ยปู่”ก่อนส่งต่อให้คุยกับเลขาชื่อ "พลอย" แล้วสอนให้เทรดหุ้นและโอนเงินผ่านเว็บไซต์ juaedrkg แต่กลับไม่สามารถถอนเงินออกจากระบบได้ โอนเงินไปทั้งสิ้น จำนวน 5 ครั้ง รวมความเสียหาย จำนวน 4,031,604.24 บาท ต่อมา พ.ต.ท.หญิง ธิดารัตน์ สุขะ สว.(สอบสวน) กก.4 บก.สอท.2 / พนักงานสอบสวน ได้ติดตามเส้นทางการเงินและประสานธนาคารจนสามารถอายัดเงินได้ จำนวน 100,000 บาท

เคสที่ 3 แอบอ้างเป็นตำรวจ สภ.เสม็ด วิดีโอคอลข่มขู่โอนเงิน อายัดเงินคืนได้ 1.1 ล้านบาท ผู้เสียหายได้รับสายจากโทรศัพท์แอบอ้างเป็นพนักงาน AIS แจ้งว่าผู้เสียหายถูกนำข้อมูลถูกไปเปิดเบอร์ใหม่เพื่อทำเรื่องผิดกฎหมาย จากนั้นได้โอนสายให้คุยกับชายที่อ้างตัวเป็นตำรวจ สภ.เสม็ด แล้วข่มขู่บังคับให้ผู้เสียหายล็อกห้องขังตัวเองไว้ พร้อมกับโทรวิดีโอคอลเปิดกล้องตลอดเวลา และข่มขู่ให้โอนเงินไปตรวจสอบจนหมดบัญชี ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไป จำนวน 5 ครั้ง รวมจำนวน 2,495,636 บาท

ต่อมา ร.ต.ท.พัชรวัฒน์ พชิรพิพัฒพล รอง สว.(สอบสวน) กก.4 บก.สอท.2 / พนักงานสอบสวน ได้ติดตามเส้นทางการเงินและประสานธนาคารจนสามารถอายัดเงินได้ โดยก่อนหน้านี้สามารถอายัดเงินได้แล้ว จำนวน 820,000 บาท และในครั้งนี้สามารถติดตามเงินคืนเพิ่มได้อีก จำนวน 280,000 บาท รวมสามารถอายัดเงินคืนผู้เสียหายได้ทั้งสิ้น จำนวน 1,100,000 บาท

เคสที่ 4 หลอกลงทุนเทรดหุ้น อายัดเงินคืนได้ 1.9 แสนบาทผู้เสียหายได้ถูกชักชวนให้โอนเงินลงทุนเทรดหุ้น จากนั้นจึงหลงเชื่อและโอนเงินตามคำแนะนำ แต่หลังจากโอนเงินไปแล้วกลับไม่สามารถถอนเงินได้ คนร้ายแจ้งว่าต้องโอนเพิ่มเป็นค่าทีมวิเคราะห์ จึงโอนเงินเพิ่มแต่ก็ยังไม่สามารถถอนเงินได้ คนร้ายจึงแจ้งให้โอนเงินเพิ่มเพื่อจ่ายค่าภาษีผลกำไร แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถถอนเงินได้อีก สุดท้ายผู้เสียหายโอนเงินไป จำนวน 8 ครั้ง รวมจำนวน 1,515,128.03 บาท ต่อมา ร.ต.ท.พัชรวัฒน์ พชิรพิพัฒพล รอง สว.(สอบสวน) กก.4 บก.สอท.2 / พนักงานสอบสวน ได้ติดตามเส้นทางการเงินและประสานธนาคารจนสามารถอายัดเงินได้ จำนวน 190,000 บาท

