ศูนย์ต้านโกงเปิดปฏิบัติการ “ทลายคอกม้าพูลวิลล่า” รวบทีมการเงินแก๊งสแกมเมอร์ 9 ราย หลอกข้าราชการบำนาญให้โอนเงินตรวจสอบอ้างเกี่ยวข้องยาเสพติด สูญเงินกว่า 1.4 ล้านบาท พบเส้นเงินเชื่อมโยงคดีหลอกลวงทางออนไลน์อย่างน้อย 4 คดี รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 30 ล้านบาท
21 มกราคม 2569 - ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง(ผบก.ทล.) ,พ.ต.อ.ภคพล สุชล ผกก.2 บก.ทล., พร้อมเจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ทล.เปิดปฏิบัติการ “ทลายคอกม้าพูลวิลล่า” สามารถจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาที่เป็นเครือข่ายบัญชีม้ารับเงินที่ได้มาจากการหลอกลวงผู้เสียหาย จำนวน 9 ราย
สืบเนื่องจากเมื่อประมาณเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 ได้มีหญิงผู้เสียหายรายหนึ่ง ซึ่งเป็นข้าราชการบำนาญ อายุ 65 ปี พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ตำบลบางเดื่อ อำเภอเมืองปทุมธานี ถูกกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์แอบอ้างเป็นพนักงานธนาคารและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มหาสารคาม ยศร้อยตำรวจเอก โทรศัพท์ติดต่อมาแจ้งว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด พร้อมทั้งข่มขู่จนทำให้เกิดความตกใจกลัว และอ้างว่าผู้เสียหายต้องแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการนำเงินเก็บมาตรวจสอบ
ต่อมากลุ่มคนร้ายได้ปลอมบัญชี LINE เป็น สถานีตำรวจภูธรมหาสารคาม และทำการวิดีโอคอลกับผู้เสียหาย จนทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ เกิดความหวาดกลัว และยอมส่งมอบเงินให้แก่กลุ่มสแกมเมอร์ หลายครั้ง รวมมูลค่าความเสียหายในคดีนี้กว่า 1.4 ล้านบาท จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง พบว่ากลุ่มคนร้ายที่เดินทางมารับเงินสดจากหน้าบ้านของผู้เสียหาย คือ Mr. LEE สัญชาติมาเลเซีย โดยเดินทางมาพร้อมผู้ต้องสงสัยชาวมาเลเซียอีก 2 ราย เข้าประเทศไทยผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ก่อนจะเดินทางออกจากประเทศไทยพร้อมเงินสดของผู้เสียหาย โดยใช้สายการบินเดียวกันกลับประเทศมาเลเซีย
จากการสืบสวนขยายผลเส้นทางการเงินของเครือข่ายบัญชีม้าที่ใช้รับเงินจากผู้เสียหายในคดีนี้ พบพยานหลักฐานที่สามารถยืนยันได้ว่ามีผู้ต้องหาสัญชาติไทย จำนวน 9 ราย ทำหน้าที่เป็นทีมการเงินให้กับแก๊งสแกมเมอร์ โดยมีลักษณะการทำงานเป็นเครือข่ายและมีการแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน
โดยเครือข่ายทีมการเงินของแก๊งสแกมเมอร์ มีผู้ต้องหาซึ่งเป็นตัวการสำคัญ คือ น.ส.ณัตินีย์ หรือ ตูน ปัจจุบันเป็นผู้ต้องขังอยู่ในเรือนจำกลางคลองเปรม ทำหน้าที่ประสานงานกับหัวหน้าขบวนการสแกมเมอร์ชาวจีน และเมื่อมีการนัดหมายรับเงินสดจากเครือข่ายลูกน้องของ น.ส.ตูน ที่ทำหน้าที่ถอดเงินและรวบรวมเงินสด น.ส.ตูนจะเช่ารถตู้พร้อมพนักงานขับรถและเดินทางไปพร้อมกับหัวหน้าขบวนการสแกมเมอร์ชาวจีน เพื่อตระเวนรับเงินสดตามจุดต่างๆ ที่ได้มีการนัดหมายไว้ล่วงหน้า
ทั้งยังพบว่าภายหลังจากการหลอกลวงเหยื่อสำเร็จในแต่ละครั้ง น.ส.ตูน จะจัดปาร์ตี้ริมสระน้ำเพื่อฉลองความสำเร็จ ลักษณะคล้ายกับงานเลี้ยงบริษัทฯ ให้กับเครือข่ายลูกน้อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดและขออนุมัติศาลเพื่อออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้อง จนนำมาสู่การเปิดปฏิบัติการตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 9 ราย
จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินเพิ่มเติม ยังพบว่าเครือข่ายบัญชีม้าดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับคดีหลอกลวงทางออนไลน์อื่นอีกอย่างน้อย 4 คดี รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 30 ล้านบาท
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รวบบัญชีม้า-แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตระเวนถอนเงินสดในภาคอีสาน
บก.สส.ภ.4 แถลงข่าวจับกุมบัญชีม้า ตระเวนถอนเงินสดในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ และ จ.ขอนแก่น หลังพบความเชื่อมโยงกับขบวนการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยสามารถจับกุมได้พร้อมของกลาง
'วีระ' ร้องจเรตำรวจ สอบจนท.รัฐเก็บส่วยชายแดนสระแก้ว ของหนีภาษี แรงงานเถื่อน สแกมเมอร์
นายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน (คปต.) พร้อมด้วย นายอาจหาญ คุณสุนทรกิจ เลขาธิการ คปต. เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ(รองจตช.) เพื่อขอให้ตรวจสอบขบวนการเรียกรับส่วยและการทุจริต บริเวณชายแดน
ตำรวจเผยพิกัด 'เบน สมิธ' ขอออกหมายแดงจับตัวแล้ว
พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส. ในฐานะหนึ่งในพนักงานสอบสวนกล่าวถึงดำเนินคดีกับ นายเบน สมิธ นักธุรกิจชาวต่างชาติ และ น.ส.แคทรียา บีเวอร์ ภรรยา ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงหลอกลงทุนธุรกิจหลายโครงการ ที่ทางทนายความผู้ต้องหาออกโต้แย้งว่าคดีนี้เป็นเพียง
‘เทพไท’ ทวงถามชื่อ 10 นักการเมือง เอี่ยวสแกมเมอร์
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปพร้อมเนื้อหาบนเฟซบุ๊กในหัวข้อ
'อนุทิน' ลั่นจับหมดไม่ต้องดูชื่อ ชี้หมายจับ 'เบน สมิธ' ทำให้คนในประเทศเดือดร้อนก็ต้องโดน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีตำรวจสอบสวนกลางออกหมายจับ นายเบน สมิธ และภรรยา ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง สมคบร่วมกันฟอกเงินหลังพบพยานหลักฐานว่า ตนเพิ่งได้รับทราบข่าวนี้ ขอตรวจสอบรายละเอียดก่อน
ศาลแพ่งยึดทรัพย์ 1.3 หมื่นล้าน 4 รายใหญ่คดีสแกมเมอร์
ปปง.เผยศาลแพ่งมีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์ชั่วคราว 4 คดีใหญ่ รวมกว่า 13,074 ล้านบาท ครอบคลุมเครือข่าย “ยิมเลียก-เฉินจื้อ-เบนสมิธ-ก๊กอาน” หลังพบเหตุ

