
16 ม.ค. 2569 – ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และ พ.ต.อ.ปริญญา กลิ่นเกษร รองผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 แถลงแนวปฏิบัติเกี่ยวกับผู้ต้องกักของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และชี้แจงการตรวจสอบคดีปล่อยตัวผู้ต้องกักสัญชาติจีน
พล.ต.ท.ไตรรงค์ เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าว สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับการประสานกรณีอาจมีขบวนการทุจริตปล่อยตัวผู้ต้องกักสัญชาติจีน ตั้งแต่เดือนมกราคม 2568 จากการที่สถานทูตจีนได้ประสานขอให้ตรวจสอบกรณี นายอาฮ่าง (นายหม่า กวางซู่) ผู้ต้องกักสัญชาติจีน ที่พ้นจากการควบคุมของสถานกักตัวโดยไม่ทราบสาเหตุ หลังได้รับการประสาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติสั่งกองบัญชาการตำรวจนครบาลตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที
จากการตรวจสอบพบการกระทำผิดจริง โดยพบพนักงานสอบสวน จำนวน 5 นาย มีการแจ้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เพื่อขอตัวผู้ต้องกัก แล้วไม่แจ้งผลและส่งตัวผู้ต้องกักต่อ สตม. กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) จึงรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินคดีกับทั้ง 5 นาย โดยส่งสำนวนคดีอาญาให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการไต่สวน เมื่อเดือนตุลาคม 2568
“ส่วนการดำเนินการทางวินัย ทาง บช.น. ได้ดำเนินการตามระเบียบและกฎหมาย โดยในราย ร.ต.อ.ไชยา ได้ทำการสอบสวนทางวินัยเสร็จสิ้นแล้ว มีความเห็นลงโทษไล่ออกจากราชการ ส่วนรายอื่นๆ อยู่ในระหว่างขั้นตอนการสอบสวนวินัยร้ายแรง และพิจารณาทัณฑ์ทางวินัยตามระเบียบ” รองโฆษก ตร. ระบุ
ทั้งนี้ ผบ.ตร.ได้กำชับให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา เร่งรัดการตรวจสอบภาพรวมทั่วประเทศ และดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญาขั้นเด็ดขาด เพื่อสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นให้กับประชาชน โดยมีการแบ่งมอบภารกิจให้แก่ 5 ส่วนงานหลัก ดังนี้
1.ด้านการตรวจสอบ มอบหมายให้จเรตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการตรวจสอบการทุจริตเชิงระบบ ดำเนินคดีอาญากับเจ้าหน้าที่ทุกคนที่เกี่ยวข้อง และตรวจสอบความเชื่อมโยงทั้งบุคคลภายในและภายนอกองค์กร
2.ด้านการตรวจคนเข้าเมือง มอบหมายให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตรวจสอบระบบควบคุมยอดผู้ต้องกัก โดยต้องตรวจสอบยอดผู้ต้องกักและสถานภาพผู้ที่ถูกเบิกตัวไปตั้งแต่ปี 2561 จนถึงปัจจุบัน รวมถึงตรวจสอบระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลผู้ต้องกัก
3.ด้านการสอบสวน มอบหมายให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล, ตำรวจภูธรภาค 1-9, กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด และกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ให้ตรวจสอบภายในอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับผู้ต้องกักที่มีการเบิกตัวมาดำเนินคดี โดยให้ปรากฏข้อเท็จจริงและดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ดำเนินการทางปกครอง วินัย และอาญากับเจ้าหน้าที่ผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาดทุกราย พร้อมขยายผลถึงผู้อยู่เบื้องหลัง
