เพิ่มข้อหาหนัก 'อั้งยี่-ซ่องโจร' กลุ่มคุมม้าและม้ากดเงินสด เหตุสมคบวางแผนตั้งเเต่แรก
29 ม.ค.2569 - ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร.) เปิดเผยถึงบทลงโทษสำหรับคดีอั้งยี่ - ซ่องโจร - ร่วมกันหรือสนับสนุนฉ้อโกงประชาชนฯ – ฟอกเงิน คนคุมม้าและม้ากดเงินสด ตระเวนถอนเงินให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพิ่มโทษหนัก
สืบเนื่องด้วยมาตรการและความร่วมมือของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ธนาคารแห่งประเทศไทย และธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย ในการตรวจสอบ ติดตาม และอายัดบัญชีม้าที่รวดเร็ว รวมถึงปัญหาสถานการณ์ชายแดนในปัจจุบัน ซึ่งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไม่สามารถนำตัวบัญชีม้าข้ามแดนไปสแกนหน้าทำธุรกรรมที่ประเทศเพื่อนบ้านได้ ทำให้ต่อมากลุ่มธุระจัดหาบัญชีม้าของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือคอกม้า ได้เปลี่ยนแผนมาใช้การตระเวนถอนเงินสดหน้าเคาน์เตอร์ธนาคารและตู้ ATM โดยจะมีคนคุมผู้รับจ้างเปิดบัญชีม้า บางกรณีผู้คุมเป็นชาวจีน คุมม้ากดเงินจำนวนหลายคนสับเปลี่ยนหมุนเวียนมาถอนเงินสด และส่งมอบให้ขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพื่อตัดตอนการติดตามเงินของผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวง
ที่ผ่านมาทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ละท้องที่ ภายใต้ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ได้สืบสวน ,สกัดกั้น พร้อมทั้งติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดดังกล่าวได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งการจับกุมหลายๆครั้ง พบว่าทั้งผู้คุมม้าและเจ้าของบัญชีม้า มักจะอ้างว่าตนไม่มีส่วนรู้เห็น หรือเกี่ยวข้องใดๆ และไม่รู้ว่าเป็นเงินที่ได้มาจากการหลอกลวงผู้เสียหาย ซึ่งในบางครั้งก็เป็นบัญชีม้าที่มีการจัดเตรียมไว้หลายบัญชี แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้เสียก่อน และยังคงคิดว่าเป็นการกระทำความผิดฐานยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเท่านั้น
ซึ่งล่าสุด ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ร่วมกับตัวแทนจาก สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.), สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน และสัมมนาแลกเปลี่ยนข้อมูล การป้องกันปราบปราม การกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และการฟอกเงิน ระหว่างวันที่ 19-20 มกราคม 2569 ที่ ห้องอยุธยา ชั้น 7 อาคารศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
โดยจากการหารือและประชุมร่วมกันได้มีความเห็นร่วมกันว่า ในส่วนของคนคุมม้าและม้ากดเงินสด ที่ตระเวนถอนเงินให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ถือว่าเป็นการกระทำที่มีการสมคบกันและเป็นการรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนเพื่อกระทำความผิดนี้ เป็นความผิดในข้อหาหนัก คือ ความผิดฐานอั้งยี่ (ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน140,000 บาท, ถ้าเป็นหัวหน้าอั้งยี่ ผู้จัดการ หรือผู้มีตำแหน่งในอั้งยี่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท , ความผิดฐานซ่องโจร (ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน100,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ซึ่งตามฐานความผิดข้างต้น ถือว่าเป็นความผิดตั้งแต่มีการสมคบวางแผนกันแล้ว แม้ว่าบัญชีนั้นจะยังไม่ได้มีเงินจากผู้เสียหายโอนเข้ามาก็ตาม อีกทั้งความผิดฐานอั้งยี่ และซ่องโจร นี้ยังเป็นความผิดที่แยกกันกับความผิดหลักของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ถือเป็นการกระทำซึ่งต่างกรรมต่างวาระกัน นอกจากจะโดนลงโทษตามกฎหมายนี้แล้ว ยังต้องรับโทษในฐานความผิดอื่นรวมด้วยอีก ทั้งความผิดฐานร่วมกันหรือสนับสนุนฉ้อโกงประชาชนฯ และความผิดฐานเกี่ยวการฟอกเงิน ซึ่งจะอ้างว่าไม่รู้ไม่เห็นหรือถูกหลอกมาไม่ได้และหากมีการรับเงินจากผู้เสียหายหลายราย ศาลยังพิพากษาแบ่งแยกเป็นรายกรรม ตามจำนวนครั้งของธุรกรรมและตามจำนวนผู้เสียหาย ทำให้เมื่อบวกโทษกันแล้ว อาจถูกพิพากษาให้ติดคุกหนักมากกว่า 100 ปี ก็เป็นได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จับตา! เป่าคดี 'ฮั้ว สว.' จุดเริ่มต้น 'กินรวบ' การเมืองไทย
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เป่าคดีฮั้ว สว. จุดเริ่มต้นกินรวบการเมืองไทย
'สมชัย' บุกกองปราบถามถูก กกต.แจ้งความคดีอั้งยี่ซ่องโจรหรือไม่
'สมชัย' จี้ถามกองปราบ กกต.แจ้งความดำเนินคดี 'อั้งยี่-ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่' หลังพบชื่อถูกดำเนินคดี
ศูนย์ต้านโกงออนไลน์จับมือ FBI-Meta และพันธมิตร10 ประเทศสกัดกั้นเครือข่ายหลอกลวง
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ จับมือ FBI และ Meta นำปฏิบัติการร่วมสกัดกั้นเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ขนาดใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมพันธมิตรหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจาก 10 ประเทศทั่วโลก
รวบบัญชีม้า-แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตระเวนถอนเงินสดในภาคอีสาน
บก.สส.ภ.4 แถลงข่าวจับกุมบัญชีม้า ตระเวนถอนเงินสดในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ และ จ.ขอนแก่น หลังพบความเชื่อมโยงกับขบวนการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยสามารถจับกุมได้พร้อมของกลาง
'ทนายนกเขา' ร้องผู้ตรวจฯ สอบ กกต. จัดเลือกตั้งขัดรธน.
'ทนายนกเขา' ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน สอบ กกต. จัดเลือกตั้งไม่ลับ ไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม ขัดรัฐธรรมนูญ ขี้ฟ้อง ปชช. ข้อหาอั้งยี่รุนแรง บางพรรคเข้าข่ายกว่า
สมาคมนักข่าวฯจี้กกต.ทบทวนฟ้องช่างภาพสื่อ ชี้ต้องแยกแยะการแทรกแซงกับการทำหน้าที่สื่อ
สมาคมนักข่าวฯจี้กกต.ทบทวนฟ้องช่างภาพสื่อถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง ชี้ความผิดฐานอั้งยี่มีลักษณะร้ายแรงก่อให้เกิดบรรยากาศแห่งความหวาดกลัวในการรายงานข่าวสาร ต้องแยกแยะการแทรกแซงการเลือกตั้งกับการทำหน้าที่สื่อรายงานข้อเท็จจริง