เคสที่ 5 หลอกลวงลงทุนเทรดทองคำ อายัดเงินคืนได้ กว่า 6.3 แสนบาท ผู้เสียหายถูกคนร้ายชักชวนให้ลงทุนเทรดทองคำ โดยโอนเงินเปิดบัญชีครั้งแรก จำนวน 20,000 บาท และคนร้ายได้สร้างตัวเลขแสดงผลกำไรปลอมในระบบว่าได้กำไร จำนวน 3,000 บาท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินลงทุนเพิ่มเรื่อยๆ แต่สุดท้ายไม่สามารถถอนเงินออกได้จริง โดยโอนงินไปทั้งสิ้น จำนวน 15 ครั้ง รวมจำนวน 10,696,952 บาทต่อมา พ.ต.ท.วรากร ไชยวงค์ รอง ผกก.(สอบสวน) กก.4 บก.สอท.2 / พนักงานสอบสวน ได้ติดตามเส้นทางการเงินและประสานธนาคารจนสามารถอายัดเงินได้ จำนวน 630,180 บาท

โดยวันนี้ พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดติดตามคดี จึงได้ร่วมกันนำเงินจำนวน 3,184,840 บาท คืนให้แก่ผู้เสียหาย ตามโครงการ“MONEY Cash Back ปิดบัญชี ตามล่าม้า คว้าเงินคืน”

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศาลไม่ให้ประกัน แอดมินเพจ Godd Dam ชี้พฤติการณ์ร้ายแรง กระทบความสงบสุขในสังคม

ไซเบอร์หิ้วเเอดมินเพจ Godd Dam ผิด พรบ.คอมฯอ้างค่าน้ำชานายก 7 ล้าน ฝากขังศาลอาญา ทนายยื่นค้านฝากขัง รอไต่สวนมีคำสั่ง

ขยับแล้ว! 'ดีเอสไอ' จ่อเรียก ก.ล.ต. แจงปมเว็บพนันชัฟเฟิล ประสานตร.ไซเบอร์แกะรอยเส้นเงิน

"ดีเอสไอ" จ่อเรียก ก.ล.ต. สอบเว็บพนันชัฟเฟิลสัปดาห์หน้า เร่งประสานตำรวจไซเบอร์ไล่เส้นทางพนันออนไลน์-สินทรัพย์ดิจิทัล ลุ้นเรียก “ไชยชนก-สุชาดา” แจงข้อเท็จจริง ย้ำทุกอย่างต้องเป็นไปตามพยานหลักฐานและข้อกฎหมาย

'โรม' เปิดเส้นเงิน 3.8 ล้าน โยงเว็บพนันชัฟเฟิล ซัดตร.ไซเบอร์เกียร์ว่างอ้างรอหลักฐานนักเล่น

นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยภายหลังการประชุม กมธ. ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบคดีเว็บไซต์พนันออนไลน์คริปโตเคอร์เรนซี "ชัฟเฟิล"

กมธ.ตำรวจเล่นใหญ่! เรียกตำรวจไซเบอร์เช็กเงินบริจาคทุกพรรคการเมือง

'กมธ.ตำรวจ' จ่อเรียกตำรวจไซเบอร์ไล่เช็กเส้นทางการเงิน-Payment Gateway เงินบริจาคทุกพรรคการเมือง ลั่นพรรคไหนพัวพันธุรกิจสีเทา เว็บพนันนอมินีหรือแก๊งฉ้อโกงมีหนาว สุ่มเสี่ยงถูกยื่นยุบพรรค

ทลายเครือข่าย 'เบน สมิธ-ยิม เลียก' ฟอกเงินข้ามชาติ ยึดทรัพย์ทะลุ 3.5 หมื่นล้าน

ตำรวจ ปอศ.-กองปราบ สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ ก.ล.ต.เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายมหากาพย์ฟอกเงินข้ามโลก “เบน สมิธ-ยิมเลียก” ซ่อนเงินผ่านธนาคารและกองทุนต่างประเทศหลายชั้น ก่อนแปรสภาพเป็นหุ้นขนาดใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ตร.ไซเบอร์ ทลายแก๊งเงินกู้นอกระบบรายใหญ่ภาคเหนือ ล็อก 6 ผู้ต้องหา เงินหมุนเวียนทะลุ 120 ล้าน

ตำรวจไซเบอร์ทลายเครือข่ายเงินกู้รายใหญ่ภาคเหนือ 3จุด จับผู้ต้องหา 6 ราย เจ้าของโตณะเงินกู้-หัวหน้าสายควบคุมการเงิน พบมีลูกค้าก็ว่า 1,000 ราย เงินหมุนเวียนกว่า 120 ล้าน