4.ด้านกฎหมาย มอบหมายให้สำนักงานกฎหมายและคดี และกองคดีอาญา ตรวจสอบการร้องเรียนการให้ข้อมูลเกี่ยวกับกรณีการปล่อยผู้ต้องกัก โดยเน้นการประสานงาน เสนอแนะความเห็น และกำหนดมาตรการเข้มงวดในการอายัดตัวผู้ต้องกัก
5.ด้านการสนับสนุน หน่วยงานสนับสนุนต่าง ๆ ได้แก่ สำนักงานกำลังพล, สำนักงานเทคโนโลยีและการสื่อสาร, กองทะเบียนประวัติอาชญากร, กองวินัย และกองการต่างประเทศ พิจารณาเสนอแนะการดำเนินการทางวินัยและปกครอง โดยดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างจริงจังและเด็ดขาด ทบทวนหนังสือเกี่ยวกับการอายัดตัวผู้ต้องกัก และหนังสือกรณีบุคคลต่างด้าวเป็นผู้เสียหายหรือเป็นผู้ต้องหา รวมถึงพิจารณาทบทวนแนวทางมาตรการการลงคดีอาญาในระบบ CRIMES และหมายจับ
โดย ผบ.ตร. ได้กำชับให้ทุกหน่วยถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำผิด และยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เป็นที่ยอมรับของสังคม.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ระทึก! กกต. ประชุมลงมติสำนวนฮั้ว สว. 229 คนก่อนแถลงบ่าย 3 โมง ระดมตร. 200 นายคุมเข้ม
กกต. เริ่มประชุมลงมติสำนวนฮั้ว สว. 229 คน แล้ว ลุ้นชี้ขาด 7 ข้อกล่าวหา ตำรวจ 200 นายคุมเข้มรอบสำนักงาน ก่อนแถลงผล 15.00 น.
'บิ๊กราญ' ควง 'นพศิลป์' รวบชายชาวจีน สวมสิทธิเป็นคนไทย หนีคดีกบดานนานกว่า 3 ทศวรรษ
‘บิ๊กราญ’ สั่งการ พล.ต.ท.นพศิลป์ นำทีมตำรวจ ปกครอง ชุด DOPA N.I.C.E. รวบชายชาวจีนหมายแดง INTERPOL หนีคดีเข้าไทยนานกว่า 3 ทศวรรษ สวมสิทธิเป็นคนไทย ก่อนตั้งตัวทำธุรกิจ-ถือครองทรัพย์สินในชลบุรีกว่า 100 ล้านบาท
เตือน SMS มิจฉาชีพแอบอ้างมี ‘ใบสั่งจราจรค้างชำระ’ ระวังสูญเงิน
รัฐบาล เตือน ระวัง SMS มิจฉาชีพแอบอ้างมี “ใบสั่งจราจรค้างชำระ” หลอกกดลิงก์-กรอกข้อมูลบัตร ย้ำ “หยุดก่อนคลิก เช็กก่อนจ่าย”
รวบยกแก๊ง! ปลอมโฉนดที่ดิน ตุ๋นเหยื่อสูญ 25 ล้านบาท
พ.ต.อ.สิทธิพร กะสิ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร เปิดเผยว่า มีผู้เสียหายเป็นผู้สูงอายุ โดยมีอายุ 69 ปี เจ้าของโรงานแห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร
ตร.ตั้งข้อหาหนัก 'สมีโชติ-สีกาเอ๋' ยึดทรัพย์ 215 ล้าน ค้นกุฏิซุกเงิน-ทองเพียบ
กองปราบแถลงจับ 'สมีโชติ' อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ยึดทรัพย์ได้ 215 ล้านบาท ค้นกุฎิเจอทั้งเงินสด-ทองแท่ง พบในบัญชี 290 ล้าน รวมถึงบ้านสีกาเอ๋ ตำรวจแจ้งข้อหาหนักร่วมกันฟอกเงิน
โจรใต้บึ้มปัตตานี ตร.เจ็บ 4 นาย จนท.เก็บหลักฐาน เร่งล่าตัว
ความคืบหน้าเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดริมถนนสาย 42 ปัตตานี–นราธิวาส บริเวณตรงข้ามป้อมตำรวจจันทรักษ์ ต.ลางา อ.มายอ จ.ปัตตานี ช่วงค่ำวันที่ 10 ก.ย. ที่ผ่านมา

